พี่น้องนอกไส้

1797 Words
ดวงตาคมคู่นั้นมองน้องสาวบุญธรรมที่กำลังลงจากรถ ณัฐวรรณเพิ่งกลับจากกรุงเทพฯ หลังจากที่เธอบอกว่ามีธุระด่วนที่นั่นต้องรีบไปจัดการเมื่อสองวันที่แล้ว “พี่มัส” เธอชะงักเมื่อเห็นเขาอยู่ในห้องนั่งเล่น “ดึกแล้ว ยังไม่นอนเหรอคะ” “ยัง กำลังจะนอนแล้วเราล่ะหายไปไหนมา” เขาซัก เธอเหลือบตามองเขา ตอบด้วยท่าทีไม่เต็มใจนัก “ไปกรุงเทพฯ มาค่ะ” “ไปหาแฟน?” เขาถามต่อ เห็นณัฐวรรณกัดริมฝีปาก “ค่ะ วรรณขอตัวก่อนนะคะ” ณัฐวรรณยังไม่อยากพูดถึงเรื่องคนรักในตอนนี้ “ทำไมเราต้องไปหาเขาถึงที่โน่น ให้เขามาบ้านมาไหว้พ่อแม่บ้างสิ โตๆ กันแล้วปีนี้วรรณก็จะ 25 แล้วนี่” มัฆวานถามอย่างข้องใจ “เขาคงไม่ต้องมาแล้วค่ะ เราเลิกกันแล้ว” เธอบอกออกมาจนได้หลังจากนั้นทุกอย่างก็พรั่งพรู ว่าที่ไปกรุงเทพฯ เมื่อสองวันก่อนเพราะมีเพื่อนโทรมาบอกมาว่าเจอปภพแฟนชั่ว พาผู้หญิงไปเที่ยวที่ผับท่าทางสนิทสนมกันเกินคนรู้จัก เธอจึงไปกรุงเทพฯ ทันทีเพื่อให้เห็นด้วยตาตนเอง แต่ไม่ทันจับได้คาหนังคาเขา ณัฐวรรณไม่ละความพยายามเธอลงทุนจ้างนักสืบมืออาชีพสืบเรื่องของอดีตแฟนทันที หลังจากที่ยอมจ่ายค่าจ้างงานเร่ง งานด่วนในราคาหกหลักเพียงหนึ่งวันและหนึ่งคืนต่อมา เธอก็ได้หลักฐานทั้งหมดเป็นไฟล์ภาพและภาพนิ่ง รวมถึงสัญญาเช่าคอนโดหรูที่ปภพเช่าอยู่กับผู้หญิงคนนั้น บ่ายนี้เธอจึงขอนัดเจอเขาโดยที่ไม่บอกปภพว่าเธอรู้เรื่องหมดแล้ว เขามีทีท่าดีใจเมื่อพบเธอแต่เมื่อหญิงสาวโยนภาพทั้งหมดที่ได้จากนักสืบให้เขาดู เขาถึงกับหน้าถอดสี ต่อมาแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ "วรรณรู้ก็ดี พี่จะได้ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ อีก พี่ก็อยากบอกมานานแล้วเพราะตอนนี้เมียพี่กำลังท้อง” เขาพูดโดยที่ไม่รู้สึกผิด “เมียเหรอ แล้ววรรณล่ะ” “วรรณเหรอ ก็แฟนที่โคตรหวงตัว น่าเบื่อไง ไม่รู้จะเก็บตัวไว้รออะไรพี่เป็นแฟนแม้แต่จูบก็ยังไม่เคยได้ ถ้าถือศีลเคร่งขนาดนี้ก็ควรไปบวชชี รู้ไหมว่าตัวเองขาดเสน่ห์แค่ไหน” ปภพพูดถึงสิ่งที่อยู่ในใจ ณัฐวรรณทั้งเจ็บทั้งอาย เธอเลยฟาดหน้ามันด้วยแจกันดอกไม้บนโต๊ะและบอกเลิก ก่อนเลิกเธอโปรยเงินไว้บนโต๊ะให้เป็นค่ารักษาตัวกับค่าของเสียหายอีกหมื่นนึงและขับรถกลับสระบุรี “พี่มัส มันบอกว่าวรรณขาดเสน่ห์ น่าเบื่อ ควรไปบวชชี” เธอร้องไห้อย่างเสียใจกับคำพูดของอดีตแฟน “ไม่ใช่ ทำไมวรรณต้องให้ค่ากับคำพูดของคนที่ไม่มีค่าล่ะ” เขาเดินข้ามจากอีกฝั่งเก้าอี้มาจับแขนเธอไว้ แต่ณัฐวรรณเสียความมั่นใจในตัวเองอย่างรุนแรงไปแล้ว เธอคิดว่าเธอควรได้ยินคำขอโทษ ไม่ใช่คำกล่าวโทษและบอกข้อเสียของตัวเองขนาดนี้ เธอมัวจมกับความเสียใจของตัวเองจนไม่ได้มองว่ามัฆวานเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เขาจับแขนเธอไว้ทั้งสองข้าง ก้มหน้าลงประทับจูบที่ริมฝีปากนิ่งนาน เพราะความตกใจทำให้เธอตัวแข็ง จนเมื่อได้สติเธอผลักเขาออก มัฆวานไม่ปล่อยเขาเงยหน้าขึ้นพูดชิดริมฝีปากอิ่มเต็ม “วรรณไม่ได้ขาดเสน่ห์ พี่ยืนยัน” เธอหน้าร้อนซู่จนรู้สึกว่าตัวเองน่าจะแดงไปทั้งหน้าทั้งตัว หญิงสาวถอยออกห่างเมื่อมัฆวานคลายมือออก เธอรีบขึ้นบันไดไปชั้นบนอย่างรวดเร็วด้วยใจที่เต้นแรงจนเหมือนจะโดดออกจากอก เธอไม่รู้ว่าหลังจากที่เธอขึ้นห้องไปแล้ว ร่างสูงใหญ่ของมัฆวานเดินกลับเข้าไปในห้องทำงาน โทรหาใครคนหนึ่ง “จัดการมันแต่ไม่ต้องถึงตาย บอกมันด้วยว่าอย่าโผล่หัวมายุ่งเกี่ยวกับคนของฉันอีก” ชายหนุ่มวางโทรศัพท์ เขาเดินขึ้นบันไดไปที่ชั้นบนเมื่อถึงทางแยก เขามองไปที่เป็นทิศของห้องนอนของน้องสาวนอกสายเลือดครู่หนึ่ง และเดินกลับไปที่ห้องของตัวเองที่อยู่คนละฝั่งของตึก สายๆ วันต่อมาณัฐวรรณนอนพลิกไปพลิกมาบนเตียง เธอไม่กล้าลงไปข้างล่าง ไม่กล้าเผชิญหน้ากับมัฆวาน เธอไม่รู้ว่าจะวางหน้ายังไง และไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงทำแบบนั้น หญิงสาวลงมาจากห้องในตอนบ่ายเมื่อหิวจนทนไม่ไหว เธอโล่งใจเมื่อไม่เห็นรถของพี่ชายบุญธรรมจอดอยู่ เขาคงออกไปไหนสักที ณัฐวรรณจึงทานข้าวอย่างสบายใจจนกระทั่งชมพูนุทโทรหาเธอ “วรรณรู้ยังว่าเมื่อสายๆ พี่ปภพโดนซ้อมเกือบตาย ไม่รู้ไปขัดขานักเลงที่ไหนโดนรุมซ้อมจนกระดูกหักสามซี่แน่ะ” “หืมม ไม่รู้เรื่องเลย แล้วเป็นไงบ้าง” ถึงอย่างไรเธอกับปภพก็คบกันมาหลายปี ตั้งแต่ฝึกงานจบใหม่ๆ จนมาตอนนี้จะสี่ปีเต็มแล้ว ถ้าเขาเป็นอะไรไปก็ค่อนข้างใจหายอยู่ “ก็เห็นว่าซี่โครงหักนะสามซี่ แขนหัก แต่คงไม่พิการหรอก ไม่ได้โดนส่วนสำคัญอะไร” ชมพูนุทพูดแจ้วๆ “งั้นก็ช่างเถอะ” ไม่ตายก็ดีแล้ว เธอไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้มัฆวานเกี่ยวข้องรึเปล่า แต่มองอีกมุมก็สมควรแต่เมื่อคิดถึงมัฆวานขึ้นมาเธอก็เครียด “นุท เดี๋ยวฉันไปหาแกนะ” “มาสิ แต่ว่าอาทิตย์หน้าฉันจะไปช่วยงานทำบุญบ้านของพี่กุน ยังไงเราก็เจอกันอยู่แล้วรึเปล่า” ชมพูนุทพูดถึงงานทำบุญบ้านและเปิดโรงฝึกของอิทธิ ณัฐวรรณจึงนึกขึ้นมาได้ “งั้นเอาไว้เจอกันทีเดียวในงานเลยก็ได้” หญิงสาววางสาย เธอเรียกเด็กในบ้านมาถามถึงมารดา “คุณแม่ล่ะ” “คุณนายไปวัดค่ะ วันนี้วันศีลท่านไปค้างหนึ่งวัน” เธอพยักหน้ารับทราบ และเดินขึ้นห้องไปเก็บของใช้ส่วนตัวจำเป็นนิดหน่อยและก้าวขึ้นรถ “คุณวรรณ” เด็กในบ้านรีบวิ่งตามมาก่อนที่เธอจะออกรถไปจากไร่ “คุณจะไปไหนคะ คุณมัสให้หนูคอยดูแลคุณ” เธอขมวดคิ้ว มัฆวานกลัวเธอฆ่าตัวตายหรือ? “ฉันจะไปธุระ บอกเขาแบบนี้แล้วกัน” “คุณวรรณ” เด็กแม่บ้านตั้งท่าจะร้องไห้ ใครๆ ก็กลัวคุณมัสทั้งนั้น หญิงสาวมองแล้วถอนใจเธอเปิดกระเป๋าหยิบธนบัตรสีเทาให้เด็ก “ค่าขนม แล้วบอกพี่มัสว่าฉันจะไปเคลียร์งาน เขาไม่ฆ่าเธอหรอก” แต่เธอไม่ได้ไปเคลียร์งานที่ไหน ทั้งที่ฟาร์มไฮโดรและที่สำนักงานขายที่กรุงเทพฯ ณัฐวรรณขับรถออกมาจนถึงทางไปภาชี และมุ่งตรงไปยัง ต.น้ำซึม อุทัยธานีอันเป็นบ้านเกิดของเธอเอง บ้านของพ่อและแม่แท้ๆ ยังถูกดูแลอย่างดีโดยคุณมณีจันทร์ให้คนมาทำความสะอาดเป็นครั้งคราว และในช่วงหลังที่เธอเรียนจบก็ได้มาที่นี่บ่อยขึ้น เธอมีบ้านใหญ่หนึ่งหลังอยู่ริมแม่น้ำสะแกกรัง และตอนหลังได้มาทำโฮมสเตย์ไว้มีบ้านพักแค่สี่หลัง ซึ่งแขกส่วนมากก็เป็นผู้มาปฏิบัติธรรมที่วัดในย่านนี้ ที่นี่ห่างจากไร่มณีจันทร์ไม่ถึงสองร้อยกิโล เธอจึงใช้เวลาเพียงสองชม.ก็มาถึงบ้าน ณัฐวรรณจอดรถที่หน้าโฮมสเตย์ที่ป้ายชื่อบ้านพักว่าบ้านลูกกวาด เธอทาสีแต่ละหลังไม่เหมือนกัน ล้วนแต่เป็นสีลูกกวาดสดใส เธอมองไปรอบๆ บริเวณที่พักที่เปิดต้อนรับแขก “คุณวรรณมานานรึยังครับ” เสียงนั้นมาจากด้านหลัง ลุงก้านเป็นคนที่เธอจ้างเพื่อดูแลบ้านและห้องพักที่นี่ โดยที่มีที่พักให้ด้านหลัง จ้างทั้งครอบครัวคือลุงก้านและป้าแดงภรรยา ทำหน้าที่ดูแลบ้าน ดูแลแขกที่มาพัก ทั้งสองเป็นคนเก่าแก่ของบิดามารดาเธอเอง จ้างกันมานานจนเหมือนญาติ เธอหันไปยิ้มให้คนดูแลบ้าน “เพิ่งมาค่ะลุง ช่วงนี้ฝนตกเยอะมีปัญหาอะไรไหมคะ” “ไม่หรอกครับ ฝนมาแต่ไม่ได้มาเป็นพายุ น้ำคงไม่ท่วม ผักที่คุณวรรณเอามาลงไว้คราวก่อนโตแล้วนะครับ” ประโยคนั้นทำให้เธอตื่นเต้น “งั้นเดี๋ยววรรณเก็บรถแล้วจะไปดูค่ะ” หญิงสาวถอยรถเข้าไปในบ้านแล้วไปดูแปลงผักด้านหลังที่เธอปลูกไว้ในโดม เป็นการปลูกแบบไฮโดรหรือพืชไร้ดินแต่ที่นี่เธอใช้ระบบน้ำนิ่งเพราะจำนวนปลูกยังไม่มาก อธิบายการเติมน้ำและการผสมปุ๋ยเอบีไว้กับลุงก้านดูเหมือนว่าผลงานก็ออกมาดี ผักไทยที่ปลูกไว้เริ่มโตมากแล้ว ต้นใช้ได้ไม่ยืดเพราะแดดพอ เธอไปดูเล้าไก่ไข่ที่เลี้ยงไว้กินไข่จำนวนประมาณ 30 ตัว มีไข่เยอะจนกินไม่ทัน ต้องแบ่งขายบ้าง แจกบ้าง หญิงสาวมองดูไข่สดๆ แล้วนึกถึงเพื่อนสาวชมพูนุทคงชอบน่าดูเลย ทำเค้กไข่คงจะดี คืนนั้นเธอนอนที่บ้าน ใช้เวลาที่ผ่านไปอย่างสงบทบทวนเกี่ยวกับปภพและเรื่องที่ผ่านมา หญิงสาวบอกตัวเองว่าเธอจะอโหสิกรรมให้ผู้ชายคนนั้นแล้วต่างคนต่างไป แต่เธอพยายามไม่คิดถึงมัฆวาน วันรุ่งขึ้นตอนเช้า เธอเข้าโดมเพื่อดูเมล่อนที่เริ่มโตถึงข้อที่สิบห้า และมีดอก ณัฐวรรณปลิดดอกตัวเมียทิ้งเกือบหมด เหลือไว้แค่ดอกในข้อที่ 8-12 เท่านั้น เธอช่วยผสมเกสรในต้นที่ดอกบานแล้วและรอดูผล “ทำไมเด็ดทิ้งเยอะล่ะคะคุณวรรณ” ป้าแดงถามขณะที่เดินตามมาดูเธอทำงานในโดม “มันจะไม่สมบูรณ์ค่ะป้าแดง ถ้าเมล่อนเราจะเอาไว้แค่ต้นละลูกพอนะคะ จะได้ไม่แย่งอาหารกัน ส่วนมากวรรณจะให้ติดลูกในข้อที่ 10 ถึง 12 ค่ะ” เธอสาธิตการนับข้อให้ป้าแดงดู “ส่วนการผสมวรรณจะผสมไว้ต้นละสองสามลูก พอสักขนาดเท่าไข่ไก่เราจะมาคัดเหลือลูกเดียวเพื่อให้โต” “แล้วลูกเท่าไข่ไก่ที่เราคัดทิ้งนี่ทำอะไรได้ไหมคะ” ป้าแดงถาม แกเกิดความเสียดายขึ้นมาหากจะทิ้งไปเฉยๆ “ทำกับข้าวได้ค่ะเหมือนแตงโมอ่อนเลย ทำแกงส้มอร่อยมาก” เธอพูดยิ้มๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD