กรงขัง

1167 Words
เทวาพาพริมษาข้ามน้ำข้ามทะเลมายังอิตาลี พริมษายังคงงุนงงกับเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น เทวาใช้เวลาเพียงคืนเดียวในการจัดการเรื่องทั้งหมด จากจดหมายเพียงฉบับเดียวที่มันทำให้เขาเปลี่ยนไปในทันที หลังจากเทวาได้รับจดหมายฉบับนั้นจากดวงกมลผู้ที่อ้างว่าเป็นมารดาผู้ให้กำเนิดเขา เทวาไม่ใช่คนหูเบาฟังความข้างเดียว เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากวันที่ได้รับจดหมายเทวาก็รีบตรงไปยังคฤหาสน์ของโชติศิริกาญจน์อีกหลังทันที ที่เป็นที่พักพิงของ 'สุพจน์ โชติศิริกาญจน์' บิดาของเทวา เขายื่นจดหมายพร้อมรูปถ่ายให้บิดาดู บิดายืนยันความจริงว่าทั้งหมดในจดหมายไม่ใช่เรื่องโกหกแต่อย่างใด บิดากำชับว่าห้ามบอกเรื่องนี้กับสุสินีเด็ดขาด เพราะ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเธอทำหน้าที่ของมารดาได้เป็นอย่างดี ไม่ขาดตกบกพร่องแม้แต่นิดเดียว อีกทั้งเธอยังรักเทวามากถึงขนาดที่ทำพินัยกรรมยกทุกอย่างของเธอให้กับเทวาทั้งหมด ซึ่งในเรื่องนี้เทวาเองก็รู้ดี เขาจึงรับปากบิดาว่าจะไม่ปริปากบอกให้สุสินีรู้และปฏิบัติกับเธอแบบเดิมอย่างไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่รบกวนจิตใจของเขาคือ พิมลวรรณ มารดาของพริมษาเกี่ยวข้องยังไง ทำไมดวงกมลจึงกล่าวโทษเธอ เขาจำเป็นต้องรู้เรื่องนี้ให้ได้ เทวาใช้อำนาจทั้งหมดที่เขามีแยกพริมษาออกจากครอบครัวของเธอด้วยการพาเธอไปพำนักที่อิตาลีชั่วคราว ในใจเขาตอนนี้มีความรู้สึกสับสนถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้เกี่ยวข้องแต่เขาก็มีความรู้สึกรังเกียจในสิ่งที่มารดาของเธอทำ หากข้อความในจดหมายฉบับนั้นเป็นเรื่องจริง นั่นก็หมายความว่ามารดาของพริมษาเป็นสาเหตุให้เขาต้องพรากจากมารดาผู้ให้กำเนิดเขานั่นเอง เทวามาอิตาลีด้วยความช่วยเหลือของแม็กซ์เวลล์ โดยที่แม็กซ์เวลล์ให้เขากับภรรยาพักที่คอนโดหรูของเขาที่ไม่ได้เข้าอยู่มานานแล้ว เทวามาอิตาลีพร้อมพริมษาและวิน ลูกน้องคนสนิท ส่วนงานที่เมืองไทยเขาได้จัดการสั่งงานไว้เรียบร้อยแล้ว รวมถึงการจ้างนักสืบเอกชนเพื่อหาความจริงเรื่องของมารดาเขาด้วย เมื่อมาถึงคอนโดของแม็กซ์เวลล์ที่มี 3 ห้องนอน 1 ห้องทำงาน 1 ห้องโถง 1 ห้องครัว 4 ห้องน้ำ ถ้าไม่นับว่าอยู่บนตึกสูงที่นี่ก็คือบ้านสุดหรูอีกหลังเลยก็ว่าได้ เทวาให้วินนอนอยู่อีกห้อง ส่วนเขาและพริมษาพักที่ห้องใหญ่สุด พริมษา : บอกพริมได้รึยังคะ? เทวา : บอกอะไร? พริมษา : ทำไมพี่ต้องถามย้อน เทวา : เราจะอยู่ที่นี่ไปสักพักเธอไม่ต้องไปทำงานแล้ว พริมษา : อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะ แล้วทำไมไม่พูดกับพริมแบบเดิม เทวา : ฉันก็พูดกับเธอแบบนี้ตลอด อย่ามีปัญหาให้มากนัก คำพูดของเทวาทำให้พริมษาน้ำตาคลอเบ้า แต่เธอเลือกที่จะไม่ตอบโต้ด้วยนิสัยของเธอเป็นคนที่ไม่ชอบเซ้าซี้อะไรอยู่แล้ว เธอจึงหันหลังไปจัดเสื้อผ้าใส่ตู้ และพยายามควานหาโทรศัพท์มือถือของตนเอง เทวา : ไม่ต้องหา ฉันไม่อนุญาตให้เธอใช้โทรศัพท์ในระหว่างที่อยู่ที่นี่ เธอต้องอยู่ในคำสั่งของฉัน ห้ามติดต่อใครทั้งนั้น พริมษา : อะไรกันมันจะมากเกินไปหน่อยแล้วนะ เทวาไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม เขาออกจากคอนโดไปพร้อมกับวิน พริมษาเดินตามไปเพื่อจะเปิดประตู แต่กลับพบว่าประตูได้ล็อคจากข้างนอก และเมื่อมองออกไปตามช่องตาแมว ก็เห็นชายฝรั่งชุดดำ 2 คนยืนเฝ้าอยู่ที่ประตู นี่เทวาจะขังเธอเหมือนสัตว์ในคอกหรืออย่างไร พริมษาได้แต่คิดในใจและหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก จนถึงตอนนี้เธอยังไม่ได้รับรู้เรื่องราวอะไร และยังไม่เข้าใจเหตุผลในการกระทำของเทวาแม้แต่น้อย ผ่านไปราวๆ 2 ชั่วโมง เทวากลับมาพร้อมกับของใช้ส่วนตัวจำนวนนึง และอาหารสดอีกจำนวนนึง เขาเก็บข้าวของในห้องนอนและเก็บอาหารสดใส่ตู้เย็น โดยที่พริมษานั่งดูทีวีอยู่ที่ห้องโถงโดยไม่พูดจากับเขาสักคำ เมื่อจัดของเข้าที่เข้าทางเรียบร้อยแล้ว เทวาจึงเดินมานั่งข้างๆพริมษา พร้อมยื่นซองจดหมายและรูปถ่ายที่เขาได้รับมาให้เธอดู เมื่อพริมษาอ่านเนื้อหาข้างในจดหมาย เธอถึงกับหน้าเหวอตกใจกับเนื้อหาในจดหมาย และน้ำตาคลอเล็กน้อย พริมษา : ไม่ ไม่จริงใช่มั๊ยคะ ที่.... เทวา : อย่างแรกฉันเป็นลูกของคนในจดหมายนั่นเป็นเรื่องจริง ฉันถามพ่อแล้ว และฉันดูในสูติบัตรของตัวเองแล้ว ชื่อแม่ในสูติบัตรเป็นชื่อของผู้หญิงคนนี้ แล้วฉันก็ตรวจดีเอ็นเอแล้ว ฉันไม่ใช่ลูกของแม่สุสินี เมื่อเทวาพูดจบเขามีสีหน้าที่เศร้าอย่างเห็นได้ชัด เพราะ ในความเป็นจริงสุสินีดูแลเทวาเป็นอย่างดี ไม่มีจุดไหนเลยที่ทำให้เขาหรือคนอื่นคิดว่าเทวาไม่ใช่ลูก ยิ่งเรื่องพินัยกรรมที่เธอยกสมบัติทั้งหมดของเธอให้กับเทวา ยิ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเธอรักเทวาอย่างมากมายมหาศาล พริมษา : พี่วาโอเคมั๊ยคะ? เทวา : เธอจะให้ฉันโอเคอะไรล่ะ แล้วอย่างที่สองคนที่ส่งจดหมายนี้ให้ฉันคือลุงดนัยที่ฉันพาเธอไปเจอเมื่อวาน ลุงเป็นพี่ชายแท้ๆของแม่ฉันและลุงแกเป็นมะเร็งเหมือนแม่ฉัน ตอนนี้กำลังจะตาย ฉันคิดว่าลุงคงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องโกหก พริมษา : แล้ว...เรื่องแม่ของพริม เทวา : เรื่องนี้แหละที่ฉันต้องหาคำตอบ ตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เพราะ พ่อฉันไม่ยอมเล่า บอกแต่ว่าเรื่องมันผ่านมานานแล้ว แม่ฉันก็ตายแล้ว จะรื้อฟื้นอะไรก็ไม่มีประโยชน์ พริมษา : แล้วพี่วาพาพริมมาที่นี่ทำไมคะ เทวา : ฉันให้คนไปสืบเรื่องแม่ของเธอมา สมัยเรียนมหา'ลัย แม่เธอเคยคบกับพ่อฉัน พริมษา : ห๊ะ!! เทวา : ไม่ใช่แค่เธอที่ตกใจ ฉันเองก็ตกใจ ฉันว่าเรื่องมันชักจะยุ่งไปกันใหญ่ แล้วอีกอย่างแม่เธอเป็นลูกสาวมาเฟีย เคยฆ่าคนตาย ขายยาเสพติด รู้บ้างรึป่าว พริมษา : ห๊ะ!!! ทำ..ทำไมพริมไม่เคยรู้ เทวา : ฉันพาเธอมาที่นี่ก็เพื่อความปลอดภัยของเธอเอง เธอควรทำใจเอาไว้สักนิดนะว่าเธออาจจะไม่ใช่ลูกสาวของบ้านนั้น รอฉันแน่ใจแล้วฉันจะบอกเธออีกที
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD