ช่วงบ่ายวันเดียวกัน เสียงลมพัดผ่านสนามหญ้าหน้าตึกบริหารธุรกิจ พายเดินผ่านสนามหญ้ามาด้วยท่าทีเรียบเฉย ทั้งที่ในอกยังเต็มไปด้วยแรงสั่นแปลก ๆ ตั้งแต่เช้า เธอพยายามบอกตัวเองให้ลืมเรื่องเมื่อคืน ลืมเขา แต่ยิ่งพยายาม ภาพและเสียงนั้นก็ยิ่งชัดในหัว พายส่ายหน้าแรง ๆ พยายามเรียกสติ ก่อนเดินเข้าตึก แต่เธอไม่รู้เลยว่า ในอีกไม่กี่นาที โลกทั้งใบของเธอกำลังจะหยุดหมุนอีกครั้ง
ทางฝั่งตึกวิศวะไม่ไกลนัก กลุ่มชายหนุ่มในชุดช็อปสีแดงเข้มกำลังเดินหัวเราะกันเสียงดัง เทมเดินอยู่ตรงกลาง มือถือแก้วกาแฟไว้ข้างหนึ่ง ขณะฟังเพื่อนคุยพล่ามไม่หยุด ฟรอยด์เพื่อนสนิทสุดกวนในกลุ่ม หันไปมองทางสนามหญ้าอย่างไม่ตั้งใจ เขาถึงกับชะงักกึกทันที
“เฮ้ย…มึงดูนั่นดิ” ฟรอยด์พูดพลางยกคางชี้ไปยังหญิงสาวในชุดนักศึกษาที่กำลังเดินถือแฟ้มเอกสารเข้าอาคาร เทมหันตามสายตาเพื่อนอย่างขำๆ แต่พอเห็นใบหน้าสวยหวานนั้น รอยยิ้มของเขาก็หายไปในพริบตา
“พาย”
หญิงสาวร่างเล็กผมยาวสีน้ำตาลอ่อนที่เมื่อคืนยังนอนหลับอยู่ในอ้อมแขนของเขา ตอนนี้กลับอยู่ตรงหน้าในมหาวิทยาลัยเดียวกัน
“ไอ้เหี้ยเทม!!” กายสบถเสียงดังจนคนรอบข้างหันมามอง
“นั่นมันเด็กที่มึงลากออกไปเมื่อคืนใช่ไหมวะ!!”
เสียงนั้นดังจนพายที่อยู่ไม่ไกลสะดุ้ง พายหันไปตามสัญชาตญาณ และทันใดนั้น..สายตาก็สบกับคนที่เธอไม่คิดว่าจะได้เจอที่นี่ เทมเบิกตาเล็กน้อย ก่อนจะยกมุมปากขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตา
“แม่ง...โลกกลมฉิบหาย” เขาพึมพำเบา ๆ
พายรีบหลบตา หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดจากอก เธอเกือบทำแฟ้มหล่น รีบก้มหน้าก้มตาเดินเร็วเข้าตึก แต่ก่อนที่พายจะเดินพ้นทางเข้าตึก เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูก็ดังขึ้นทางด้านหลัง
“พาย! รอพี่ก่อน”
เสียงนั้นเหมือนรอยต่อระหว่าง “คืนที่อยากลืม” กับ “เช้าที่ไม่อาจหนี” เทมตามพายเข้ามาถึงตึกบริหาร ก้าวยาว ๆ ของเขาเร่งขึ้นเรื่อย ๆ จนทันร่างเล็กที่เดิน หนีแทบไม่ทัน
“พาย…พี่บอกให้หยุด” เสียงเทมยังไล่หลังมาติดๆ
“ฉันต้องรีบไปเรียนค่ะ! ไม่ต้องตามมา” เสียงเล็กสั่นเครือเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เธอแค่ตกใจ ไม่คิดว่าจะเจอเทมที่นี่ เสียงนั้นเบาจนเทมหยุดนิ่งได้ไม่กี่วินาที ก่อนตัดสินใจก้าวไปข้างหน้าอีกครั้งเขาคว้าแขนเธอไว้แน่นแล้วพาเข้าไปในบันไดหนีไฟ ประตูปิดลงเสียงเบา
“ปล่อยนะ พี่จะทำอะไร”
“พี่แค่จะคุยด้วย” เขาพูดเสียงเรียบ แต่แววตาคมกลับบอกอีกอย่างหนึ่ง
“คุย? ถ้าเป็นเรื่องเมื่อคืน มันไม่มีอะไรต้องคุยแล้วค่ะ” พายหันกลับมา ดวงตาเธอสั่นระริก
เทมมองเธอนิ่ง เสี้ยววินาทีหนึ่ง เขาเห็นความลังเลและความตกใจในดวงตาคู่นั้น
“ไม่มีอะไรต้องพูด? เพราะเธออยากให้มันจบ หรือเพราะเธอกลัวหวั่นไหวกันแน่พาย” เทมยิ้มบางๆ
แต่พายกลับหัวใจเต้นแรง เธออยากตอบแต่เสียงกลับไม่ออกมา เทมก้าวเข้ามาใกล้อีกนิด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเขาแผ่วเข้ามาพร้อมลมหายใจอุ่นๆ
“อย่าพยายามหนีพี่เลยพาย เพราะว่าเธอหนีพี่ไม่พ้นหรอก”
คำพูดนั้นทำให้พายเงยหน้าขึ้นสบตาเขาทันที ดวงตาคมของเทมสะท้อนแววบางอย่างที่เธอไม่อาจอ่านออก มันไม่ใช่แค่ความเจ้าชู้ แต่มันมีทั้งความเอาแต่ใจ และแรงดึงดูดที่อธิบายไม่ได้
ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ หัวใจพายเต้นแรงจนรู้สึกได้ถึงจังหวะนั้นในอก เธอก้าวถอยหลังนิดเดียวแต่แผ่นหลังดันชนผนัง เทมมองเธออยู่อย่างแน่วแน่
“ฉัน…ต้องไปเข้าเรียนแล้วค่ะ”
เทมพยักหน้าเบา ๆ แล้วค่อย ๆ ผ่อนมือที่จับแขนเธอออก
“งั้นไว้คุยกันหลังเลิกคลาส พี่จะรอ”
สิ้นสุดคำนั้นพายเดินออกจากบันไดหนีไฟทันที โดยไม่พูดอะไร แต่หัวใจกลับเต้นแรงไม่หยุด ส่วนเทม ยืนมองตามหลังพายออกไป พลางยกยิ้มมุมปากเบา ๆ
“ถ้าเธอคิดจะหนีพี่...งั้นพี่จะเป็นคนตามเธอเองพาย”
ขณะที่นักศึกษาทยอยเข้ามานั่งประจำที่ พายเดินเข้ามาเงียบ ๆ มือกอดแฟ้มแน่นเหมือนกลัวมีใครเห็นว่าเธอกำลังตัวสั่นอยู่ข้างใน พายนั่งลงที่โต๊ะประจำระหว่างมินนี่กับเฟียสต้า สองเพื่อนซี้ที่แค่เห็นหน้าพายก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น สองสาวมองอย่างจับพิรุธทันที มินนี่เหลือบมองแล้วกระซิบเสียงดังพอให้ได้ยินกันแค่สามคน
“นี่แกเป็นอะไร หน้าแดงเหมือนลูกมะเขือเทศเลย”
“ปะ..เปล่า ก็แค่...อากาศมันร้อนน่ะ” พายสะดุ้งนิด ๆ รีบยกมือปิดแก้ม
“ร้อน?” เฟียสต้าหัวเราะเบาๆ ทั้งที่เปิดแอร์สิบแปดองศานี่น่ะเหรอ
“ก็ใช่น่ะสิ! พวกแกไม่ร้อนเหรอ” พายพยายามพูดเสียงนิ่ง แต่แววตาเลิ่กลั่กของเธอกลับขายออกหมด
“แกทำท่าอย่างกับหนีใครมา” มินนี่หรี่ตา ยกคิ้วขึ้นอย่างคนจับได้
“ไม่มี!” พายปฏิเสธทันควัน
“อย่าบอกนะว่าอีพี่พอลมาตามรังควานแกอีก?” เฟียสต้าเอนตัวมากระซิบใกล้ ๆ
พายกำลังจะอ้าปากตอบ แต่เสียงอาจารย์ที่เพิ่งเข้าห้องมาก็ดังขึ้นพอดี พายเลยรีบก้มหน้าก้มตาหยิบสมุดออกมาเขียน ทั้งที่หัวใจยังเต้นแรงไม่หยุด ตลอดชั่วโมงเรียน เธอแทบไม่ได้ยินอะไรเลยนอกจากเสียงในหัวของตัวเองที่ยังวนเวียนอยู่กับคำพูดนั้น
“อย่าพยายามหนีพี่เลยพาย เพราะว่าเธอหนีพี่ไม่พ้นหรอก” พายถอนหายใจแผ่วเบา มือเล็กวางปากกาลงก่อนจะเหลือบมองนาฬิกา เหลืออีกแค่สิบนาทีจะหมดคาบ หัวใจกลับเต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีเหตุผลอีกครั้ง
และแล้วเสียงออดบอกหมดคาบดังขึ้นในที่สุด นักศึกษาทยอยเก็บของ พายรู้สึกว่าตัวเองเริ่มหายใจไม่ทั่วท้องอีกครั้ง เมื่อนึกถึงว่าถ้าออกไปจากตึกแล้วจะเจอเขารออยู่หรือเปล่า
“วันนี้แกดูแปลก ๆ นะพาย” มินนี่พูดขณะเดินออกจากห้องพร้อมกัน
“หน้าแดงตั้งแต่เข้าคลาส ยันเลิกคลาส มีอะไรจะสารภาพกับพวกฉันมั๊ย?” เฟียสต้าหรี่ตามอง
“ไม่มี๊! พูดอะไรของพวกแกเนี่ย” พายโต้กลับเร็วมาก
“เออ ๆ ก็แค่แซว แต่ทำไมเดินเร็วจังล่ะยะ เดี๋ยวก็ตกบันไดหรอก” มินนี่แซวขำๆ
ทั้งสามเดินคุยกันไปจนถึงหน้าตึกบริหาร พายตั้งใจจะตรงไปโรงอาหาร แต่จู่ ๆ มินนี่ก็หยุดกะทันหันจนพายเกือบชนหลัง
“เฮ้ย...” มินนี่พูดเสียงเบาแต่ลากยาว
“พระเจ้า!...พี่เทม!! เขามาทำอะไรตึกเรา ปกติเขาแทบจะไม่เดินมาแถวนี้ด้วยซ้ำ” เฟียสต้าถึงกับเบิกตากว้าง
พายชะงักตาม ทั้งสองสาวมองตรงไปยังร่างสูงในชุดช็อปวิศวะสีแดงที่กำลังพิงรถสปอร์ตคันหรูอยู่ข้างหน้าตึก เทมยืนอยู่ท่ามกลางสายตาหลายคู่จากนักศึกษาหญิงรอบข้างที่ต่างพากันซุบซิบและแอบถ่ายรูปกันใหญ่
“พวกแกรู้จักเขาด้วยเหรอ” พายพูดงง ๆ เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนถึงตาโตขนาดนั้น
“อย่าบอกนะว่าแกไม่รู้จักเขา?” มินนี่หันขวับมาแทบจะทันที
“ควรรู้จักเหรอ?” พายถามกลับจริงจัง
“ยัยพายเอ๊ย แกอยู่มหา’ ลัยเดียวกันมาเกือบเทอมแล้วนะ! นั่นพี่เทม วัฒนารัตน์!
ลูกชายคนเดียวของตระกูลเจ้าของบริษัทนำเข้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเลยนะแก” เฟียสต้าถึงกับกุมขมับในความไม่รู้เหนือรู้ใต้ของเพื่อน
“เขาเป็นถึงเดือนวิศวะ หล่อ รวย ฉลาด สาวๆ ไฮโซทั้งวงการรู้จักเขากันหมด! มีข่าวกับดารายังไม่ถึงอาทิตย์ก็ขึ้นเทรนด์อีกแล้ว!” มินนี่พูดต่อแทบไม่หยุด
พายตาโตขึ้นเรื่อย ๆ ขณะมองร่างสูงตรงหน้า เทมที่เธอเพิ่งเจอเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ตอนนี้กำลังมองมาที่เธอ พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่คุ้นเคยจนหัวใจเธอเต้นแรง
“เห้ย! หรือว่า...อย่าบอกนะว่าแกไปทำอะไรไว้กับเขา?” มินนี่กระซิบเสียงสูง
“บ้า! ฉันไม่รู้จักเขาสักหน่อย” พายรีบปฏิเสธ หน้าแดงลามถึงหู
“อืม...พูดแบบนี้ยิ่งน่าสงสัย” เฟียสต้ามองหน้าเพื่อนนิ่ง ๆ ก่อนหัวเราะในลำคอ
พายจะเถียงต่อ แต่สวรรค์เหมือนกลั่นแกล้ง เสียงเรียกทุ้มต่ำจากฝั่งตรงข้ามก็ดังขึ้นพอดี
“พาย”
เสียงนั้นทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น
“เขาเรียกชื่อแก!” สองสาวหันขวับมามองหน้าเพื่อนพร้อมกัน
เทมยังคงยืนพิงรถอยู่ตรงนั้น แต่แววตาคมกริบของเขาไม่ละจากเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว พายกลืนน้ำลายลงคอ ฝีเท้าชะงักกลางทาง เธอแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปซะตอนนี้เลย