ความบังเอิญที่สะกิดหัวใจ

1692 Words
เธอก้าวขึ้นไปนั่งบนรถหรู ที่มีขนมและชาผลไม้เตรียมไว้ให้เรียบร้อย “นี่ชาองุ่นที่คุณชอบ ผมเตรียมไว้ให้” เขาพูดด้วยเสียงนุ่มนวลและแฝงความใส่ใจ “ฉันไม่ได้อยากทาน ฉันอยากกลับบ้าน” “ก็เดี๋ยวผมพากลับ ...ว่าแต่พรุ่งนี้วันหยุด คุณจะไปไหนไหม” มีอาร์นิ่งยังคงเงียบ ไม่แม้แต่จะหันหน้ามาสบตา “หึ ว่าไง ถามไม่ตอบเหรอ” เสียงทุ้มต่ำแฝงความดื้อดึงดังขึ้นพร้อมกับที่เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ของเขาแทรกเข้ามาในลมหายใจ จนเธอไม่มีที่ให้หลบหนีอีกต่อไป จึงยอมตอบเขา “ฉันจะกลับไปหาพ่อกับแม่ และขอบอกคุณตรงนี้ไว้เลยนะว่าคุณอย่าไปยุ่งวุ่นวายกับพวกท่าน” “คุณอิงอรและคุณอมร... นักธุรกิจสายพลังงาน” “นี่คุณสืบประวัติฉันหรือคุณคิมหันต์” เธอหันมาพูดกับเขาพร้อมสบตาอย่าจัง “ฉันขอเตือน อย่าคิดยุ่งกับพวกท่านเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น ต่อให้คุณเป็นมาเฟีย ฉันก็สัญญา จะทำให้คุณไม่มีความสุขแน่” “โธ่ดุจัง...โอเคผมจะไม่แตะต้องครอบครัวคุณ ถ้าคุณยอมคบกับผม” มีอาร์นิ่งไปสักครู่ ก่อนกลื่นน้ำลายและตอบโต้เขา “มาเฟียอย่างคุณ มันคบไม่ได้จริง ๆ ความจริงใจไม่เคยมี มีแต่แผนหลอกล่ออยู่ตลอด แม้แต่ตอนนี้คุณยังใช้เรื่องเมื่อคืนมาหลอกล่อให้ฉันยอมมากับคุณเลย” เขาเพียงยกมุมปากขึ้น ยิ้มเยาะอย่างเหนือชั้น ดวงตาคมกริบจ้องมองเธอราวกับจะบอกว่า—ทุกอย่างอยู่ในกำมือเขามาตลอด “คุณเคยลองคบกับผมหรือยัง มีอาร์ ถึงกล้าพูดว่าผมคบไม่ได้” มีอาร์นิ่งไป เธอไม่รู้จะตอบเขายังไงได้แต่เบนหน้าหนีมองออกไปนอกหน้าต่าง “ไปทานข้าวกันก่อน... ค่อยกลับห้องนะ...นะครับ” เขาทำสายตาอ้อนวอน เธอไม่คิดว่ามาเฟียขี้เก๊กแบบเขาจะมีมุมออดอ้อนแบบนี้ด้วย “ฉันไม่หิว...ไม่อยากกินอะไรทั้งนั้น” “ไม่หิวก็อยู่ด้วยกันในรถ อยู่จนกว่าคุณจะหิว” “คุณมันเผด็จการที่สุด” เขายิ้มกรุ้มกริ่ม “นะครับทานข้าวก่อนค่อยกลับ” เธอถอนหายใจแรงก่อนจะตอบเขา “ก็ได้... แต่ฉันเป็นคนเลือกร้านนะ ถ้าไม่อย่างนั้น ฉันไม่ไป” “โอเค คุณเลือกร้านได้เลย ผมตามใจคุณ” มีอาร์คิดจะแกล้งเขาทันที คนรวยมาเฟียอย่างเขามีหรือจะกล้านั่งริมทางกับควันโขมง ๆ ของเตา? แค่คิดก็อดอมยิ้มสะใจไม่ได้ “ฉันอยากกินหมูกระทะ... ได้ไหม?” เธอหันไปมองเขาด้วยแววตาท้าทายเล็ก ๆ ราวกับตั้งใจดูว่าคนอย่างเขาจะตอบยังไง เขาชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนยกคิ้วสูง สายตาคมตวัดมาทางเธอเหมือนกำลังชั่งใจว่าจะปฏิเสธหรือ...ทำตามใจเธอจริง ๆ “ได้สิ แค่คุณต้องการ ผมก็พร้อมจะตามใจคุณ” น้ำเสียงเรียบนิ่งแฝงแววเอ็นดูของเขาทำให้มีอาร์หุบยิ้มลงทันที ความสะใจที่คิดไว้พลันมลายหายไป เหลือเพียงความหงุดหงิดปนขัดใจที่แผนแกล้งไม่เป็นผล เธอเม้มปากแน่น พลางเบือนหน้าออกไปทางหน้าต่าง ร้านหมูกระทะริมทาง ร้านคึกคักด้วยกลิ่นควันและเสียงหัวเราะ เตาถ่านร้อนแดงตั้งกลางโต๊ะ จานหมูสามชั้น เนื้อวัว ไส้กรอกทอด และกุ้งสดเรียงรายอย่างน่ากิน มีอาร์วางหมูลงบนกระทะ เสียง “ฉ่า” ดังขึ้นทันที ไขมันไหลเยิ้ม กลิ่นหอมลอยเตะจมูก คละเคล้ากลิ่นน้ำจิ้มพริกกระเทียม คิมหันต์นั่งมองเธออย่างเงียบ ๆ ขณะเธอคีบหมูเข้าปากด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน “มองอะไร ไม่เคยเห็นคนกินหมูกระทะรึไง? คนรวยอย่างคุณเคยกินไหม แบบนี้” “ก็เคย แม่ชอบทำให้ทานที่บ้าน... ในฤดูหนาว” “แม่ของคุณก็เลี้ยงลูกติดดินดีนะ” เธอพูดพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ที่เผลอหลุดออกมาโดยไม่รู้ตัว รอยยิ้มนั้นทำให้เขาหลงใหล เพราะเธอไม่เคยยิ้มแบบนี้ให้เขามาก่อน แต่ทันทีที่รู้ตัว เธอก็หุบยิ้มลง เพราะเธอจำได้ว่า...เธอไม่ได้ชอบเขา และไม่อยากสนิทกับเขาด้วยซ้ำ “ชอบทานแบบนี้มากเหรอ?” เขาถามอย่างใส่ใจ “อืม” เธอตอบสั้น ๆ พลางคีบหมูเข้าปาก “ไว้ผมพาคุณมาทานบ่อย ๆ ก็ได้” เขาพูดพร้อมสบตาเธอ เธอรู้สึกเขิน จึงรีบยกแก้วน้ำอัดลมขึ้นดื่ม “แค่ก แค่ก” เธอสำลักน้ำอัดลม เขารีบใช้มือลูบหลังให้เธอเบา ๆ “ค่อย ๆ ทาน ผมไม่ได้จะแย่งคุณสักหน่อย” เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา “ขอบคุณนะ ถึงคุณแย่งฉันก็ไม่ยอมหรอก” คิมหันต์ดีใจอย่างเงียบ ๆ อย่างน้อยตอนนี้... เธออยู่กับเขาแล้วหัวเราะทำให้เขารู้สึกว่า ความหวังที่เธอจะรักเขาสักวัน... ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป “อิ่มแล้ว... กลับห้องไปนอนดีกว่า” เธอพูดพลางลูบท้องเบา ๆ อย่างพอใจ “เหมือนเด็กเลยนะ อิ่มแล้วก็จะรีบไปนอน” เขายิ้มขำ น้ำเสียงแฝงความเอ็นดู “ก็ยังเด็กอยู่นะ ขอบคุณที่พามาเลี้ยงมื้อนี้... อร่อยมาก” เธอหันไปยิ้มบาง ๆ ให้เขา รอยยิ้มที่ทำให้ใจเขาเต้นแผ่วผิดจังหวะ “ให้เลี้ยงทุกวันก็ยังไหว ถ้ามีอาร์อยากทาน” เขาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงอบอุ่นแต่แฝงแววบางอย่างในสายตา “ไม่เป็นไร ไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร” เธอเอ่ยเสียงเรียบ ทั้งที่ใจเธอรู้ว่าคำว่า ‘ใคร’ ในประโยคนั้นหมายถึงเขาคนเดียว “ก็ไม่ได้เลี้ยงฟรี ๆ อยู่แล้ว...” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ แววตาคมจ้องลึกเข้ามาเหมือนมีอะไรซ่อนอยู่ “ไว้ใจไม่ได้...” เธอบ่นพึมพำเบา ๆ แต่เสียงนั้นไม่ได้หลุดรอดจากหูเขา “แล้ววันไหนจะลองไว้ใจผมดูบ้างล่ะ... มีอาร์” เสียงทุ้มต่ำแผ่วเบาใกล้หูจนเธอสะดุ้ง แต่แทนที่จะตอบ เธอกลับเม้มปากแน่น ก่อนเบือนสายตาแล้วก้าวขึ้นรถหรูทันที ปล่อยให้ความเงียบเป็นคำตอบแทน เขามองตามแผ่นหลังบางด้วยรอยยิ้มมุมปาก แววตาคมส่อแววเจ้าเล่ห์ปนเอ็นดู ก่อนจะก้าวตามขึ้นไปนั่งเคียงข้าง เวลา 23.30 น. “ครืด ครืด” เสียงโทรศัพท์ของมีอาร์ดังขึ้น เธอหยิบขึ้นมากดรับสาย “แพรว? ว่ายังไง โทรมาดึกดื่น... เป็นอะไรหรือเปล่า?” “ฮือ ฮือ มีอาร์... พี่มิกซ์หลอกฉัน...” เสียงแพรวสะอื้นพร่าด้วยความเสียใจ “เขาบอกว่าเขากลับบ้าน แต่ฉันตามเขามาที่ผับ... เขามากับผู้หญิง ยัยเด็กพยาบาลปีหนึ่งนั่น! เขาหลอกฉัน..มีอาร์ ฮือ.. ฮือ…” “แพรว ใจเย็นก่อนนะ แพรวอยู่ไหน เดี๋ยวมีอาร์ไปหา” “อยู่ผับ ซอยตรงข้ามคอนโดแพรวเอง…” “โอเค อีกสิบนาทีมีอาร์จะไปถึงแพรว ใจเย็น ๆ มีสตินะ โอเคไหม” “ฮือ ฮือ…พี่มิกซ์บ้า” เสียงสะอื้นของแพรวยังไม่หยุด เธอก้าวถอยหลังอย่างไม่มีจุดหมาย แล้วหมุนตัวไปชนเข้ากับชายคนหนึ่งที่เดินเข้ามาพอดี ริมฝีปากของทั้งสองชนกันอย่างไม่ตั้งใจ “อุ๊ย!” แพรวตกใจจนเผลอตะคอก ก่อนที่ฝ่ามือจะฟาดเข้าหน้าเขาอย่างแรง เพี้ยะ! “ไอ้บ้า! เห็นผู้หญิงแล้วคิดจะรังแกเหรอ บอกไว้ก่อนนะ ฉันสู้ตาย!” “เดี๋ยว ๆ คุณใจเย็นก่อนครับ” เขายกมือห้ามปราม “ผมแค่เดินผ่านมา แล้วคุณเองนั่นแหละที่ถลาเข้ามาชนผม… แล้วก็…จูบผมเองด้วยซ้ำ” “นี่มันวันซวยอะไรวะเนี่ย! แฟนนอกใจ แล้วยังต้องมาเสียจูบให้คนแปลกหน้าอีก… วันเฮงซวยจริง ๆ!” “พูดดี ๆ หน่อยครับ อย่ามากล่าวหากันนะ คุณมาชนผมก่อน” ไม่นาน บอดี้การ์ดของชายหนุ่มก็รีบเดินเข้ามาล้อมเขาไว้ “มีเรื่องอะไรครับ นาย?” แพรวมองบอดี้การ์ดด้วยสายตาตื่นตระหนก หน้าถอดสีในทันที เธอก้าวถอยหลัง รู้ทันทีว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่คนธรรมดา “จะหนีไปไหนครับ? ตบผมแล้วจะไม่รับผิดชอบเหรอ?” ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่สายตาเจ้าเล่ห์ แพรวกะพริบตาถี่ ความตื่นเต้นและความกลัวถาโถมเข้าใส่จนหายใจไม่ทัน เสียงรอบข้างเริ่มเลือนหายหูอื้อ ร่างทั้งร่างทรุดลงเป็นลมต่อหน้าเขา โชคดีที่ชายหนุ่มคว้าเธอไว้ได้ทันก่อนที่ร่างจะกระแทกพื้น “คุณ!” “เปิดห้องให้ฉันหนึ่งห้อง ฉันจะพาเธอไปพัก” เขาสั่งลูกน้องทันที เขาอุ้มแพรวเข้าไปในห้อง วางเธอลงบนเตียงอย่างระมัดระวัง ก่อนจะนำผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้เธออย่างเงียบ ๆ ในอีกด้านหนึ่ง... มีอาร์เดินทางมาถึงผับ เธอโทรหาแพรวหลายครั้งแต่ไม่มีคนรับสาย จึงเดินเข้ามาด้านในอย่างรีบร้อน ขณะเดินผ่านหน้าห้องวีไอพี เธอได้ยินเสียงคุ้นเคยดังลอดออกมา เมื่อเดินเข้าไปใกล้ ก็พบคิมหันต์นั่งดื่มกับสาว ๆ อีกสองสามคน ความโกรธและหึงหวงพลันพุ่งขึ้นในใจ เธอเบือนหน้าหนีทันที “อย่าไปสนใจมีอาร์ มันเรื่องของเขา… เขาจะรักใคร จะอยู่กับผู้หญิงกี่คนก็เรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับเราเลย… แค่ตามหาแพรวให้เจอก็พอแล้ว” เธอพึมพำกับตัวเอง พลางก้าวออกจากบริเวณนั้น ทันใดนั้น บอดี้การ์ดของไทม์ที่ดูแลร้านก็เดินตรงมาหาเธอ “นี่เธอ จะทำอะไร? ใครส่งเธอมา?” คิมหันต์ได้ยินเสียงจึงออกมาดู และก็ต้องตกใจ “มีอาร์? มาที่นี่ได้ยังไง?”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD