18 คนที่ไม่ปล่อยมือ

1038 Words
ภาคินหน้าซีดเผือดราวกับไก่ต้ม ดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ ส่วนแฟนใหม่ของเขาก็อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ในขณะที่เพียงขวัญได้แต่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ในอ้อมแขนของเขา สมองของเธอตื้อไปหมด เขา...เขาพูดอะไรออกไป... ภาคย์ยิ้มอย่างผู้ชนะที่เหนือกว่าทุกประตู ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปใกล้ภาคินที่ยังคงยืนอึ้งอยู่... เขากระซิบที่ข้างหูภาคินด้วยน้ำเสียงที่เย็นเฉียบจนบาดลึกเข้าไปในกระดูก...เสียงที่ดังพอให้ได้ยินกันแค่สองคน... “ต่อไปนี้...อย่าหวังว่าจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข...เพราะมึง...ทำลายชีวิตคนรักของกู” คำว่าคนรักที่เขาเน้นย้ำนั้น ไม่ได้มีความหวานซึ้งแม้แต่น้อย แต่มันเต็มไปด้วยไฟแค้นที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างที่ขวางหน้า พูดจบ...เขาไม่เสียเวลาอีกต่อไป เขาเดินจับมือเธอออกไปจากตรงนั้น ทิ้งให้ภาคินและแฟนใหม่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับความพ่ายแพ้และความอับอาย เขาจูงมือเพียงขวัญที่ยังคงอยู่ในอาการช็อก ให้เดินตามเขาออกมาจากร้านสะดวกซื้อเหมือนเธอเป็นตุ๊กตาไขลาน อากาศภายนอกที่ร้อนระอุไม่ได้ช่วยให้สติของเธอกลับคืนมาเลยแม้แต่น้อย เขายังคงจับมือเธอไว้แน่น...ไม่ยอมปล่อย...แล้วพาเธอเดินตรงไปยังรถสปอร์ตคันหรูของเขาที่จอดอยู่ไม่ไกล เมื่อมาถึงที่รถ เขาก็เปิดประตูฝั่งผู้โดยสารให้เธอ แต่เพียงขวัญยังคงยืนนิ่ง ไม่ยอมขยับ “ขึ้นรถ” เขาออกคำสั่งเสียงเรียบ เธอค่อยๆ ดึงมือตัวเองออกจากมือของเขาอย่างช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ในที่สุด สติของเธอก็กลับคืนมา พร้อมกับความรู้สึกมากมายที่ตีรวนกันอยู่ในอก ทั้งความอับอาย ความเจ็บปวด และความ...ซาบซึ้ง... “เมื่อกี้...ขอบคุณนะคะ” เธอพูดเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน เขามองเธอนิ่งๆ ไม่ได้ตอบอะไร เธอก้มหน้างุด ไม่กล้าสบตาเขาอีกต่อไป แล้วน้ำตาที่อั้นไว้ก็ไหลทะลักอาบแก้มอีกครั้ง มันคือน้ำตาแห่งความเสียใจ...ความผิดหวัง...ไม่คิดว่าคนที่เธอเคยรักและไว้ใจ จะเลวร้ายได้ขนาดนี้ เขาไม่ได้แค่หลอกเธอ แต่เขายังดูถูกศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี เธอสะอื้นฮักออกมาอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้อีกต่อไป... ภาคย์มองภาพนั้นนิ่งๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะทำในสิ่งที่เธอคาดไม่ถึง... เขาจับแก้มของเธอเบาๆ ใช้นิ้วโป้งเกลี่ยหยาดน้ำตาที่ไหลเปรอะแก้มเนียนของเธอออกอย่างอ่อนโยน “เจ็บไหม” เขาถามเสียงทุ้ม...เสียงที่อ่อนโยนจนน่าตกใจ "ฮึก....ฮือ...." คำถามง่ายๆ คำเดียว แต่มันกลับเหมือนเขื่อนที่พังทลายลงมา เพียงขวัญสะอื้นหนักกว่าเดิม เธอปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย ราวกับเด็กน้อยที่เพิ่งถูกรังแกแล้วมีคนเข้ามาปลอบโยน ความเข้มแข็งทั้งหมดที่พยายามสร้างมาพังทลายลงในอ้อมแขนของปีศาจที่เธอเคยหวาดกลัว เขาไม่ได้พูดอะไรอีก...เขาเพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้น...ปล่อยให้เธอร้องไห้ออกมาให้หมด... เมื่อเห็นว่าเธอเริ่มสงบลงบ้างแล้ว เขาจึงค่อยๆ โน้มใบหน้าลงมา... แล้วจูบลงตรงรอยแดงช้ำบนแก้มของเธอ... จูบที่แผ่วเบา...นุ่มนวล...และเต็มไปด้วยการปลอบประโลมอย่างน่าประหลาด เพียงขวัญสะดุ้งเล็กน้อยกับสัมผัสที่ไม่คาดฝันนั้น เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยดวงตาที่แดงก่ำและยังคงมีม่านน้ำตาคลออยู่ “ทำไม...” เธอถามเสียงสั่น “...ทำไมต้องช่วยฉันด้วย” เขายกมือขึ้นปาดน้ำตาหยดสุดท้ายที่หางตาของเธอออกเบาๆ “ฉันไม่ได้ช่วยเธอ” “...” “ฉันแค่...จัดการขยะที่มันรกหูรกตา” เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเหมือนเดิม แต่แววตาที่มองเธอนั้นกลับมีความรู้สึกบางอย่างซ่อนอยู่ “แล้ว...แล้วที่คุณพูดในร้าน...เรื่อง...เรื่องแฟน...” เธอรวบรวมความกล้าถามในสิ่งที่คาใจที่สุด “คุณพูดออกไปทำไม” เขายิ้มมุมปาก “ก็แค่...อยากจะสั่งสอนมัน...ว่าอย่ามายุ่งกับของ ของฉัน” คำพูดของเขา ทำให้หัวใจของเธอกระตุกวูบ...แต่ครั้งนี้...มันกลับไม่ได้รู้สึกแย่อย่างที่เคยเป็น “ขึ้นรถเถอะ” เขาพูดอีกครั้ง “เรามีเรื่องต้องคุยกันไม่ใช่เหรอ” ครั้งนี้เพียงขวัญยอมก้าวขึ้นไปบนรถแต่โดยดี เธอรู้สึกเหนื่อยล้าเกินกว่าจะต่อต้านอะไรเขาได้อีกแล้วในวันนี้ เขาก้าวขึ้นมานั่งที่ฝั่งคนขับ แล้วขับรถออกไปอย่างเงียบๆ บรรยากาศในรถเงียบงัน แต่ไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัดเหมือนเมื่อคืน มันคือความเงียบที่ต่างคนต่างกำลังจมอยู่ในความคิดของตัวเอง เขาขับรถไปจอดที่ใต้คอนโดของเธอตามที่นัดไว้จริงๆ “เรื่องข้อความเมื่อคืน...” เธอเป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อน “...ที่คุณบอกว่ามีเรื่องต้องคุย...” “ลืมมันไปซะ” เขาพูดแทรกขึ้นมาสั้นๆ “คะ” เขาหันมามองหน้าเธอตรงๆ “ฉันบอกให้ลืมมันไป...วันนี้...เธอเจอเรื่องหนักมามากพอแล้ว กลับขึ้นไปพักผ่อนเถอะ” “แล้ว...” “ฉันจะโทรหา” เขาตัดบท ก่อนจะปลดล็อกประตูรถ “ไปได้แล้ว” เพียงขวัญมองหน้าเขานิ่งๆ อีกครั้ง เธอไม่เข้าใจผู้ชายคนนี้เลยจริงๆ...เดี๋ยวก็ร้าย...เดี๋ยวก็ดี...เดี๋ยวก็เย็นชา...เดี๋ยวก็อ่อนโยน...เขาเป็นคนแบบไหนกันแน่ แต่ถึงอย่างนั้น...เธอก็ยอมเปิดประตูลงจากรถแต่โดยดี ขณะที่เธอกำลังจะปิดประตูนั้นเอง... “เพียงขวัญ” เขาเรียกเธอไว้... “คะ” “ไอ้เงินหนึ่งล้านนั่น...เธอไม่ต้องคิดมาก” เขามองตรงไปข้างหน้า ไม่ได้สบตาเธอ “ถือซะว่า...ฉันจ่ายค่าบทเรียนให้กับผู้ชายเฮงซวยคนหนึ่ง...ก็แล้วกัน” "แต่เธอเป็นของฉัน..."
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD