นับดาวคลี่ยิ้มรับราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่พบเจอได้ทุกวัน ทว่านัยน์ตาคู่สวยกลับวาวโรจน์ขึ้นชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่แฝงไปด้วยความหมายบาดลึก
“อย่างน้อยฉันก็ยังมีตำแหน่งคู่หมั้นที่ถูกต้องและเป็นที่ยอมรับของคนในครอบครัวผิดกับบางคน ที่ต่อให้พยายามแค่ไหน ก็เป็นได้แค่คนนอกสายตา”
ทันทีที่ประโยคนั้นจบลง ใบหน้าที่เคยแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงของอันดาก็เปลี่ยนสีราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่ เธอชะงักงันไปเหมือนถูกสาป แม้ในใจจะอยากกรีดร้องหรือโต้กลับให้สาสมแค่ไหน แต่เธอก็ทำได้เพียงกัดฟันแน่นจนริมฝีปากเกือบห่อเลือด ดวงตาที่เคยจ้องมองอย่างถือดีกลับต้องหลบวูบลง เพราะความจริงที่ถูกกระแทกเข้าใส่หน้ามันเจ็บจี๊ดจนเธอไร้คำพูดจะเอ่ย
นับดาววางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะด้วยท่าทีสงบนิ่ง
“เอกสารที่คุณภัทรฝากให้เอามาส่งค่ะ”
ทันทีที่ชื่อนั้นหลุดออกจากปาก ทิศเหนือก็ชะงักมือที่กำลังเขียนงานอยู่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าทันที
“นภัทรเหรอ?”
น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและมีความนัยบางอย่างที่ทำให้นับดาวพยักหน้ารับคำเบา ๆ
“ค่ะ”
นับดาวเอ่ยชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงปกติ แต่สำหรับทิศเหนือชื่อนั้นกลับเหมือนหนามแหลมที่แทงใจเขาเข้าอย่างจัง ชายหนุ่มหรี่ตาลงมองเธอช้าๆ แววตาคมปลาบฉายชัดถึงความไม่พอใจที่ยากจะปกปิด ความเงียบที่เข้าปกคลุมรอบตัวเขากลับน่าอึดอัดเสียยิ่งกว่าคำพูดใดๆ ได้แต่กัดฟันข่มอารมณ์เอาไว้เพื่อไม่ให้เสียฟอร์ม
หลังจากวันนั้นอันดาเริ่มแวะเวียนมาที่บริษัทบ่อยขึ้น บางวันถือกาแฟมาให้บางวันมารอ ทิศเหนือไปทานข้าวบางวันก็มานั่งรอในห้องทำงานเป็นชั่วโมง
จนพนักงานหลายคนคิดว่าทั้งคู่กำลังคบกันและทุกครั้งที่อันดาปรากฏตัวนับดาวก็จะเห็นภาพความสนิทสนมระหว่างพวกเขาเสมอแต่สิ่งที่ไม่มีใครรู้คือทุกครั้งที่นับดาวเดินผ่านไปพร้อมรอยยิ้มเฉยเมยคนที่เริ่มรู้สึกหงุดหงิดกลับไม่ใช่เธอ
แต่เป็นทิศเหนือเพราะเขาเริ่มไม่ชอบเลยที่นับดาวดูไม่สนใจเขาอีกต่อไปแล้ว และยิ่งนานวันนับดาวกลับสนิทกับนภัทร มันยิ่งทำให้ทิศเหนือเริ่มไม่ค่อยชอบใจนัก ทั้งๆ ที่เขามักจะบอกตัวเองอยู่เสมอว่าเขาไม่ชอบนับดาวและจะถอนหมั้นกับเธอเมื่อครบหนึ่งปี
คืนนั้นนับดาวกลับมาถึงคอนโดเกือบสามทุ่ม หลังจากไปทานอาหารเย็นกับนภัทรและทีมงานในแผนก หญิงสาวเดินฮัมเพลงเบา ๆ ระหว่างลากรองเท้าแตะมาที่หน้าห้อง
แต่พอเงยหน้าขึ้นเธอก็ชะงักเพราะเจ้าของห้องข้างๆ กำลังยืนพิงประตูห้องอยู่ ทิศเหนือยังอยู่ในชุดทำงาน เสื้อเชิ้ตสีเข้มถูกปลดกระดุมคอออกสองเม็ด ดูเหมือนเพิ่งกลับมาถึงไม่นาน
"อ้าว"
เธอคลี่ยิ้มตอบเขาตามมารยาท ทว่าดวงตาคู่สวยกลับฉายแววฉงนอย่างปิดไม่มิดกับการปรากฏตัวของเขาในยามวิกาล นับดาวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยพลางกวาดสายตามองคนตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ เขามาทำอะไรที่หน้าห้องในเวลานี้กัน
"ยังไม่นอนเหรอคะ"
ชายหนุ่มจ้องมองเธอนิ่งสนิท ทว่าแววตาคู่นั้นกลับไม่ได้เรียบเฉยอย่างที่คิด มันเต็มไปด้วยความไม่พอใจที่ฉายชัดจนบรรยากาศรอบตัวดูเย็นเยียบลงถนัดตา เขาไม่ได้เอ่ยถามทันที แต่สีหน้าที่ดูดุดันและคาดคั้นนั้นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้รู้ว่าเขากำลังไม่สบอารมณ์อย่างหนักกับการที่เธอกลับมาในเวลาที่ดึกดื่นเช่นนี้
"ไปไหนมา"
หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นอย่างนึกแปลกใจกับคำถามที่หลุดออกมาจากปากเขา เธอจ้องมองเขานิ่งๆ ราวกับจะค้นหาความหมายที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำถามที่ดูไร้ที่มาที่ไปนั้น
"ถามเหมือนพ่อไม่มีผิดเลยนะคะ" เธอพูดพลางปัดมือเขาออกอย่างไม่ใส่ใจ "เลิกทำตัวเป็นผู้ปกครองฉันสักทีเถอะค่ะ"
ท่าทีเมินเฉยนั้นทำให้ทิศเหนือหงุดหงิดจนแทบคลั่ง "ฉันแค่ถามว่าไปไหนมา!"
"ทานข้าวกับทีมงานมาค่ะ" เธอตอบสั้นๆ
"มีนภัทรไปด้วยใช่ไหม"
นับดาวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบางๆ ที่แฝงความหมายบางอย่าง "ใช่ค่ะ คุณภัทรไปด้วย ว่าแต่คุณเหนือเป็นอะไรคะ ทำไมต้องทำหน้าเหมือนหวงก้างขนาดนั้น"
"กลับดึกดื่นแบบนี้มันไม่เหมาะ" ทิศเหนือตอบเลี่ยงด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง
"สามทุ่มเองนะคะคุณเหนือ" เธอหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "หรือว่าในมาตรฐานของคุณ การเป็นผู้หญิงนี่ต้องเข้าบ้านตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ตกดินคะ เมื่อกลางฉันยังเห็นคุณไปกินข้าวกับคุณอันดาอยู่เลยทำไมคุณทำได้ แต่ฉันทำไม่ได้"
ทิศเหนือชะงักไปครู่ใหญ่ เขานิ่งไปราวกับหาคำตอบที่ฟังขึ้นมาโต้แย้งไม่ได้ "มันไม่เหมือนกัน"
"ต่างกันตรงไหนเหรอคะ" เธอถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่าใจหาย "ต่างกันที่ว่าคุณมีสิทธิ์ แต่ฉันไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ"
"ฉันแค่เป็นห่วง อีกอย่างฉันรู้จักอันดามานานกว่าที่เธอรู้จักผู้ชายคนนั้นมาก"
นับดาวแค่นยิ้มบางๆ ให้กับตรรกะเห็นแก่ตัวของเขา "ก็นั่นแหละค่ะที่คุณพูด คุณรู้จักเขามานาน ส่วนฉันก็รู้จักคุณภัทรดีพอที่จะไว้ใจเขามากกว่าคนที่เอาแต่สั่งให้คนอื่นทำตามใจตัวเองแบบคุณ"
เธอยักไหล่ก่อนจะหมุนตัวไปไขกุญแจห้อง "ราตรีสวัสดิ์นะคะ"
แล้วเธอก็เดินเข้าห้องไปเฉย ๆ ทิ้งให้ทิศเหนือยืนหน้าตึงอยู่คนเดียว
เช้าวันต่อมากลิ่นหอมของอาหารลอยออกมาจากห้องข้างๆ
ทิศเหนือเพิ่งเปิดประตูออกมาก็เห็นนับดาวกำลังยืนถือกล่องอาหารอยู่หน้าห้องหญิงสาวอยู่ในชุดเดรสสีฟ้าเรียบง่าย
ผมยาวถูกรวบลวก ๆ ใบหน้าใสกระจ่างที่ผ่านการแต่งแต้มด้วยโทนสีอ่อนๆ อย่างบรรจงนั้นดูน่ามองเป็นพิเศษ รอยยิ้มจางๆ บนริมฝีปากที่แตะสีระเรื่อทำให้เธอดูสดใสราวกับดอกไม้แรกแย้ม เป็นความงามแบบธรรมชาติที่ดูนุ่มนวลและชวนให้มองไม่วางตา
"อะไร"
เขาชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นกล่องข้าวที่ถูกยื่นมาตรงหน้า ก่อนจะถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย
"ยื่นมาให้ฉันทำไม"
สายตาของเขายังคงจับจ้องที่กล่องข้าวนั้นด้วยความไม่เข้าใจ "อาหารเช้า"
เขาเลิกคิ้วขึ้นสูง จ้องมองกล่องข้าวในมือเธอสลับกับใบหน้าสวยนิ่งๆ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เจือความกังขา
"นี่เธอทำเองเหรอ"
นับดาวพยักหน้าเบาๆ รอยยิ้มเรียบๆ ถูกฉาบไว้บนใบหน้าสวยใสโดยไม่มีอาการประหม่าหรือลังเลแม้แต่นิดเดียว ท่าทีที่นิ่งสนิทและแววตาที่มองตรงมานั้นทำให้คนถามถึงกับต้องชะงักไปกับความมั่นใจที่ดูเหนือชั้นของเธอ
"อืม แม่สอนตั้งแต่เด็ก"
เธอเปิดฝากล่องออกมาเล็กน้อยกลิ่นข้าวต้มกุ้งหอมกรุ่นลอยออกมาก่อนจะยื่นอีกกล่องให้
"เอามาให้"
ทิศเหนือมองกล่องอาหารตรงหน้า
"ให้ฉัน"
นับดาวตอบกลับสั้นๆ เหมือนไม่ได้ต้องการคำชมหรือการยอมรับใดๆ
"ใช่"
ทิศเหนือหรี่ตามองกล่องข้าวในมือสลับกับใบหน้าของเธอ แววตาคมกริบนั้นฉายความกังขาอย่างไม่ปิดบัง
"ทำไม" เขาเอ่ยถามเสียงต่ำ "ทำไมถึงเอามาให้ฉัน" เขาสบตานิ่งราวกับกำลังรอคอยคำตอบที่จะเผยเจตนาที่แท้จริงของเธอนับดาวยิ้ม
"ก็อยู่ห้องใกล้กัน เห็นคุณชอบออกไปทำงานโดยไม่กินข้าวเช้า"
ชายหนุ่มนิ่งไปไม่รู้ทำไมคำพูดธรรมดา ๆ แบบนี้ถึงทำให้รู้สึกแปลกเหมือนมีคนคอยสังเกตชีวิตเขาอยู่เงียบ ๆ นับดาวยังคงยื่นกล่องอาหารให้
"ถ้าคุณไม่เอาฉันจะเอาไปให้คุณภัทร"
ชื่อของนภัทรเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ ทิศเหนือรีบรับกล่องข้าวนั้นไปถือไว้อย่างรวดเร็วโดยสัญชาตญาณ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันขึ้นมาทันที
"ขอบใจ" เขาบอกพลางจ้องเขม็งราวกับจะย้ำเตือนว่าของของเขาไม่ควรไปอยู่ในมือคนอื่น
หญิงสาวยิ้มกว้างก่อนจะเดินไปลิฟต์แต่รอยยิ้มของเขาจางหายทันทีเมื่อเห็นใครบางคนยืนอยู่ตรงล็อบบี้ชั้นล่าง
นภัทรผู้จัดการหนุ่มกำลังถือแก้วกาแฟสองแก้วและทันทีที่เห็นนับดาวเขาก็ยิ้มให้ทันที
"อรุณสวัสดิ์ครับ"
"คุณภัทร!"
นับดาวยิ้มตอบอย่างดีใจ รอยยิ้มนั้นหวานหยดย้อยจนน่าหมั่นไส้ในสายตาของทิศเหนือ เป็นรอยยิ้มที่ตั้งใจยั่วยุให้เขารู้สึกเดือดพล่านขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
"มาทำอะไรแต่เช้าคะ"
"แวะมารับคุณดาวครับ"
นภัทรยื่นกาแฟให้ด้วยรอยยิ้มที่อ่อนหวานและอบอุ่นเสียจนคนมองใจสั่น มันเป็นยิ้มแบบผู้ชายที่แสนดีที่พร้อมจะรับฟังและดูแลเธอในทุกๆ เรื่อง ดวงตาของเขาฉายแววเอ็นดูและหวังดีอย่างเปิดเผย
"คุณเคยบอกว่าชอบร้านนี้"
นับดาวรับแก้วกาแฟมาถือไว้พลางส่งยิ้มหวานให้เขา รอยยิ้มของเธอนั้นสดใสและเปล่งประกายเสียจนคนมองรู้สึกอบอุ่นไปถึงหัวใจ ใบหน้าใสสะอาดที่แย้มยิ้มอย่างจริงใจทำให้นับดาวดูเป็นผู้หญิงที่น่ารักและน่ามองไปเสียทุกท่วงท่า จนชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้ายังอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามด้วยความเอ็นดู
"ขอบคุณค่ะ"
ภาพนั้นบาดตาคนมองที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังอย่างประหลาด โดยเฉพาะจังหวะที่นับดาวเผลอหลุดหัวเราะออกมาอย่างสดใสยามพูดคุยกับนภัทร มันเป็นภาพที่เขารู้สึกขัดใจจนเผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว