นับดาวหันไปมองก่อนจะชะงักเล็กน้อยชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า สูงโปร่ง หน้าตาหล่อสะอาดสะอ้าน ใส่แว่นกรอบบางเพิ่มความน่าเชื่อถือรอยยิ้มของเขาดูอบอุ่นจนคนมองสบายใจ
"เอ่อ...ค่ะ"
ชายหนุ่มยิ้ม ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับตราตรึงและอ่อนโยน
"ผมนภัทรครับผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการ หัวหน้าตัวจริงของคุณ"
นับดาวยิ้มตอบทันที เป็นรอยยิ้มหวาน ดวงตาคู่สวยหลุบต่ำลงชั่วครู่ก่อนจะช้อนขึ้นมองเขาอย่างประหม่า พวงแก้มใสซับสีเลือดระเรื่อ
"สวัสดีค่ะ นับดาวค่ะ"
นภัทรพยักหน้ารับคำอย่างเชื่องช้า ทว่าดวงตากลับจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเธอไม่วางตา ราวกับถูกมนต์สะกดบางอย่างตรึงไว้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบ "ผมรู้จักคุณอยู่แล้ว"
หญิงสาวหน้าแดงเล็กน้อย
"ข่าวดังขนาดนั้นเลยเหรอคะ"
เสียงหัวเราะแผ่วพร่าดังขึ้นจากริมฝีปากของนภัทร เขามองเธอด้วยสายตาที่เดาทางไม่ได้ ไม่นึกเลยว่าผู้หญิงที่เขารู้สึกสนใจตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นจะกลายเป็นว่าที่คู่หมั้นของเจ้านาย
"ดังมากครับ"
หลังจากนั้นภัทรกลายเป็นคนที่คอยช่วยเหลือนับดาวแทบทุกเรื่อง
สอนงานพาไปแนะนำแผนกต่าง ๆ ช่วยตรวจเอกสาร
แม้แต่ตอนที่เธอทำงานผิดพลาดเขาก็ไม่เคยดุมีเพียงคำแนะนำอย่างใจเย็น
"ไม่เป็นไรครับ ครั้งแรกพลาดกันได้"
ต่างจากทิศเหนือโดยสิ้นเชิงที่มักพูดจาเย็นชาเสมอ
"งานแค่นี้ยังทำไม่ได้อีกเหรอถ้าไม่เข้าใจก็ถามก่อนอย่าให้ต้องแก้งานซ้ำ"
นับดาวได้แต่เม้มปากเงียบ ๆ พยายามอดทน เวลาผ่านไปหลายสัปดาห์ความสนิทสนมระหว่างนับดาวกับ นภัทรเริ่มชัดเจนขึ้นทั้งคู่มักลงไปกินข้าวกลางวันด้วยกัน
บางวันนภัทรก็ซื้อกาแฟมาฝากจนพนักงานหลายคนเริ่มแซว
"คุณภัทรจีบคุณดาวเหรอ นั้นคู่หมั้นคุณเหนือนะคะ"
"ดูแลดีเกินหัวหน้าแล้วนะคุณภัทร"
ทุกคนหัวเราะกันสนุกสนานส่วนนับดาวก็หัวเราะตาม
โดยไม่รู้เลยว่ามีคนคนหนึ่งกำลังนั่งมองผ่านกระจกห้องทำงานด้วยสีหน้าไม่พอใจทิศเหนือโยนปากกาลงบนโต๊ะ
"คุยอะไรกันนักหนา"
คิรินที่เข้ามาหาเพื่อนถึงกับเลิกคิ้ว อย่างแปลกใจ
"ใคร"
"ก็ยัยนับดาวกับผู้จัดการนั่นนะสิ"
คิรินหันไปมองตามก่อนจะหัวเราะออกมา
"แล้วมึงเดือดร้อนอะไรวะ"
"กูไม่ได้เดือดร้อน แต่เวลางานก็ควรทำงานสิ"
คิรินยิ้มมุมปาก อย่างรู้ทัน
"อ๋อเหรอหวงว่างั้น"
"หวงบ้าอะไรของมึง"
ทิศเหนือเถียงทันทีจนเพื่อนยิ่งขำหนักกว่าเดิม
แต่ในขณะที่นับดาวเริ่มมีนภัทรเข้ามาในชีวิต ชีวิตของทิศเหนือก็ยังไม่ต่างจากเดิมผู้หญิงยังคงวนเวียนอยู่รอบตัวเขาไม่ขาดสายไม่ว่าจะเป็นนางแบบนักแสดง อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังหรือไฮโซสาวในแวดวงธุรกิจแต่คนที่ดูจะสร้างปัญหามากที่สุดคือชลลดา
ลูกสาวนักธุรกิจพาร์ตเนอร์ของวรากรกรุ๊ป หญิงสาวสวยเฉี่ยวที่ประกาศตัวชัดเจนว่าชอบทิศเหนือและไม่เคยคิดจะยอมแพ้
แม้จะรู้ว่าเขามีคู่หมั้นแล้วก็ตาม วันหนึ่งชลลดาเดินเข้ามาในบริษัทพร้อมช่อดอกไม้ขนาดใหญ่ ก่อนจะตรงเข้าไปหาทิศเหนือกลางออฟฟิศ
"พี่เหนือคะ คืนนี้ไปทานข้าวกันนะ"
หญิงสาวพูดพร้อมคล้องแขนเขาอย่างสนิทสนม ภาพนั้นบังเอิญอยู่ในสายตาของนับดาวพอดีหัวใจของเธอเจ็บจี๊ดขึ้นมาเล็กน้อย
แม้จะบอกตัวเองว่ากำลังตัดใจแต่ความรู้สึกก็ไม่ได้หายไปง่าย ๆ
ทว่าแทนที่จะเสียใจเหมือนเมื่อก่อนนับดาวกลับหันไปยิ้มให้
นภัทร
"คุณภัทรคะ เย็นนี้ว่างไหม"
นภัทรเลิกคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจนัก ความสงสัยฉายชัดขึ้นบนใบหน้าคมสัน เขาจ้องมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความมึนงง
"มีอะไรหรือเปล่าครับ"
"ไปกินข้าวเป็นเพื่อนดาวหน่อยสิคะ"
มุมปากของชายหนุ่มกระตุกยิ้มขึ้นทันที แววตาที่จ้องมองมานั้นอ่านง่ายว่าเขารู้เท่าทันความนัยที่ซ่อนอยู่ในน้ำเสียงนั้น แต่เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีปฏิเสธ ตรงกันข้าม เขากลับพยักหน้ารับอย่างเต็มใจ ราวกับจะบอกว่าถ้าเธอต้องการแบบนั้น เขาก็พร้อมจะจัดให้ตามคำขอ
"ด้วยความยินดีครับ"
และนั่นเองคือภาพที่ทิศเหนือหันมาเห็นพอดี ภาพที่นับดาวกำลังหัวเราะกับผู้ชายคนอื่นโดยไม่ได้มองมาทางเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
เป็นครั้งแรกที่ทิศเหนือรู้สึกหงุดหงิดอย่างไม่มีเหตุผล และเป็นครั้งแรกเช่นกันที่เขาเริ่มไม่ชอบใจเวลาที่มีผู้ชายคนอื่นอยู่ข้างเธอ
เช้าวันหนึ่งภายในสำนักงานใหญ่ของวรากรกรุ๊ป บรรยากาศในออฟฟิศที่เคยเงียบสงบกลับเต็มไปด้วยเสียงซุบซิบ
"วันนี้มีดารามาที่บริษัทเหรอ สวยมากเลย"
"นั่นอันดาหรือเปล่า"
สายตาของพนักงานหลายคนหันไปมองทางลิฟต์พร้อมกัน
หญิงสาวร่างสูงโปร่งในชุดเดรสรัดรูปสีครีมก้าวออกมาด้วยความมั่นใจผมยาวสลวยสีน้ำตาลอ่อนถูกปล่อยสยายอย่างสวยงาม
ใบหน้าคมสวยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างประณีต
ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความโดดเด่นอรัญญา พิชญ์กานต์
หรืออันดาหญิงสาวที่กำลังเป็นข่าวอยู่บ่อยครั้งในวงการบันเทิง
เธอเดินตรงไปยังห้องทำงานของทิศเหนือโดยไม่มีใครกล้าห้าม
เพราะทุกคนรู้ดีว่าเธอเป็นแขกประจำเจ้านาย
ก๊อก ก๊อก
"เข้ามา"
ประตูเปิดออกทิศเหนือเงยหน้าขึ้นจากเอกสารก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ
"มาทำไม"
อันดาคลี่ยิ้มหวานจนตาหยี ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างถือวิสาสะ
“คิดถึงเหนือไงคะ อันถึงมาหา”
ประโยคบอกรักง่าย ๆ ที่ดูเหมือนเป็นเรื่องปกติสำหรับเธอ ทำเอาชายหนุ่มถึงกับส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
“นี่คุณไม่มีอะไรทำหรือไง ถึงได้ขยันแวะมา”
“ก็...” หญิงสาวลากเสียงยาวในลำคอ ดวงตาคู่สวยพราวระยับขณะส่งยิ้มให้ “ถ้าเป็นเหนือ อันก็พอจะมีเวลาว่างเสมอแหละค่ะ”
พูดจบเธอก็เลื่อนกล่องขนมที่วางติดมือมาด้วยไปวางไว้ตรงหน้าเขา “อันซื้อของโปรดมาฝากด้วยนะ ลองชิมดูสิคะ”
ทิศเหนือปรายตามองกล่องขนมเพียงแวบเดียว ก่อนจะพึมพำออกมาสั้น ๆ โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากงานตรงหน้า
“ขอบคุณ”
คนฟังเลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ “แค่นี้เองเหรอคะ?”
“แล้วจะให้ฉันตอบว่าอะไร”
คำถามย้อนกลับมาห้วนสั้นไร้อารมณ์ แต่อันดากลับหลุดขำออกมาเบา ๆ เธอคุ้นชินกับกำแพงน้ำแข็งของเขาดีอยู่แล้วและความเย็นชานี่แหละ ที่เธอมองว่ามันคือเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้เธออยากเอาชนะใจเขาอยู่เรื่อยไป
ขณะเดียวกันนับดาวกำลังถือแฟ้มเอกสารเดินมาส่งที่ห้องผู้บริหาร
แต่ทันทีที่เดินมาถึงเธอก็เห็นภาพหญิงสาวสวยคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงานของทิศเหนือ อันดายื่นมือไปจัดเนกไทให้ชายหนุ่มอย่างสนิทสนมราวกับเป็นเรื่องปกตินับดาวชะงักไปเล็กน้อย
แม้จะบอกตัวเองว่าตัดใจแล้วแต่หัวใจก็ยังรู้สึกแปลบขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว
"คุณนับดาวใช่ไหมคะ"
เสียงหวานดังขึ้นอันดาหันมายิ้มให้รอยยิ้มสวยงามไร้ที่ติแต่แฝงความประเมินอยู่ลึก ๆ
"ค่ะ"
นับดาวตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ใบหน้าสวยหวานยังคงฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ดูอย่างไรก็ไม่ถึงดวงตา เธอไม่ได้แสดงความสะทกสะท้านหรือไหวหวั่นเลยสักนิดกับการที่มีผู้หญิงอีกคนยืนอยู่ในห้องของทิศเหนือ ท่าทีที่นิ่งสนิทราวกับไม่แคร์นั้นกลับยิ่งดูทรงพลัง จนคนมองยังต้องเป็นฝ่ายที่รู้สึกอึดอัดแทน
"ฉันอรัญญานะ เรียกอันดาก็ได้"
หญิงสาวก้าวเข้ามาใกล้ก่อนมองนับดาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
"คุณนี่เอง"
ประโยคสั้น ๆ ทำให้นับดาวขมวดคิ้วนิดหน่อย
"คะ?"
อันดาหลุดหัวเราะแผ่วพร่าในลำคอ ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกดูแคลนอย่างเปิดเผย
"คนที่ผู้ใหญ่จับคู่ให้เหนือ"
บรรยากาศเริ่มแปลกไปทันทีทิศเหนือเงยหน้ามองอันดา แต่ไม่ได้พูดอะไรอันดายังคงยิ้ม
"น่ารักดีนะดูเด็กกว่าที่คิดซะอีก แต่จืดชืดไปหน่อยนะ"
แม้คำพูดจะฟังดูเป็นมิตรแต่นับดาวกลับรับรู้ได้ถึงความหมายบางอย่างเหมือนกำลังถูกเปรียบเทียบอยู่เงียบ ๆ