คำพูดสุดท้ายของภาคย์ที่จงใจยั่วเย้าและตอกย้ำสถานะของเธอผ่านสายโทรศัพท์นั้น ทำให้ใบหน้าของเพียงขวัญร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เขาเป็นบ้าอะไรของเขา! ตอนอยู่ที่ร้านสะดวกซื้อก็ทำเหมือนห่วงใย แต่พออยู่ห่างกันกลับกลายเป็นปีศาจปากร้ายคนเดิม
เธอควรจะโกรธ...ควรจะตัดสายทิ้ง...ควรจะด่าเขากลับไป...
แต่...เธอกลับทำไม่ได้...
ความรู้สึกอุ่นวาบที่ก่อตัวขึ้นในช่องท้อง...ความรู้สึกโหยหาที่พุ่งขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล...มันมีอำนาจเหนือกว่าความโกรธและความอับอายทั้งหมด
เสียงทุ้มของเขาในตอนนี้...มันช่างอันตราย...และเซ็กซี่อย่างเหลือร้าย...
และก่อนที่สมองจะได้ทันไตร่ตรอง...ปากของเธอก็ขยับไปเอง...
“เอ่อ...คุณหมอ...วันนี้เลย...ได้มั้ยคะ”
สิ้นเสียงของตัวเอง...โลกทั้งใบของเพียงขวัญก็เหมือนจะหยุดหมุน!
เธอ...เธอพูดอะไรออกไป!
ความเงียบที่ปลายสายทำให้เธออยากจะมุดดินหนีไปให้รู้แล้วรู้รอด เธอได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของตัวเองที่ดังระรัวอยู่ในอก และเสียงหัวใจที่เต้นแรงจนแทบจะกระดอนออกมาข้างนอก
ไม่รู้ทำไมเธอถึงพูดออกไปแบบนั้น... อาจจะเพราะความเหงา...ความหวาดกลัว...หรืออาจจะเพราะ...เธอแค่ต้องการใครสักคน...ต้องการเขาในตอนนี้...
“ฉะ...ฉัน...ฉันขอโทษค่ะ! เมื่อกี้...เมื่อกี้พูดผิดไป!” เธอรีบแก้ตัวเสียงสั่น พยายามจะกู้สถานการณ์ที่น่าอายนี้กลับคืนมา “ขะ...ขอโทษที่รบกวนนะคะ! แค่นี้ก่อนนะคะ”
ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตอบอะไรกลับมา เธอก็รีบกดวางสายอย่างลนลาน
เพียงขวัญโยนโทรศัพท์ไปที่ปลายเตียงราวกับมันเป็นของร้อน เธอซุกหน้าลงกับหมอนแล้วกรีดร้องออกมาเบาๆ...นี่เธอทำบ้าอะไรลงไป! เขาจะคิดยังไง! เขาต้องคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงร่าน...เป็นผู้หญิงใจง่ายที่เรียกร้องหาผู้ชายแน่ๆ!
ทางฝั่งของบาร์หรู...
หมอภาคย์แสยะยิ้มออกมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...
เขายังคงถือโทรศัพท์ค้างไว้ในท่าเดิม แม้ว่าปลายสายจะตัดไปแล้วก็ตาม ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยไฟแค้นเมื่อครู่ บัดนี้กลับมีประกายของความสนุกสนานและความพึงพอใจฉายชัดออกมา
ลูกแมวตัวน้อยที่เขาคิดว่าขี้ขลาดและเอาแต่หวาดกลัว...กลับกล้าที่จะร้องขอเจ้าของของมันเอง...ถึงแม้จะทำไปโดยไม่รู้ตัวก็ตาม
“หึ...” เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ
คิมหันต์ที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่ตลอด พอจะจับใจความจากบทสนทนาข้างเดียวได้ ก็พอเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด
“อาการหนักนะมึง” เขาพูดพลางยกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์ “แค่เสียงในโทรศัพท์ยังทำมึงยิ้มได้ขนาดนี้”
ภาคย์วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ก่อนจะยกมือข้างที่เปื้อนเลือดขึ้นมามองอย่างไม่ใส่ใจนัก “ก็แค่...ของเล่นชิ้นใหม่ที่มันน่าสนใจกว่าที่คิด”
“ของเล่นเหรอ” คิมหันต์เลิกคิ้ว “กูไม่เคยเห็นมึงยอมเอาตัวเข้าไปเสี่ยงขนาดนี้เพื่อ ของเล่นชิ้นไหนเลยนะไอ้ภาคย์...ไม่เคยเห็นมึงโกรธจนคลั่งขนาดนี้เพื่อใครมาก่อน...นอกจาก...”
คิมหันต์ชะงักไป...เขาเกือบจะพูดถึงชื่อที่ไม่ควรพูดถึงออกมา
บรรยากาศในห้องพลันเย็นเยียบลงอีกครั้ง...
ภาคย์ละสายตาจากมือของตัวเอง แล้วหันไปมองหน้าเพื่อนสนิทด้วยแววตาที่กลับมาเรียบเฉยเหมือนเดิม “อย่าพูดถึงเรื่องนั้นอีก”
“เออ...กูขอโทษ” คิมหันต์ยอมถอยแต่โดยดี
หมอภาคย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขามองไปที่มือที่เลือดเริ่มจะหยุดไหลของตัวเอง ก่อนจะพูดกับคิมหันต์ด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“เรื่องที่กูสั่ง...จัดการให้เรียบร้อย”
“ไม่ต้องห่วง” คิมหันต์พยักหน้ารับ “แล้วมึงจะไปไหน”
ภาคย์หยิบกุญแจรถบนโต๊ะขึ้นมา...ดวงตาของเขากลับมามีประกายระยิบระยับอีกครั้ง
คิมหันต์เห็นดังนั้นก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะโบกมือไล่เพื่อนเหมือนรู้ทัน
“ไปหาเด็กมึงไป๊” เขาพูดอย่างเอือมๆ “ไม่ต้องมาทำหน้าหื่นอยู่ตรงนี้...มันอุบาทว์ลูกตากู!”
“...” ภาคย์ไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่ยิ้มมุมปาก
“เดี๋ยวกูจัดการแก๊งค์เหี้ยนี่ให้เอง” คิมหันต์พูดรับรองอย่างหนักแน่น “ไอ้เสือผานั่น...พรุ่งนี้เช้า...มันได้ไปนอนคุยกับรากมะม่วงแน่...ส่วนไอ้ภาคิน...กูจะค่อยๆ เลาะกระดูกมันออกมาทีละชิ้น...ให้มันได้ลิ้มรสชาติของนรกบนดิน...อย่างที่มึงต้องการ”
ภาคย์พยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ
“ฝากด้วยแล้วกัน” เขาพูดทิ้งท้าย ก่อนจะหันหลังแล้วเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้คิมหันต์มองตามหลังเพื่อนรักไปด้วยสายตาที่ซับซ้อน...
เขารู้ดี...ว่าเกมนี้...มันไม่ใช่แค่เรื่องของของเล่น
แต่สำหรับภาคย์ในตอนนี้...เขาไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้น...
ในหัวของเขามีเพียงเสียงหวานๆ ที่สั่นเทาของใครบางคนที่ดังซ้ำไปซ้ำมา...
‘วันนี้เลย...ได้มั้ยคะ...’