จังหวะนั้นเขายกมือข้างหนึ่งขึ้นแนบผนัง กักร่างเธอไว้ในวงแขนอย่างจงใจ สายตาร้อนแรงแน่วแน่จนเธอแทบหายใจไม่ออกเลยทีเดียว
“ต่อให้คุณพยายามหนีผมแค่ไหน ผมก็จะตามติดคุณไป จนกว่าคุณจะรักผม... มีอาร์”
เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างหู ความร้อนจากลมหายใจของเขาปะทะผิวจนเธอสะท้าน ทั้งกายและใจวูบวาบไปหมด เธอพยายามหายใจลึก ๆ เพื่อข่มอาการสั่น แต่ก็ไม่อาจซ่อนความหวั่นไหวที่แผ่ซ่านอยู่ภายในได้
“ปล่อยค่ะ.. แล้วคุณก็ออกจากห้องฉันเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจจริงๆ ด้วย”
เธอขู่เขา เสียงสั่นคล้ายจะร้องไห้
“นี่คุณกำลังขู่มาเฟียอย่างผมอยู่นะ.. รู้ตัวไหม”
น้ำเสียงของเขาเย็นเฉียบแต่เจือรอยยิ้มที่อันตรายเกินบรรยาย
เธอหายใจแรง ตัวแข็งเกร็งอยู่กับที่ ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรให้เขาออกไปดี
“ปล่อยฉันได้ไหม มาเฟียอย่างคุณคงไม่คิดจะรังแกผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างฉันใช่ไหม?”
เสียงเธออ่อนลง หวังจะโน้มน้าวเขาด้วยเหตุผล
“แน่นอน ผมไม่เคยทำร้ายผู้หญิง เพราะส่วนใหญ่... จะเต็มใจให้ผมทำ”
คำพูดนั้นทำให้เธอเงยหน้าขึ้นทันที แววตาฉายชัดถึงความไม่พอใจ
“คุณคงมีผู้หญิงมาบริการเยอะมากสินะ”
เธอเค้นเสียงต่ำ แฝงความรู้สึกบางอย่างโดยไม่รู้ตัว
“นี่คุณกำลังหึงผมหรือเปล่า?”
เขายิ้ม มือนิ้วยกขึ้นเสยคางเธอเบาๆ บังคับให้สบตากับเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ฉันไม่ได้ชอบคุณนิ และจะหึงคุณไปทำไม?”
คำพูดแข็งกร้าวแต่เสียงกลับเบาหวิว เขากลับโน้มหน้าเข้าใกล้มากขึ้น ลมหายใจอุ่นร้อนรินผ่านแก้มแดง
เธอไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่ผลักเขาออกทันที... ทั้งที่หัวใจเธอเต้นรัวจนแทบระเบิด แต่เธอก็ยังยืนอยู่ตรงนั้น หายใจติดขัดอย่างควบคุมไม่ได้
ร่างกายเธอสั่นไหว ทั้งที่พยายามห้ามใจอย่างถึงที่สุด
แล้วจูบนั้นก็มาถึง...
เขากดริมฝีปากลงมาบนปากเธออย่างแผ่วเบา ไม่ได้รีบร้อน แต่แนบแน่น จงใจจูบอย่างละเมียดละไม จนเธอเผลอหลับตา และเสียงครางแผ่วเบาหลุดจากริมฝีปาก
“อืม...”
เขาค่อย ๆ สอดลิ้นเข้ามาอย่างแนบเนียน ละเมียดละไมจนร่างกายเธอร้อนวูบวาบ เธอควรจะผลักเขาออก แต่กลับยืนนิ่ง กำมือแน่นเพื่อต้านแรงปรารถนาในอกเรียก
สติคืนกลับในวินาทีถัดมา
“โอ๊ย!”
เธอกัดริมฝีปากเขาแรงพอให้เลือดซิบ แล้วผลักแขนเขาอย่างแรง
เขาถอยออก เช็ดมุมปากที่เปื้อนเลือดเบา ๆ แล้วกลับยิ้ม - ยิ้มอย่างไม่รู้สึกสะทกสะท้านสักนิด
“เพราะคุณดื้อแบบนี้สิ... ผมถึงชอบ”
มีอาร์หายใจแรง หน้าแดงซ่านทั้งโกรธทั้งอาย น้ำตาเอ่อขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
เขามองเธอนิ่ง แล้วถอนหายใจ
“ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณโกรธ... แต่ผมห้ามตัวเองไม่ได้เลยจริง ๆ เวลาที่อยู่ใกล้คุณ”
“ห้ามใจไม่ได้... หึ ใช้คำพูดดีนะ คงจะทำแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนจนชินแล้วสิ”
“ไม่... ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใคร มีอาร์ ผมทำแบบนี้กับคุณคนเดียว”
“ออกไปจากห้องฉัน... ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณอีก”
เธอพูดเสียงแข็งแต่น้ำตาคลอเต็มสองตา ดวงตาแดงก่ำจนเขาเองก็ชะงัก รู้ว่าเธอเอาจริง
“โอเค... โอเค ผมไปก็ได้....โอ๊ะ”
เขายกมือขึ้นคล้ายยอมแพ้ แล้วกุมมือไว้ที่แขนขวาดวงตาคมสบตาเธอครู่หนึ่งก่อนจะเบือนหน้าเตรียมจะหันหลังกลับ ทว่าทันใดนั้นเอง มีอาร์ก็เหลือบไปเห็น...
...เลือด
มันค่อยๆ ซึมออกจากแขนเสื้อเชิ้ตตรงต้นแขนขวา เป็นรอยเก่าจากเมื่อคืน
เขาก้มลงมองตาม ก่อนจะพูดเสียงเรียบ
“ไม่เป็นไร เลือดออกนิดเดียว ผมไม่กวนคุณแล้ว”
เขาขยับตัวจะเดินไป แต่คำพูดของเธอกลับรั้งเขาไว้ในทันที
“...อย่าเพิ่งไปค่ะ”
เสียงเธอแผ่วเบา แต่ชัดเจนพอจะทำให้เขาชะงักฝีเท้า ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มบางทันที รอยยิ้มที่ไม่ใช่เยาะหยัน แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกว่าเธอเริ่มสนใจเขา
“มาทำแผลก่อน... ฉันทำให้เลือดคุณออก ฉันก็ต้องรับผิดชอบ”
เธอพูดพลางปาดน้ำตาออกจากแก้ม แล้วเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาจากลิ้นชัก เขาพยักหน้าเงียบ ๆ แล้วเดินมานั่งบนโซฟาอย่างว่าง่าย
ในขณะที่เธอกำลังวุ่นอยู่กับการหยิบอุปกรณ์ เขาเปิดโทรศัพท์ ส่งข้อความหาเลขาฯ ให้บอดี้การ์ดนำกุหลาบขาวช่อใหญ่และอาหารเย็นสำหรับสองคนมาส่งที่หน้าคอนโดภายในยี่สิบนาที
เสียงเธอดังขึ้นด้านหลัง
“ถอดเสื้อออก”
เขาเงยหน้ามองเธอนิ่งครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมถอดเสื้อเชิ้ตตัวบางออก เผยให้เห็นแผงอกแน่นตึงและต้นแขนที่มีบาดแผลยาว เธอกลืนน้ำลายเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัวก่อนจะทรุดตัวลงนั่งตรงหน้าเขา
มือบางสั่นนิด ๆ ขณะใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดรอยเลือดที่เปรอะเปื้อนตรงแผลอย่างแผ่วเบา
ผิวเขาร้อนผ่าว กลิ่นกายของเขาแตะจมูกเธอจนรู้สึกวูบวาบ ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ยิ่งเธอเข้าใกล้ เขายิ่งจับจ้องเธอมากขึ้น
เปลือกตาเธอบางปิดสนิทลงในบางจังหวะ ขนตาเปียกน้ำตา แก้มยังแดงก่ำ ปากเล็กสั่นเล็กน้อยจากแรงอารมณ์ที่ยังไม่จาง
เขามองเธอเงียบๆ พลางนึกในใจ—เธอสวยเหลือเกิน สวยจนเขาไม่อยากปล่อยเธอไปแม้แต่วินาทีเดียว
เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาโดยไม่ตั้งใจ แล้วต้องรีบเบือนสายตาออกทันที หัวใจเต้นแรงจนแทบระเบิด
“เสร็จแล้วค่ะ... คุณกลับไปได้แล้ว”
เธอพูดเสียงเบาแต่มั่นคง ก่อนจะถอยออกจากเขาเล็กน้อย แต่ยังนั่งอยู่ตรงนั้น
ทันใดนั้น...
“ติ๊ง ต๊อง”
เสียงกริ่งประตูดังขึ้น มีอาร์ลุกขึ้นไปเปิดด้วยหัวใจที่ยังเต้นแรงจากเหตุการณ์ก่อนหน้า
“ส่งของครับ”
พนักงานหนุ่มยื่นกล่องอาหารและช่อดอกไม้ให้เธอ
เธอขมวดคิ้วงุนงง
“ขอโทษนะคะ ฉันไม่ได้สั่ง น่าจะผิดห้องนะคะ”
“อ๋อ... คุณคิมหันต์เป็นคนสั่งครับ”
เธอหันไปมองชายหนุ่มที่ยังนั่งอยู่บนโซฟาอย่างสบายใจ
เขาเพียงแค่ยักไหล่นิด ๆ
“ผมสั่งเอง เย็นแล้ว... ผมหิว”
“รบกวนคุณผู้หญิงรับไว้ด้วยครับ”
พนักงานกล่าวอย่างสุภาพ เธอจึงรับของมาวางไว้บนโต๊ะอาหารอย่างเลี่ยงไม่ได้
“นี่คุณ ถ้าคุณหิวก็สั่งไปห้องคุณสิ จะเอามาส่งที่ห้องฉันทำไม?”
เธอถามเสียงแข็ง
“ก็ผมอยากทานข้าวกับคุณ อยากให้ดอกไม้ ที่คุณทำแผลให้ผม ถือว่าเป็นคำขอบคุณ ผิดตรงไหน?”
“แต่ฉันไม่ได้อยากกินกับคุณ!”
“ผมไม่สน—จัดจานให้หน่อย ผมหิว”
“ไม่”
เธอตอบเสียงแข็ง
“แน่ใจนะ...ที่ตอบออกมาแบบนั้น?”
เขาเอ่ยเสียงนุ่ม แต่แฝงแรงกดดัน สายตาคมดั่งมีพลังบางอย่าง จ้องจนเธอถึงกับประหม่า ใจสั่นไม่เป็นจังหวะ ทั้งที่ภายนอกพยายามนิ่ง