จูบนี้... แค่ขอบคุณ

1340 Words
เขาเลิกคิ้วขึ้นนิด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้า ลากสายตาช้าๆ จากใบหน้าเธอลงต่ำมาเรื่อย ๆ อย่างจงใจ “ท่าทางคุณ... อยากทำอย่างอื่นมากกว่าทานข้าวสินะ” คำพูดนั้นทำให้เลือดในกายมีอาร์สูบฉีดวาบ เธอรีบลุกขึ้นจัดจานให้เขาแทบจะทันทีอย่างข่มอารมณ์ เธอมองกุหลาบสีขาวช่อโตที่ถูกวางไว้ข้างกล่องอาหาร... สวย เรียบหรู และเป็นดอกไม้ที่เธอชอบ แม้จะไม่อยากยอมรับ เขาสังเกตได้ว่าเธอชอบ... ดวงตาคมหรี่ลงอย่างพอใจ “ถ้าคุณไม่ชอบกุหลาบขาว ผมจะซื้อใหม่ให้ แต่คุณห้ามทิ้งมัน... เพราะถ้าคุณกล้าทิ้ง ผมจะลงโทษเหมือนเมื่อครู่” คำพูดของเขาทำให้เธอหันขวับมาสบตา แววตาวาววับทั้งโกรธทั้งอาย “ไอ้มาเฟียบ้า!” เธอจัดจานสเต๊กเรียบร้อย วางไว้ตรงหน้าเขาอย่างไม่เต็มใจนัก “ทานให้เรียบร้อย แล้วรีบกลับไปซะ” “แล้วคุณล่ะ ไม่ทานด้วยกัน?” “ฉันยังไม่หิว” “งั้นผมก็จะรอ... จนกว่าคุณจะหิว” “คุณนี่มันชอบบังคับคนจริง ๆ” เธอบ่นพลางเริ่มตักอาหารใส่จานตัวเอง “ผมแค่อยากทานพร้อมคุณต่างหาก” เธอถอนหายใจแรง ก่อนนั่งลงตรงข้ามเขา เธอหั่นสเต๊กทานย่างเงียบ ๆ “คุณไม่ทานผักเหรอ?” เขาถาม ขณะใช้มีดหั่นสเต๊กของตัวเองอย่างสบายใจ “ใช่ค่ะ ไม่ชอบทานทำไมค่ะ” เธอตอบทันที เขาไม่พูดอะไร แค่จ้องเธอนิ่งจนเธอต้องหยิบแครอทขึ้นมากัดคำโตอย่างหงุดหงิด “แบบนี้สิ... ถ้าไม่ดื้อก็น่ารักดีนะ” เขายิ้มกว้าง สายตาอ่อนลง บรรยากาศที่ดูตึงเครียดผ่อนคลายลงเล็กน้อยขณะทั้งสองนั่งกินอาหารกันเงียบ ๆ เขาทานจนเกือบหมด ยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม ก่อนถอนหายใจ “อิ่มแล้ว ขอพักแป๊บ จุก” เขาว่าแล้วเอนหลังพิงโซฟาอย่างสบาย มีอาร์เดินไปนั่งข้างเขาอย่างลังเล แต่ยังคงรักษาระยะห่างไว้ “นี่มันดึกแล้ว กลับห้องคุณไปได้แล้ว ฉันจะพักผ่อน” เธอพยายามคุมเสียงให้นิ่ง แต่แววตาเธอไหววูบจนเขาเห็นชัด คิมหันต์ก้มมองนาฬิกาข้อมือ “โอเค ผมไม่กวนคุณแล้ว... คุณพักเถอะ” น้ำเสียงเขาราบเรียบ แต่สายตายังจ้องเธอไม่ละ เขาทำท่าจะลุกขึ้น แต่กลับโน้มหน้าเข้ามาใกล้แบบไม่ให้ตั้งตัว เธอรีบเบี่ยงตัวหนีด้วยความตกใจ “ผมไม่ได้จะทำอะไร แค่จะบอกว่า... ขอบ—” ไม่ทันจบคำ ริมฝีปากเขาก็แนบลงมาบนปากเธออย่างรวดเร็ว ความไวของเขาทำเธอตกใจ แม้เป็นจูบแค่ชั่ววินาทีเดียว แต่กลับทิ้งความสั่นไหวในใจเธอ เธอร้องลั่นทันที “คุณมันบ้า! เอาเปรียบฉันอีกแล้วนะ!” แต่เขาเพียงยักไหล่ขำ ๆ แล้วเดินไปที่ประตู ก่อนจะหันกลับมายิ้มเจ้าเล่ห์อีกที “เอาเปรียบอะไร... ก็ผมบอกขอบคุณแล้วไง” แล้วเขาก็เปิดประตูออกไป ทิ้งกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ และหัวใจของเธอที่ยังเต้นไม่เป็นจังหวะไว้เบื้องหลัง ค่ำคืนนั้น มีอาร์นอนพลิกไปมาด้วยความว้าวุ่นใจในหัวใจ ทุกคำพูด ท่าที และการกระทำของคิมหันต์ยังคงวนเวียนอยู่ในความทรงจำของเธอ “มีอาร์ หยุดเถอะ อย่าไปหลงคารมมาเฟียบ้าคนนั้นเด็ดขาด ถ้าไม่อยากเจ็บปวด เธอต้องถอยห่างจากเขาให้ได้...” เธอพร่ำบอกตัวเองเสียงเบา ราวกับพยายามสั่งสอนใจให้เข้มแข็ง แต่ใจของเธอกลับเต็มไปด้วยความสับสน รู้สึกเหมือนโชคชะตากำลังเล่นตลกกับเธออย่างไร้ความปรานี “บ้าจริง... ช่วยลบความทรงจำเกี่ยวกับเขาออกไปจากหัวฉันทีเถอะ ได้โปรด...” เธอยังคงพึมพำกับตัวเอง ข่มใจให้ลืมเขา อยู่ดี ๆ เสียงแจ้งเตือนข้อความไลน์ก็ดังขึ้น “นอนหลับฝันดีนะครับ” เธอหัวเราะเบา ๆ ในใจ “เหอ... ถึงขนาดต้องแอดไลน์กันมาเลยหรือ ฉันจะหนีเขาได้ยังไงเนี่ย โชคชะตา... ช่วยลูกให้หลุดพ้นจากผู้ชายคนนี้ทีเถอะ!” แล้วเธอก็ถอนหายใจหนัก ๆ ก่อนจะค่อย ๆ หลับตาลง ท่ามกลางความคิดที่ยังวนเวียนไม่มีวันจบสิ้น เช้าวันรุ่งขึ้น มีอาร์ค่อย ๆ แง้มประตูห้อง มองซ้ายขวาอย่างระวัง เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีเงาของใครบางคนอยู่บริเวณทางเดิน เธอก็รีบสาวเท้าออกจากห้องอย่างรวดเร็ว หัวใจยังเต้นแรงจากความกระวนกระวาย เธอมุ่งหน้าไปยังลานจอดรถของคอนโด ก่อนจะเปิดประตู มินิคูเปอร์สีเทาเมทัลลิก คันโปรด แล้วขับออกไปอย่างว่องไว จุดหมายของเช้านี้คือมหาวิทยาลัย ปกติเธอมักจะเดินหรือขึ้นรถประจำทาง — เพราะเธอชอบความเรียบง่าย และมันช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้วย แต่เช้านี้เธอไม่อยากเจอใครบางคน... และการได้หลบอยู่หลังพวงมาลัยก็ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยขึ้นนิดหน่อย มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ทันทีที่เธอลงจากรถ เสียงคุ้นเคยก็ดังขึ้นมาจากอีกฟากของลานจอด “มีอาร์! มานี่เร็ว ทานข้าวมายัง?” เสียง แพรว เพื่อนสนิทของเธอเรียกพร้อมโบกมือ “แพรวมานานแล้วเหรอ?” มีอาร์ถาม ขณะเดินเข้าไปหา “แป๊บเดียวเอง พี่ชายฉันมาส่ง” “พี่หมอภัทรเหรอ? ปกติเขาไม่ค่อยแวะมาส่งไม่ใช่เหรอ?” “ใช่สิ พี่ชายฉันบ้างานจะตาย ถ้าแม่ไม่สั่ง—ไม่มีทางได้มาส่งหรอก” แพรวกลอกตาเบา ๆ ก่อนจะคลี่ยิ้ม “งั้นไปเถอะ ไปหาอะไรกินกันก่อนเข้าเรียนดีกว่า” มีอาร์ตอบ “ไปจ้า~” แพรวจูงแขนเธอไว้ ทั้งสองเดินเคียงกันไปยังโรงอาหาร ท่ามกลางแดดยามเช้าที่ทอดตัวลงมาอย่างอ่อนโยน บรรยากาศดูเหมือนจะสงบ — จนกระทั่งมีอาร์เดินถือชามโจ๊กกลับมาที่โต๊ะ เธอสังเกตได้ถึงสายตาหลายคู่ที่จ้องมา กระซิบกระซาบที่ไม่ได้พยายามปิดบังมากนัก ลอยผ่านเข้าหูเธอทีละน้อย “นั่นไง...น้องที่ขึ้นรถไปกับพี่คิมหันต์เมื่อวาน” “ว้าว วาสนาดีจัง ฉันอยากเป็นเธอบ้าง” “ใคร ๆ ก็อยากเป็นแฟนของหลานเจ้าของมหาวิทยาลัยทั้งนั้นแหละ ทั้งหล่อ รวย ใครก็อยากจะจับ” “เธอก็พูดไป อย่าเพิ่งอิจฉา น้องเขาอาจจะเป็นแค่ของเล่นชั่วข้ามคืนของพี่คิมหันต์ก็ได้นะ 555 ว่าไป” “จริง ยัยหลินคณะมนุษย์นั่นก็เคยเจอแบบนี้...แล้วก็โดนเท” “ใช่ ฉันยังจำได้ น้องอิงวิทยาที่เดินห้างกับเขา ก็เงียบไปแล้ว” “น้ำหวานจากพยาบาลก็เคยไปดูหนังกับเขา…แต่สุดท้ายก็แค่ผ่านไป” “แล้วคนนี้ชื่ออะไรนะ... มีอาร์? เห็นว่าเขามารับถึงที่เลยไม่ใช่เหรอ” “อาจจะแค่หลงชั่วคราวก็ได้นะ...นานวันเดี๋ยวก็รู้” ทุกคำเหมือนเข็มจิ้มลงกลางใจ เสียงในหัวเธอตึงแน่น น้ำตาคลอเบ้าอย่างห้ามไม่อยู่ มือที่ถือช้อนโจ๊กเริ่มสั่น ขณะเธอพยายามก้มหน้าลง กลั้นไม่ให้หยดใดหลุดร่วงออกมา แพรวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ รับรู้ทุกอย่าง เธอรีบจับมือเพื่อนรักไว้แน่น “มีอาร์... ใจเย็นก่อนนะ พวกนั้นก็แค่พูดไปเรื่อย” แพรวพูดเบา ๆ แต่ไม่ทันไร มีอาร์ก็ลุกพรึ่บจากโต๊ะ สายตาทุกคู่หันมามองตาม เธอวิ่งออกจากโรงอาหาร ร่างเล็กตรงไปยังม้านั่งข้างสโมสรของคณะ ที่มักจะเงียบสงบในยามเช้า เธอทิ้งตัวลงนั่ง สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามกดอารมณ์ที่ปะทุขึ้นในอก แต่แล้ว ....เสียงฝีเท้าและน้ำเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น “ ” “มีอาร์” เธอสะดุ้งเงยหน้าขึ้น หัวใจเต้นแรงในทันที...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD