มือใหญ่ของเขาเริ่มบีบเคล้นไปตามร่างกายของเธออย่างแสดงความเป็นเจ้าของเต็มที่ เขาสัมผัสเพื่อแสดงอำนาจที่น่ารังเกียจนั้น
“ปล่อยนะ! อย่า...ได้โปรด...อย่าทำแบบนี้!” เพียงขวัญร้องเสียงหลง เธอพยายามดิ้นรนสุดชีวิต ผลักไสแผงอกแกร่งของเขา แต่มันก็ไร้ผล
“หึ...เมื่อกี้ยังปากดีอยู่เลยไม่ใช่เหรอ” เขาหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะอย่างง่ายดาย
ในเสี้ยววินาทีแห่งความสิ้นหวังนั้นเอง...ภาพความรุนแรงในอดีตซ้อนทับขึ้นมาในหัวของเธอ...ท่าทางแบบนี้...การจับกดแบบนี้...แววตาที่เต็มไปด้วยความต้องการจะเอาชนะแบบนี้...มันเหมือนกับ...
เหมือนกับภาคิน...
และในวินาทีที่เขาก้มหน้าลงมาเพื่อจะบดขยี้ริมฝีปากเธออีกครั้ง เพียงขวัญก็กรีดร้องประโยคที่ทรงพลังที่สุดออกมาจากส่วนลึกของจิตใจ...ประโยคที่เธอไม่เคยคิดว่าจะกล้าพูดมันออกมา
“อย่าทำเหมือนมัน ฮึก... อย่ามาทำเหมือนไอ้ภาคินนะ”
กึก!
ราวกับมีใครมากดปุ่มหยุดเวลา...
การกระทำทุกอย่างของภาคย์หยุดชะงักลงทันที ร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับเธออยู่แน่นิ่งไปราวกับถูกสาปให้เป็นหิน เขาเงยหน้าขึ้นจากซอกคอของเธอช้าๆ...ช้ามากๆ...
ดวงตาที่เคยลุกโชนด้วยไฟราคะและความโกรธ...บัดนี้กลับว่างเปล่า...ก่อนที่ความว่างเปล่านั้นจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบที่ดำมืดยิ่งกว่าเดิม
เขาไม่ได้โกรธที่เธอขัดขืน...แต่เขาโกรธที่เธอเปรียบเทียบกับมัน
“เมื่อกี้...” เขาเค้นเสียงถามลอดไรฟัน...เสียงที่เปลี่ยนไปจนน่ากลัว “...เธอพูดว่าอะไรนะ”
เพียงขวัญตัวสั่นเทา เธอไม่รู้ว่าเธอเอาความกล้ามาจากไหน แต่เมื่อพูดออกไปแล้วก็ไม่มีอะไรจะเสียอีกต่อไป “ฉันบอกว่า...อย่าทำตัวเหมือนมัน!”
“ฉัน...เหมือนมันเหรอ” เขาถามย้ำช้าๆ เหมือนไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน “ไอ้เวรนั่น...มันทำกับเธอแบบนี้เหรอ”
เพียงขวัญก็รู้ว่าเขาหมายถึงอะไร เธอเบือนหน้าหนี ไม่กล้าสบตาเขา
“ตอบฉันมา เพียงขวัญ!” เขาตวาดลั่น เสียงดังสนั่นอยู่ในพื้นที่แคบๆ ของรถ “มันเคยบังคับเธอแบบนี้ใช่ไหม!”
น้ำตาของเธอไหลทะลักออกมาอีกครั้ง เธอพยักหน้าช้าๆ เป็นคำตอบที่น่าอัปยศ
ความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวเข้าครอบงำอีกครั้ง...
ภาคย์จ้องมองใบหน้าที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาของเธอนิ่งงัน...ภาพในอดีตที่เขาพยายามจะลืม...ภาพของน้องสาวที่เคยมีรอยฟกช้ำ...ภาพแววตาที่แตกสลาย...มันย้อนกลับมาหลอกหลอนเขาอีกครั้ง
การถูกนำไปเปรียบเทียบกับผู้ชายประเภทที่เขาเกลียดชังเข้ากระดูกดำ...มันคือการดูหมิ่นที่รุนแรงที่สุดยิ่งกว่าคำด่าใดๆ
เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่...ก่อนจะทำในสิ่งที่เธอคาดไม่ถึงที่สุด...
เขาผละตัวออกจากร่างของเธอ
เขาปีนข้ามกลับไปยังเบาะคนขับของตัวเอง แต่ไม่ได้สตาร์ทรถ เขานั่งนิ่งๆ กอดอก แล้วจ้องมองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย ทิ้งให้เพียงขวัญนอนอยู่บนเบาะที่เอนราบด้วยความสับสนและงุนงง
“ขึ้นไปได้แล้ว” เขาออกคำสั่งเสียงเรียบเย็น โดยไม่หันมามองเธอ
เพียงขวัญรีบปรับเบาะให้ตั้งตรง จัดเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่อย่างลนลาน มือไม้สั่นไปหมด
“คะ”
“ฉันบอกให้ขึ้นไปได้แล้ว” เขาพูดซ้ำเสียงห้วน “เพื่อนเธอนอนอยู่คนเดียวไม่ใช่รึไง”
เขาลืมไปแล้วเหรอว่าเธอต้องนอนเฝ้าเพื่อน ความคิดนี้แวบเข้ามาในหัวของเธอ นี่เขาไม่ได้จะพาเธอไปไหนต่อแล้วใช่ไหม?
เธอไม่รอช้า รีบเปิดประตูรถแล้วก้าวขาลงไปยืนบนพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ แต่ก่อนที่เธอจะทันได้ปิดประตู...
“เดี๋ยว”
เสียงของเขาหยุดเธอไว้ เธอหันกลับไปมองอย่างหวาดๆ
เขาไม่ได้มองเธอ แต่ยังคงจ้องไปข้างหน้านิ่งๆ “ฉันเกลียดที่สุด...คือผู้ชายที่ใช้กำลังกับผู้หญิง”
“...”
“และฉันก็เกลียดที่สุด...เวลาที่ถูกมองเป็นคนแบบนั้น”
พูดจบ เขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือของเขาขึ้นมา กดหาเบอร์ใครบางคน...ท่าทางของเขายังคงเย็นชา แต่แววตาที่สะท้อนกับแสงไฟในลานจอดรถนั้นกลับลุกโชนไปด้วยไฟแค้นที่เปลี่ยนเป้าหมายไปแล้ว
เพียงขวัญรีบปิดประตูรถเบาๆ แล้ววิ่งหนีออกมาจากตรงนั้นทันที เธอไม่ต้องการจะอยู่รับรู้ว่าเขาจะคุยโทรศัพท์กับใครหรือสั่งให้ใครทำอะไรอีกต่อไป
เธอวิ่งตรงไปยังลิฟต์ กดปุ่มรัวๆ ด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ
ติ๊ง!
ขณะที่เธอกำลังจะก้าวเข้าไปในลิฟต์ที่เปิดออกนั้นเอง เสียงข้อความก็ดังขึ้นจากโทรศัพท์ในมือของเธอ
ครืดดด
เธอเปิดมันอ่านด้วยมือที่สั่นเทา...มันมาจากเบอร์เดิม...เบอร์ของเขา
"พรุ่งนี้สิบโมงเช้า...ไปเจอฉันที่คอนโดของเธอ...เรามีเรื่องที่ต้องคุยกันให้เคลียร์"