ท้องฟ้าคลุมเงียบสงัดด้วยหมอกบางๆ ที่แผ่ปกคลุมเมืองหลวง สายลมหนาวจากภูเขาหมุนเวียนเข้ามาในตรอกซอยเล็กๆ ของเมือง มันเป็นวันที่ทั้งเมืองต่างพูดถึงการแต่งงานที่กำลังจะเกิดขึ้นของซูไป๋เหมย บุตรสาวของมหาเสนาบดีผู้มีอิทธิพล และหลี่เยว่ซิง อ๋องห้าแห่งวังหลวงที่ถูกขนานนามว่า "อสุรกายไร้หัวใจ"
ชาวบ้านผู้ที่เคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับทั้งสอง พูดถึงงานแต่งนี้ด้วยน้ำเสียงที่หลากหลาย บ้างก็พูดด้วยความอยากรู้อยากเห็น บ้างก็พูดด้วยความเสียดายที่ซูไป๋เหมยจะต้องแต่งงานกับผู้ชายที่มีชื่อเสียงในด้านความเย็นชาและการไม่แยแสความรู้สึกของผู้อื่น ขณะที่บางคนกลับพูดด้วยความเห็นใจ เฝ้าหวังให้ซูไป๋เหมยสามารถพบความสุขในชีวิตคู่ได้
"ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ว่าแม่หญิงที่สวยและฉลาดอย่างนางไป๋เหมยจะมีความสุขไหมกับการแต่งงานครั้งนี้" หญิงสาวผู้หนึ่งในตลาดกล่าวกับเพื่อนของนาง ขณะที่หยิบผักสดมาวางบนแผงขายของ
"เรื่องของพวกเขาไง หลี่เยว่ซิงไม่มีหัวใจรักใครได้หรอก เขารู้จักแต่การฆ่าฟันและการต่อสู้ภายในวัง" เพื่อนอีกคนกล่าวเสริม พร้อมกับมองไปที่ท้องฟ้าที่เริ่มเปิดเผยแสงอาทิตย์
ในขณะที่ผู้คนในหมู่บ้านต่างพูดถึง ซูไป๋เหมยเองกลับไม่แสดงอาการสะทกสะท้านกับเสียงนินทาเหล่านั้น แม้ว่าหัวใจของนางจะรู้สึกหวั่นไหวอยู่บ้าง แต่ก็รู้ดีว่า การแต่งงานกับหลี่เยว่ซิงไม่ใช่เรื่องของความรัก หากแต่เป็นข้อตกลงทางการเมืองที่ต้องทำเพื่อความมั่นคงของทั้งครอบครัวและการปกครองของแคว้น
ร่างบางเดินเข้ามาในตำหนักใหญ่ของบ้านบิดา มองไปยังห้องที่มีการเตรียมการจัดงานแต่งงานอย่างละเอียด ตั้งแต่ดอกไม้ที่ถูกนำมาจัดวางอย่างประณีต ไปจนถึงชุดเจ้าสาวสีขาวที่ถูกวางไว้อย่างเรียบร้อยบนเตียง ในขณะที่เหล่าคนรับใช้ต่างวิ่งวุ่นกับการเตรียมงาน ซูไป๋เหมยกลับรู้สึกถึงความเหงาในใจ
แม้จะมีทุกสิ่งทุกอย่างที่ดูเหมือนสมบูรณ์แบบ แต่ในใจของนางกลับมีแต่ความไม่แน่ใจและสงสัย หลี่เยว่ซิงจะเป็นคู่ชีวิตที่เหมาะสมกับนางจริงหรือ? หรือทุกอย่างจะเป็นเพียงแค่เงาของความเป็นจริงที่ถูกซ่อนไว้ใต้ผืนผ้าแห่งการเมือง?
ทุกย่างก้าวของนาง คล้ายกับการเดินในเส้นทางที่ไม่มีที่สิ้นสุด ผู้คนรอบข้างต่างหวังว่านางจะพบความสุขในวันแต่งงานนี้ แต่ไป๋เหมยกลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะตกอยู่ในกรงขังที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็นเรื่องของการจำใจมากกว่าความรักที่แท้จริง
ในวันที่อากาศสดใส บนท้องฟ้าที่ไร้เมฆ คล้ายกับเป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นใหม่ ซูไป๋เหมยในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์นั่งอยู่บนเกี้ยวไม้ฉลุลายอย่างประณีต เกี้ยวกำลังเคลื่อนผ่านถนนหลักของเมืองไปยังตำหนักของจวนอ๋อง ความงามของนางนั้นสะกดสายตาผู้คนที่พบเห็น ความงามที่ไม่เพียงแค่การแต่งกายและเครื่องประดับที่งดงาม แต่ยังแฝงไปด้วยความสง่างามที่เกิดจากจิตใจที่แข็งแกร่งและคมคาย แต่กลับไม่มีใครรับรู้ถึงความรู้สึกในใจของนางในตอนนี้
ระหว่างทางที่เกี้ยวเคลื่อนที่ไปในเมือง ซูไป๋เหมยได้ยินเสียงนินทาของชาวบ้านที่คอยพูดถึงมาตลอดทาง พวกเขามักจะบอกว่า ซูไป๋เหมยคือสตรีที่มีความงามที่ยากจะหาผู้ใดมาเทียบได้ แต่ไม่นานเสียงนินทาก็เริ่มเปลี่ยนไป
"เห็นนางในชุดเจ้าสาวแล้ว สวยสง่าจริงๆ" เสียงหนึ่งของหญิงสาวกล่าวขึ้นในขณะที่ยืนขายของริมถนน
"แต่น่าเสียดาย ที่นางต้องแต่งงานกับหลี่เยว่ซิง อ๋องห้า...ที่เขาว่ากันว่าเป็นอสุรกายไร้หัวใจ" หญิงสาวอีกคนพูดพร้อมกับส่ายหน้า "คนแบบนี้ไม่น่าจะมีหัวใจรักใครได้หรอก"
"นั่นสิ หลี่เยว่ซิงเป็นอ๋องที่โหดร้าย ชื่อเสียงของเขาเลื่องลือไปทั่วทั้งแคว้น เขามักจะใช้ความรุนแรงในการปกครองวังหลวง ไม่มีใครกล้าขัดขืน" เสียงของชายหนุ่มคนหนึ่งดังแทรกเข้ามา
"เจ้าจะไปรู้อะไร ข้าเคยได้ยินมาอีกนะว่า อ๋องห้าผู้นี้มีชื่อเสียงเรื่องความเจ้าชู้ แต่ละวันเขามักจะมีเรื่องกับหญิงสาวมากมายในวัง น่าสงสารนางไป๋เหมยจริงๆ"
ซูไป๋เหมยได้ยินคำพูดเหล่านั้นชัดเจน แต่กลับไม่ได้แสดงอาการตกใจหรือโกรธเคืองต่อคำพูดที่มาจากปากของชาวบ้าน ร่างบางแค่ก้มหน้าลงเพื่อซ่อนความรู้สึกที่ซับซ้อนในใจ ความคิดในสมองของนางหมุนวนไปมา สงสัยว่า... หลี่เยว่ซิงจะเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่?
ในช่วงเวลาที่เสียงพูดคุยของชาวบ้านค่อยๆ หายไป ซูไป๋เหมยเริ่มหวนคิดถึงสิ่งที่ทำให้นางตัดสินใจเดินมาถึงจุดนี้ การแต่งงานนี้ไม่ได้เกิดจากความรัก ความรักที่นางฝันถึงได้กลับกลายเป็นเพียงแค่ความจำใจที่จะต้องทำตามคำสั่งของบิดาเพื่อรักษาเกียรติของครอบครัว แต่ใจลึกๆ ของนางไม่สามารถลืมข่าวลือที่ได้ยินเกี่ยวกับหลี่เยว่ซิงได้เลย
เขาเป็นผู้ชายที่ไม่เคยแสดงความอ่อนโยนหรือความรักต่อใคร... ท่ามกลางข่าวลือเหล่านั้น ซูไป๋เหมยเริ่มสงสัย ว่านางจะสามารถสร้างความรักจากชายคนนี้ได้หรือไม่ หรือว่านางจะต้องทนกับชีวิตที่ต้องอยู่ร่วมกับผู้ชายที่ถูกตราหน้าว่าไร้หัวใจไปตลอดกัน
"แต่... สิ่งที่ต้องการจากการแต่งงานครั้งนี้มันไม่ใช่แค่ความรัก" ซูไป๋เหมยคิดในใจ ขณะนั้นเกี้ยวไม้ก็เคลื่อนเข้าสู่บริเวณตำหนักของจวนอ๋อง ความสงบที่รอบตัวกลับยิ่งทำให้หัวใจของนางรู้สึกเงียบเหงาไปอีก...
เมื่อเกี้ยวม้ามาถึงหน้าตำหนักจวนจิ้งเซียน หลี่เยว่ซิงก็มายืนรออยู่ก่อนแล้ว เขาอยู่ในชุดเจ้าบ่าวสีดำเข้มที่เรียบหรู เหมาะสมกับสถานะของอ๋องห้า ชุดของเขาประดับด้วยปักทองที่ละเอียดอ่อน ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดูแข็งแกร่งและเย็นชา เขายืนตรงและไม่แสดงอารมณ์ใดๆ บนใบหน้า ราวกับว่าเขากำลังยืนอยู่ในที่แห่งหนึ่งที่ไม่มีสิ่งใดสามารถเข้าไปแตะต้องได้
ซูไป๋เหมยเดินออกจากเกี้ยวด้วยความรู้สึกผสมปนเป ระหว่างความวิตกกังวลและความมุ่งมั่น ร่างบางประคองตัวเองให้เดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง แต่ก็ไม่สามารถหลีกหนีเสียงหัวใจที่เต้นเร็วขึ้นเมื่อนางได้พบกับหลี่เยว่ซิงในครั้งแรก สิ่งที่เคยได้ยินจากข่าวลือทุกเรื่องตอนนี้มันกลายเป็นจริงขึ้นต่อหน้านางแล้ว
หลี่เยว่ซิงมองมาที่นางด้วยสายตาเย็นชา ดวงตาของเขาไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ราวกับเป็นการมองสิ่งที่ไม่เคยมีความหมาย สำหรับเขา ซูไป๋เหมยก็เพียงแค่ 'เจ้าสาว' ที่เขาต้องรับมาเพราะการแต่งงานนี้คือภารกิจที่ต้องทำตามข้อตกลงทางการเมือง มันไม่เกี่ยวข้องกับความรักหรือความปรารถนาใดๆ
ซูไป๋เหมยรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่ไหลผ่านร่างกายเมื่อเงยหน้ามองเขา ทั้งคู่สบตากันในความเงียบที่ปกคลุมรอบตัว พิธีการส่งมอบเจ้าสาวเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางความเงียบสงัดที่สื่อถึงความไม่คุ้นเคยและความเกรงกลัวที่ฝังลึกในใจของทั้งสอง
ผู้พิธีอยู่ในชุดยาวสีทองยืนอยู่ข้างๆ และพูดคำพูดที่เป็นพิธีการ ซูไป๋เหมยรู้สึกถึงการมองที่ไม่อ่อนโยนจากหลี่เยว่ซิงอย่างชัดเจน แต่ก็พยายามเก็บความรู้สึกนั้นไว้ในใจ ไม่ให้มันแสดงออกมาให้ใครเห็น แม้ในหัวใจของนางจะเต็มไปด้วยความสงสัยและความกังวล
"เจ้าสาวซูไป๋เหมย… ขอให้เจ้าสร้างครอบครัวที่มีความสุขร่วมกับอ๋องห้า" ผู้พิธีพูดเสียงดัง ในขณะที่มือของหลี่เยว่ซิงยื่นออกมาเพื่อรับมือนาง
ท่าทางการยื่นมือของเขาไม่อ่อนโยนเลยแม้แต่น้อย มันเหมือนกับการกระทำที่ไร้ความรู้สึกเช่นเดียวกับสายตาของเขา ซูไป๋เหมยสัมผัสได้ถึงความเย็นที่ปลายนิ้วของเขา ร่างบางจับมือเขาอย่างระมัดระวัง พยายามไม่ให้ความลังเลแสดงออกมา
ตอนนั้นเองที่นางเริ่มเข้าใจว่าทั้งสองจะต้องเดินบนเส้นทางที่ยากลำบาก เส้นทางที่ไม่มีความรักคอยหล่อเลี้ยง เต็มไปด้วยหน้าที่และความคาดหวังจากผู้คนรอบตัว ทั้งสองยังไม่รู้เลยว่าอนาคตจะพาพวกเขาไปในทิศทางใด แต่สิ่งที่แน่ชัดในขณะนี้คือ การเริ่มต้นของชีวิตคู่ที่เต็มไปด้วยคำถามและความไม่แน่นอน...