ขณะเดียวกัน ณ กรุงเทพมหานครภายในห้องอาหารของคฤหาสน์วรากร ทิศเหนือนั่งรับประทานอาหารมื้อค่ำอย่างสงบนิ่ง
ใบหน้าไร้อารมณ์ แต่แววตากลับฉายความห่างเหินราวกับจิตใจล่องลอยไปไกลแสนไกล
เสียงช้อนกระทบจานแผ่วเบาจากฝั่งคุณหญิงพิมพ์นาราดึงเขากลับสู่ความเป็นจริง ทิศเหนือวางช้อนลงตาม
ปล่อยให้ความเงียบงันแผ่คลุมห้องอาหารอีกครั้ง
"แม่มีเรื่องจะคุยด้วย"
ทิศเหนือชะงักไปครู่หนึ่ง เขารู้สึกถึงรังสีความกดดันที่แผ่ออกมา "เรื่องนับดาวใช่ไหมครับ"
"ใช่" พิมพ์นาราตอบกลับทันควันโดยไม่หลบสายตา "แม่จะให้เวลาลูกหนึ่งปี"
ทิศเหนือเลิกคิ้วมองมารดาด้วยความฉงน "หนึ่งปี"
"ใช่ หนึ่งปี" พิมพ์นาราย้ำเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาด "ถ้าครบกำหนดแล้วลูกยังรู้สึกกับหนูดาวไม่มากพอแม่จะเป็นคนไปถอนหมั้นให้เอง"
ดวงตาคมเข้มมองมารดาอย่างไม่อยากเชื่อ ธนวัฒน์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พยักหน้า
"พ่อเห็นด้วยกับแม่นะเหนือ ถ้าภายในหนึ่งปีแกไม่ได้รู้สึกอะไรกับหนูดาว พ่อจะยอมให้แกถอนหมั้นกับหนูดาว"
"แค่หนึ่งปีเหรอครับ"
ทิศเหนือหัวเราะออกมาเบา ๆ
"ยังไงผลก็เหมือนเดิม จะหนึ่งปีหรือสองปี ผมไม่มีทางรักยัยเด็กนั่นหรอก"
คุณหญิงพิมพ์นารายิ้มบาง ๆ
"งั้นก็พิสูจน์สิ ก่อนสิถ้าลูกไม่ได้รักหนูดาวถ้าลูกจะถอนหมั้นพ่อแม่ก็ไม่ขัด"
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาทิศเหนือถูกส่งตัวไปเชียงใหม่อย่างไม่เต็มใจ
เหตุผลคือให้ไปพูดคุยตกลงเรื่องอนาคตกับนับดาวด้วยตัวเอง
รถหรูสีดำแล่นเข้าสู่บ้านรุ่งเรืองกิจในช่วงบ่าย
ทันทีที่ลงจากรถกลิ่นดินหลังฝนตกและอากาศเย็นสบายก็ทำให้เขานึกถึงอดีตขึ้นมาอย่างประหลาดหลายอย่างยังเหมือนเดิม
รวมถึงบ้านข้าง ๆ หลังเดิมที่เคยมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งคอยวิ่งตามเขาต้อย ๆ
"พี่เหนือ"
เสียงใสดังขึ้นจากด้านหลังทิศเหนือหันกลับไป นับดาวยืนอยู่ตรงนั้นเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่ง กางเกงยีนส์ขาสั้น ผมหางม้า และใบหน้าเปลือยเปล่าไร้เครื่องสำอาง แต่กลับดูสดใสจนเขาเผลอมองนานไปหนึ่งวินาที
"มาทำไมคะ"
หญิงสาวถามเรียบ ๆ ผิดกับทุกครั้งที่เคยเจอ ไม่มีรอยยิ้มกว้างไม่มีแววตาเป็นประกายไม่มีอาการดีใจจนออกนอกหน้าเหมือนครั้งล่าสุดที่เขาเจอเธอที่บ้านทิศเหนือขมวดคิ้วเล็กน้อย
"พ่อแม่ให้ฉันมาคุยเรื่องหมั้นกับพ่อแม่ของเธอ"
"งั้นเหรอคะ" เสียงของเธอแผ่วเบาลงราวกับพึมพำกับตัวเอง "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ก็คงไม่ต้องคุยอะไรกันอีกฉันจะถอนหมั้นให้ค่ะ"
ทิศเหนือขมวดคิ้วแน่น "เธอว่าอะไรนะ?"
"ฉันบอกว่าจะถอนหมั้นเองค่ะ" เธอยิ้มบางๆ ที่ดูเหมือนจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ "คุณไม่ต้องกังวลหรอกนะคะ ฉันไม่อยากบังคับให้ใครต้องมารับผิดชอบชีวิตของฉันเพียงเพราะคำสัญญาของผู้ใหญ่หรอกค่ะ"
ไม่รู้ทำไมพอได้ยินแบบนั้นทิศเหนือกลับไม่ได้รู้สึกโล่งใจอย่างที่ควรจะเป็นแต่เรื่องกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด
ไม่กี่วันต่อมา ผู้ใหญ่จากทั้งสองครอบครัวนัดหมายกันอีกครั้งในบรรยากาศที่ค่อนข้างเคร่งขรึม
"เรื่องงานแต่งน่ะ ไว้ค่อยว่ากันอีกที" คุณหญิงพิมพ์นารา เอ่ยขึ้นพลางคลี่ยิ้มบาง "แต่ระหว่างนี้ หนูดาวจะย้ายมากรุงเทพฯ "
ทิศเหนือชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อได้ยินประโยคถัดมา
" อีกอย่าง แม่ให้หนูดาวเข้าไปเริ่มงานที่วรากรกรุ๊ปเลย"
น้ำที่ทิศเหนือกำลังดื่มอยู่แทบพุ่งออกมาจากปาก เขาสำลักจนหน้าแดงก่ำ "อะไรนะครับแม่!"
คุณธนวัฒน์ที่นั่งนิ่งมาตลอดเพียงแค่พยักหน้าช้าๆ เป็นเชิงยืนยัน "ตามนั้นแหละเหนือ พ่อเป็นคนจัดการเองทั้งหมด"
"เริ่มจากตำแหน่งผู้ช่วยฝ่ายพัฒนาโครงการทำงานภายใต้การดูแลของลูก”
"ไม่มีทางครับ" ทิศเหนือปฏิเสธเสียงแข็ง แววตาคมกริบมองมารดาอย่างไม่พอใจ
พิมพ์นาราไม่สะทกสะท้าน เธอยังคงยิ้มบางๆ ก่อนจะหยิบกุญแจห้องสองดอกออกมาวางตรงหน้าเขา
"แม่ว่าลูกคงต้องเริ่มปรับตัวตั้งแต่วันนี้นะ" เธอกล่าวเนิบๆ "แม่ซื้อคอนโดฯ ไว้ให้แล้ว ห้องของเหนืออยู่ชั้นสี่สิบ และห้องของหนูดาวก็อยู่ข้างๆ กันเลย ไม่ต้องเดินทางให้เหนื่อย"
คราวนี้ทิศเหนือแทบลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความโกรธปะทุขึ้นในแววตา "แม่ทำแบบนี้ได้ยังไง! ผมไม่เห็นด้วย แล้วผมก็ไม่ไปอยู่เด็ดขาด"
คุณหญิงพิมพ์นาราตอบอย่างใจเย็น
"ถือว่าเป็นเงื่อนไขของหนึ่งปีอยู่ใกล้กัน เรียนรู้กันถ้าสุดท้ายลูกยังไม่รักหนูดาว แม่จะยกเลิกทุกอย่างให้"
ชายหนุ่มกัดฟันแน่นส่วนนับดาวที่นั่งฟังอยู่เงียบ ๆ กลับถอนหายใจเบา ๆ เธอเองก็ไม่ได้อยากมาอยู่ใกล้ทิศเหนือนักหรอก
หลังจากตัดสินใจจะตัดใจแล้วแต่ดูเหมือนผู้ใหญ่ทุกคนจะร่วมมือกันผลักเธอเข้าไปในชีวิตของเขาอีกครั้งโดยไม่มีใครถามความสมัครใจของเจ้าตัวเลย
หนึ่งเดือนต่อมานับดาวลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เข้ามาในคอนโดหรูใจกลางกรุงเทพฯขณะที่ทิศเหนือยืนกอดอกอยู่หน้าห้องตัวเองใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
"ฟังให้ดีนะ"
เขาพูดทันที ที่เห็นหน้าเธอ
"ต่างคนต่างอยู่อย่ายุ่งกับชีวิตฉัน"
นับดาวเงยหน้ามองก่อนจะพยักหน้าสบาย ๆ
"ได้สิ"
คำตอบง่าย ๆ นั้นกลับทำให้ทิศเหนือรู้สึกแปลก ๆ เพราะถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงพยายามหาเรื่องคุยกับเขาไปแล้ว
แต่ตอนนี้นับดาวเพียงยิ้มบาง ๆ รับกุญแจห้องของตัวเอง
แล้วเดินเข้าไปโดยไม่หันกลับมามองเขาอีกเลยและนั่นเป็นครั้งแรกที่ทิศเหนือรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกเมิน
จากผู้หญิงที่เคยมีแต่เขาอยู่เต็มหัวใจการเข้าทำงานวันแรกของนับดาวไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในสำนักงานใหญ่ของวรากรกรุ๊ป หญิงสาวก็ได้รับความสนใจจากพนักงานแทบทั้งตึกไม่ใช่เพราะเธอสวยโดดเด่นเหมือนดาราแต่เพราะข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วบริษัทแล้วว่า
"เด็กใหม่คนนี้เป็นคู่หมั้นของคุณทิศเหนือ"
นับดาวได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ส่วนเจ้าของข่าวลือกลับทำเหมือนไม่รู้จักเธอ ตลอดการประชุมเช้า ทิศเหนือนั่งหัวโต๊ะด้วยสีหน้าเย็นชา
เขาแนะนำพนักงานใหม่สั้น ๆ เพียงไม่กี่ประโยค
"นับดาวจะเข้ามาเป็นผู้ช่วยฝ่ายพัฒนาโครงการ"
"หวังว่าทุกคนจะช่วยสอนงานให้เธอ"
จบแค่นั้นไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติมราวกับเธอเป็นเพียงพนักงานคนหนึ่งเท่านั้นหลังจบประชุม หญิงสาวกำลังยืนงงอยู่หน้าห้องเอกสารเสียงทุ้มอบอุ่นก็ดังขึ้น
"ต้องการความช่วยเหลือไหมครับ"