ตอนที่ 1 | นายหัวเถื่อน (๒/๒)

1740 Words
ตอนที่ 1 | นายหัวเถื่อน ตอนนี้สมาชิกของบ้านชวกรรัตน์ลูกหนี้รายใหญ่ของครอบครัว พงศ์ไพคีรินทร์เริ่มจะนั่งไม่ติดกันเสียแล้ว เนื่องจากเส้นตายเรื่องการชำระหนี้ที่เคยกู้ยืมกันเมื่อครั้งที่ประมุขของบ้านอย่างคุณประสงค์ยังมีชีวิตอยู่ถูกทางฝั่งเจ้าหนี้ยื่นหนังสือมาให้ชำระคืนตามจำนวนภายในระยะเวลาหนึ่งเดือน เพราะทางลูกหนี้ผิดนัดชำระมาแล้วถึงหกเดือน “นี่มันอะไรกัน ทำไมบ้านเรามีหนี้สินตั้งสิบล้านแล้วแม่ไม่รู้เรื่อง” คุณหญิงอิงอรเอ่ยถามลูกชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยน้ำเสียงที่แทบจะหมดแรง แทบเป็นลมเมื่อได้ฟังรายละเอียดในเอกสารที่ลูกชายอ่านให้ฟังจบ “ช่วงนั้นบริษัทมีปัญหา ทางนั้นเป็นคนที่คุณพ่อรู้จักเลยขอความช่วยเหลือหยิบยืมเงินไปครับ ตอนแรกผมก็คิดว่าทางเราคงมีเงินมาจ่ายหนี้คืนทางนั้นครบภายในระยะเวลาที่กำหนดแน่นอน แต่เพราะสองสามปีมานี้บริษัทได้รับผลกระทบจากหลาย ๆ อย่างเลยทำให้ขาดทุน กระทั่งครบกำหนดชำระหนี้ที่ระบุเอาไว้ในหนังสือสัญญา แต่ก็ไม่ได้ส่งคืนให้เป็นเวลาเกือบหกเดือนแล้วครับ” ชลิตเอ่ยตอบมารดาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ไม่กล้ามองสบตาเพราะรู้สึกละอายแก่ใจที่ตนไม่มีความสามารถมากพอที่จะดูแลบริษัทให้เจริญรุ่งเรืองอย่างครั้งที่บิดายังมีชีวิตอยู่ได้ “ฉันจะเป็นลม” “คุณย่า ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ หนูเชื่อว่าคุณพ่อจะมีทางแก้แน่นอน” พราวฟ้าหลานสาวคนเล็กเอ่ยด้วยความน้ำเสียงที่ดูมั่นอกมั่นใจมากทีเดียว ก่อนจะหันไปถามความเห็นจากบิดาต่อ “ใช่ไหมคะคุณพ่อ” แต่ชลิตกลับนิ่งเงียบไม่มีแม้แต่คำตอบ พลอยทำให้หล่อนหน้าเจื่อนลง “ทางนั้นมีข้อเสนออะไรให้กับทางเราเพื่อยืดระยะเวลาอีกไหมคะคุณ” นิภาเอ่ยถามสามี เพราะเรื่องนี้ตนเองก็ไม่ทราบมาก่อนเหมือนกัน “จริง ๆ ในสัญญาครั้งนั้นเคยระบุหมายเหตุเอาไว้ครับ” “หมายเหตุอะไร” หญิงชราเอ่ยถามบุตรชายทันที “ให้ลูกหลานของทางเรา แต่งงานกับหลานชายของนายหัวเพิ่มครับ” ชลิตเอ่ยเสียงเบา เพราะตนรู้ดีว่าบุตรสาวไม่มีทางยอมตกลงทำอะไรแบบนี้แน่นอน อีกอย่างตอนนี้พราวฟ้าก็มีคู่หมั้นอยู่แล้วทั้งคน “ไม่มีทาง จู่ ๆ พ่อจะให้หนูไปแต่งงานกับใครก็ไม่รู้ หนูไม่ยอมหรอกนะคะ” พราวฟ้าโพล่งขึ้นทันที ต่อให้ทางนั้นจะรวยมากแค่ไหน แต่เธอไม่มีทางยอมพาตัวเองไปตกระกำลำบากแน่นอน ชีวิตเธอที่เปรียบเสมือนเจ้าหญิงมาโดยตลอด เรื่องอะไรจะต้องไปแต่งงานเพื่อชดใช้หนี้สินที่ตัวเองไม่ได้ก่อเอาไว้ด้วย “แม่ก็ไม่มีทางยอมให้ยัยฟ้าต้องไปแต่งงานกับใครก็ไม่รู้เด็ดขาด ลูกลืมไปแล้วเหรอว่ายัยฟ้ามีคู่หมั้นอยู่แล้ว” คุณหญิงอิงอรกอดกระชับหลานสาวสุดที่รักเอาไว้จนแน่น ก่อนจะฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เพราะถึงยังไงตนก็ยังมีหลานสาวที่ไม่ได้เต็มใจรับเอาไว้อยู่ด้วยอีกคน “ถ้าจะต้องมีคนที่เสียสละ ฉันก็อยากให้ยัยเพียงทำหน้าที่นี้แทน” “คุณแม่ แต่เพียงออไม่ใช่…” ชลิตเอ่ยไม่ทันจบประโยคกลับถูกมารดาพูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน “ฉันยอมให้ลูกสาวที่ติดท้องของหล่อนมาใช้นามสกุลร่วมกันแล้ว ก็หวังว่าหล่อนจะยอมให้ลูกสาวทำเพื่อครอบครัวของพวกเราด้วยเหมือนกัน ให้สมกับที่คุณประสงค์รักและเอ็นดูเหมือนหลานสาวแท้ ๆ มาโดยตลอด” นิภาก้มหน้าต่ำไม่อาจจะเอ่ยเถียงแม่สามีได้เลย เพราะทุกคำที่คุณหญิงอิงอรเอ่ยออกมาล้วนแล้วแต่เป็นความจริงทั้งหมด “คุณแม่โทรตามพี่เพียงมาสิคะ หนูเชื่อว่าพี่เพียงต้องยอมช่วยพวกเราแน่นอน” พราวฟ้าคะยั้นคะยอมารดาอีกคน จนเจ้าตัวต้องยอมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาบุตรสาวคนโตอย่างเพียงออทันที เสียงรอสายดังประสานไปพร้อมกับสายตาอีกหลายคู่ที่คอยจับจ้องมาทางนิภา ความรู้สึกที่ถูกสายตาเหล่านี้กดดันทำให้หล่อนอึดอัดมากทีเดียว กระทั่งปลายสายที่โทรติดต่อไปกดรับถึงได้รู้สึกโล่งอก (สวัสดีค่ะคุณแม่ โทรหาเพียงมีอะไรหรือเปล่าคะ) “วันนี้เพียงทำงานหรือเปล่า” (ไม่ค่ะ วันนี้วันหยุด คุณแม่มีอะไรหรือเปล่าคะ) “ช่วยกลับมาที่บ้านหน่อยนะ แม่มีเรื่องจะคุยด้วย” (คุณแม่มีเรื่องด่วนไหมคะ พอดีว่าเพียง…) “เธอจะมีพูดอ้ำอึ้งทำไมนัก ก็แค่บอกให้ยัยเพียงรีบกลับมาก็จบแล้ว” น้ำเสียงเคร่งขรึมของคุณหญิงอิงอรดังแทรกขึ้นมา พลอยทำให้เพียงออต้องกลืนคำพูดที่กำลังจะเอ่ยออกมาลงไปในลำคอทันที ตอนนี้ธุระของเธอคงไม่สำคัญไปกว่าเรื่องของที่บ้านอีกแล้ว (เพียงจะรีบไปค่ะ) เสียงหวานเอ่ยตอบมารดาก่อนจะกดวางสาย แล้ววางของทุกอย่างที่ถืออยู่ในมือลงเพราะจะพาตัวเองไปให้ถึงบ้านหลังใหญ่ภายในเวลาอันสั้นที่สุด เท่าที่จะทำได้ เพียงออใช้เวลาในการเดินทางมายังบ้านหลังใหญ่เกือบชั่วโมง เพราะเธอเลือกใช้รถเมล์แทนการนั่งแท็กซี่เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย มันเลยทำให้คนที่บ้านนั่งแทบไม่ติด พอเห็นว่าเธอมาถึงคุณหญิงอิงอรก็เริ่มเอ่ยปากบ่นให้หลานสาวนอกไส้ทันที “แกไม่เข้าใจคำว่ารีบหรือยังไงกัน ทำไมถึงได้ชักช้าแบบนี้” “ขอโทษค่ะคุณย่า” เพียงออเอ่ยแค่นี้พร้อมกับสองมือที่ยกขึ้นไหว้ขอโทษหญิงชราที่นั่งหน้าตาเคร่งเครียดอยู่ตรงหน้า ก่อนจะหันไปไหว้พ่อและแม่ที่นั่งถัดออกไปต่อ “มานั่งข้างแม่สิ” นิภาเอ่ยกับลูกสาวคนโตพลางขยับตัวเพื่อให้เพียงออเดินเข้ามานั่งข้าง หญิงสาวรู้สึกประหลาดใจมากทีเดียว เพราะช่วงเวลาปกติมารดาแทบไม่แสดงออกว่าอยากเข้าใกล้เธอสักเท่าไหร่เลย ปกติจะเป็นน้องสาวมากกว่าที่มักจะได้รับความรักจากสมาชิกคนอื่น ๆ ของบ้านอยู่เสมอ แต่จะมัวมาสงสัยก็ไม่ใช่เรื่องอีก บางทีเธออาจจะคิดมากไปเองก็ได้… “เรียกเพียงมามีอะไรหรือเปล่าคะ” เพียงออเอ่ยปากถามถึงเรื่องที่สงสัยอยู่ในใจทันที เพราะถ้าไม่มีธุระที่สำคัญมากจริง ๆ ผู้เป็นย่าแทบไม่อยากเจอหน้าเธอเลยด้วยซ้ำไป “พ่อมีเรื่องอยากให้เพียงช่วย แต่ถ้าไม่สะดวกใจ แค่บอกปฏิเสธออกมาเท่านั้น” ชลิตเริ่มเอ่ยปาก “ชลิต!” คุณหญิงอิงอรเอ่ยเรียกบุตรชายเสียงเข้มทันที เพราะนั้นหมายความว่ากำลังเปิดทางให้เพียงออได้ปฏิเสธอยู่ไม่ใช่เหรอ “ผมแค่ไม่อยากฝืนใจเพียงออ เพราะถึงยังไง…” “แกหุบปากไปซะ เดี๋ยวแม่จะพูดเอง” น้ำเสียงดุดันเอ่ยออกคำสั่งกับบุตรชาย ก่อนหรี่ตามองไปทางหลานสาวนอกไส้ที่ตนไม่ได้เต็มใจจะรับพร้อมเอ่ยออกมาต่อ “ย่ามีที่หนึ่ง ที่อยากให้แกไปทำงานและหวังว่าแกจะไม่ปฏิเสธ เพราะนั่นเป็นทางเดียวที่จะช่วยให้ครอบครัวของพวกเราพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปได้” “แต่ที่บริษัท เพียงเพิ่งได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้านะคะ พอจะมีทางอื่นให้เพียงช่วยอีกไหมคะ” เพียงออกำลังต่อรอง เพราะเธอไม่อยากลาออกจากบริษัทเก่าที่ทำงานมาเกือบสองปี ทุกคนที่นั่นดีกับเธอมาก หากวันนี้จะทิ้งพวกเขาไป คงไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก “ถ้ามันมี ฉันจะบอกให้แกทำเหรอ? ส่วนงานที่ว่าก็แค่หัวหน้าในบริษัท เล็ก ๆ แกจะภูมิใจอะไรนัก หัดตอบแทนบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนที่ฉันเลี้ยงดูแกมาบ้างจะได้ไหม” เพียงออก้มหน้าเงียบ เพราะทุกครั้งที่เธอพยายามพูดโต้ตอบอะไร ก็มักถูกผู้เป็นย่าเถียงกลับมาในทำนองแบบนี้ตลอด ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอไม่สามารถเถียงกลับได้อีกเลย “เพียงเข้าใจแล้วค่ะ” เธอยอมรับอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะแม้แต่แม่ที่คิดว่าเป็นที่พึ่งพาเดียวก็ยังช่วยพูดให้เธอไม่ได้เลย “ดี งั้นแกก็ไปจัดการเรื่องลาออกจากบริษัทซะ เพราะวันมะรืนแกต้องเดินทางแล้ว” “ค่ะ” เพียงออตอบรับก่อนหันไปมองทางมารดา แต่กลับได้รับเพียงความว่างเปล่า เพราะแม่ไม่คิดที่จะหันกลับมามองหน้าด้วยซ้ำ ก่อนจะตัดสินใจลุกเดินออกมา “ทำไมแม่ถึงไปโกหกเพียงออแบบนั้นล่ะครับ” ชลิตถามขึ้นทันทีที่เห็นว่าเพียงออเดินกลับออกไปจากบ้านแล้ว เพราะตนรู้ดีว่าที่มารดาเอ่ยออกไปก่อนหน้านี้ไม่ใช่เรื่องจริงเลย “หรือแกจะให้ฉันบอกว่าส่งยัยเพียงไปแต่งงานแทนพราวฟ้า หล่อนเองก็ไม่เห็นด้วยที่ฉันโกหกออกไปแบบนั้นจนอยากพูดจาตำหนิเหมือนกันใช่ไหม” ถามลูกชายเสียงเข้มก่อนหรี่ตามองไปทางลูกสะใภ้พร้อมคำถามทำนองตัดพ้อต่อ “เปล่าค่ะ นิเองก็เห็นด้วยกับคำพูดของคุณแม่เหมือนกันค่ะ” “ก็ดี งั้นแกติดต่อไปบอกทางนั้นด้วยก็แล้วกัน แค่ยัยเพียงคนเดียวเพื่อแลกกับหนี้สินจำนวนสิบล้านบาท มันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มซะอีก ถือว่าตอบแทนบุญคุณของชวกรรัตน์ก็แล้วกัน” คุณหญิงอิงอรเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สบายใจขึ้นกว่าครั้งแรกมากทีเดียว เพราะเหมือนปัญหาใหญ่กำลังจะถูกคลี่คลาย ซึ่งแตกต่างจากเพียงออมาก หากเธอไม่หยุดเดินและยืนแอบฟังอยู่ตรงมุมหนึ่งของบ้านก็คงไม่มีทางรู้จุดประสงค์ที่แท้จริงอย่างแน่นอน แต่การตอบแทนบุญคุณให้กับครอบครัวที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันทางสายเลือดมันไม่ได้รู้สึกหนักหนาไปสำหรับเพียงออเลย หากเทียบกับความรู้สึกน้อยอกน้อยใจที่มีต่อมารดา…
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD