เสียงล้อรถบดเบียดไปบนถนนลูกรังที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อดังลั่นไปทั่วป่าละเมาะ "เชฟอาร์ต" มองออกไปนอกหน้าต่างรถตู้สีดำที่มารับเขาตั้งแต่ช่วงเย็น เขาเพิ่งถูกไล่ออกจากร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์เพราะอารมณ์ที่ร้อนดั่งไฟและการทำร้ายผู้ช่วยเชฟจนบาดเจ็บสาหัส เงินเก็บที่มีเริ่มร่อยหรอ จนกระทั่งมีอีเมลฉบับหนึ่งส่งมาเชิญให้เขาไปทำอาหารมื้อค่ำส่วนตัวด้วยค่าตอบแทนสูงถึงหกหลัก
"ถึงแล้วครับเชฟ" คนขับรถพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้อารมณ์ ราวกับหุ่นยนต์
เบื้องหน้าของอาร์ตคือคฤหาสน์สไตล์ยุโรปเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ริมหน้าผา ด้านล่างมีเสียงน้ำตกดังสนั่นหวั่นไหว บรรยากาศรอบข้างถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาจนมองไม่เห็นทางกลับ อาร์ตก้าวลงจากรถพร้อมกระเป๋ามีดคู่ใจ 'เงินแค่นี้ ซื้อฝีมือระดับกูถือว่าคุ้มเกินคุ้มแล้ว' เขาคิดในใจพลางเหยียดหยามโชคชะตาที่นำพาเขามาที่นี่
ภายในคฤหาสน์ตกแต่งด้วยเครื่องเรือนไม้สีเข้มและหัวสัตว์สตัฟฟ์ที่จ้องมองมาอย่างว่างเปล่า "คุณหญิงผกา" เจ้าของบ้านในชุดสีดำสนิทนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารยาวเหยียด เธอมีผิวขาวซีดจนเห็นเส้นเลือด และสวมผ้าคลุมหน้าบางๆ เอาไว้
"ยินดีที่ได้พบเชฟอาร์ต... วัตถุดิบทุกอย่างถูกเตรียมไว้ในครัวแล้ว โปรดปรุงมันด้วย “จิตวิญญาณ” ทั้งหมดที่คุณมี" คุณหญิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
อาร์ตเดินเข้าไปในห้องครัวที่กว้างขวางทว่าอับชื้น บนโต๊ะเตรียมอาหารมีกล่องไม้ใบใหญ่ตั้งอยู่ เมื่อเขาเปิดออก กลิ่นคาวเลือดที่รุนแรงจนแทบอาเจียนก็พุ่งเข้ากระทบจมูก วัตถุดิบนั้นคือเนื้อสดก้อนยักษ์ที่ยังมีสีแดงก่ำและดูเหมือนจะขยับเขยื้อนได้เล็กน้อยราวกับหัวใจที่ยังไม่หยุดเต้น
"เนื้ออะไรวะเนี่ย? ลายกล้ามเนื้อแปลกๆ" อาร์ตพึมพำกับตัวเอง 'แต่นุ่มขนาดนี้ ถ้าเอาไปเซียให้พอดี คงเป็นเมนูที่สุดยอดแน่'
เขาเริ่มลงมือทำอาหารอย่างเชี่ยวชาญ เสียงมีดกระทบเขียงดัง “ฉับ ฉับ ฉับ” อย่างเป็นจังหวะ ทว่าทุกครั้งที่ใบมีดกรีดลงไปบนเนื้อชิ้นนั้น เขากลับรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากใต้โต๊ะ เขาพยายามสะบัดหัวไล่ความกลัวออกไป "คงเป็นเสียงลมพัดผ่านปล่องไฟมั้ง"
ขณะที่เขากำลังเคี่ยวซอสไวน์แดง กลิ่นหอมของอาหารเริ่มอบอวลไปทั่วครัว แต่ในความหอมนั้นกลับมีกลิ่นน้ำหอมผู้หญิงที่คุ้นเคยแทรกซึมเข้ามา... มันคือน้ำหอมกลิ่นเดียวกับ "ริน" แฟนเก่าของเขาที่หายตัวไปอย่างลึกลับเมื่อปีก่อน หลังจากที่เขาทะเลาะกับเธออย่างรุนแรงเรื่องการนอกใจ
'ทำไมถึงได้กลิ่นน้ำหอมของรินที่นี่?'หัวใจของอาร์ตเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ มือที่ถือตะหลิวสั่นระริก
เขารีบจัดจานอาหารอย่างสวยงาม ตกแต่งด้วยสมุนไพรสดและซอสสีแดงข้นคล้ายเลือด แล้วนำออกไปเสิร์ฟให้คุณหญิงผกาที่ห้องโถง
"เชิญครับ...“เนื้อวัวชั้นยอดตุ๋นไวน์แดง”สูตรพิเศษของผม" อาร์ตกล่าวแนะนำอาหารด้วยความภาคภูมิใจที่พยายามปั้นแต่งขึ้นมา
คุณหญิงผกาค่อยๆ ใช้มีดตัดชิ้นเนื้อแล้วตักเข้าปาก เธอเคี้ยวช้าๆ ก่อนจะวางช้อนลง "รสชาติยอดเยี่ยมมากเชฟ...แต่มันยังขาด“ความจริง”ไปนิดหน่อยนะ"
"ความจริงอะไรครับ?" อาร์ตถามด้วยความมึนตง
จู่ๆ ไฟในห้องโถงก็ดับวูบลง เหลือเพียงแสงเทียนเล่มเดียวกลางโต๊ะ คุณหญิงผกาค่อยๆ เลิกผ้าคลุมหน้าขึ้น ใบหน้าของเธอไม่ได้แก่ชราอย่างที่เขาคิด แต่มันคือใบหน้าของ "แม่ของริน" หญิงที่เขาเคยไปขอขมาตอนที่รินหายตัวไป
"อาร์ต... ลูกรู้ไหมว่าทำไมเนื้อชิ้นนี้ถึงนุ่มนัก?"เธอถามพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม"เพราะมันคือเนื้อที่มาจากส่วนที่ “รัก” มึงที่สุดไงล่ะ!"
ทันใดนั้น ภาพเหตุการณ์ในคืนที่รินหายตัวไปก็พุ่งเข้าชนสมองของอาร์ตราวกับรถบรรทุก เขาเห็นภาพตัวเองที่กำลังเมาคลั่ง ใช้มีดทำครัวเล่มที่ถืออยู่นี้แทงลงบนหน้าอกของหญิงสาวคนรักซ้ำๆ ก่อนจะนำร่างของเธอไปทิ้งลงในน้ำตกหลังคฤหาสน์แห่งนี้... คฤหาสน์ของครอบครัวริน
'ไม่จริง... กูจำได้ว่ากูฝังเธอไว้ที่อื่น!'เขาคิดในใจด้วยความสับสนปนหวาดกลัว แต่ความจริงที่ถูกกดไว้ใต้จิตสำนึกเริ่มปรากฏชัดเจน
"มึงกินมันเข้าไปสิ... กินผลงานของมึงเอง!"คุณหญิงผกากรีดร้อง เสียงของเธอเปลี่ยนเป็นเสียงสะท้อนของวิญญาณนับร้อย
อาร์ตพยายามจะวิ่งหนี แต่ขาทั้งสองข้างกลับขยับไม่ได้ เขามองลงไปที่จานอาหารของตัวเองที่จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า เนื้อชิ้นนั้นเริ่มดิ้นพล่านและขยายใหญ่ขึ้น จนเห็นนิ้วมือมนุษย์ที่สวมแหวนหมั้นที่เขาเป็นคนซื้อให้โผล่ออกมาจากกองซอส
"อ๊ากกกก!" อาร์ตร้องลั่นเมื่อเห็นใบหน้าของรินปรากฏขึ้นในจานอาหาร ใบหน้าที่เน่าเฟะครึ่งซีกกำลังอ้าปากกว้าง
"กินรินสิคะ... อาร์ตบอกว่ารักรินที่สุดไม่ใช่เหรอ?"เสียงของรินดังขึ้นจากข้างหูของเขา
แรงกดดันมหาศาลบังคับให้ขากรรไกรของอาร์ตอ้าออก มือของเขาหยิบชิ้นเนื้อเน่าๆ นั้นเข้าปากเองโดยควบคุมไม่ได้ รสชาติคาวจัดและเน่าเหม็นซึมลึกไปทั่วลิ้น เขาสะอิดสะเอียนจนอยากจะตายเสียตรงนั้น แต่แรงอาถรรพ์กลับบังคับให้เขากลืนมันลงไปคำแล้วคำเล่า
"กินให้หมด... กินอดีตของมึงเข้าไปให้หมด!"ร่างกายของอาร์ตเริ่มบวมเป่ง ผิวหนังของเขาปริแตกออกตามรอยมีดที่เขาเคยกรีดบนเนื้อชิ้นนั้น
เลือดสดๆ ไหลรินออกมาจากทุกรูขุมขน เขาล้มลงดิ้นทุรนทุรายบนพื้นไม้ห้องโถง ขณะที่สายน้ำตกเบื้องหลังคฤหาสน์เริ่มไหลย้อนกลับขึ้นมา ราวกับจะทวงคืนทุกสิ่งที่ถูกพรากไป
เช้าวันต่อมา ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่าเห็นรถตู้จอดทิ้งไว้ริมหน้าผา เมื่อเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปในคฤหาสน์ พวกเขาไม่พบคุณหญิงผกาหรือใครเลย พบเพียงร่างของเชฟอาร์ตที่นอนตายอยู่ในครัว
สภาพศพของเขาน่าสยดสยองอย่างที่สุด... ท้องของเขาแตกออก ภายในนั้นอัดแน่นไปด้วยเศษเนื้อและกระดูกมนุษย์ที่ถูกย่อยไม่หมด และในมือที่แข็งทื่อของเขา กำแหวนหมั้นวงหนึ่งไว้แน่น
ที่น่าแปลกคือ... บนโต๊ะอาหารมีกระดาษแผ่นหนึ่งวางไว้ มีข้อความลายมือขยุกขยิกเขียนด้วยเลือดว่า“คำชมจากลูกค้า: มื้อนี้อร่อยจนตาย”
เสียงน้ำตกยังคงดังสนั่นต่อไป ราวกับกำลังขับขานบทเพลงส่งวิญญาณให้กับผู้ที่ถูกลืมเลือนไปภายใต้กระแสน้ำวนที่มืดมิด