“มีอาร์”
เสียงเรียกของเขาเหมือนฟ้าผ่ากลางใจ
เธอเงยหน้าขึ้น น้ำตาคลอเต็มหน่วยตา ก่อนจะรีบลุกขึ้นยืนเผชิญหน้าเขา
“อย่ามาเรียกฉัน”
เสียงของเธอสั่น แววตาของคิมหันต์มีแววประหลาดปรากฏขึ้น กึ่งตกใจ กึ่งเจ็บปวด
มีอาร์เม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะปล่อยคำพูดที่กลั้นไว้ออกมา
“คุณรู้ไหมว่าฉันต้องเจอกับอะไรบ้าง...เพราะคุณ?”
เธอนิ่งครู่หนึ่ง…ถอนหายใจแล้วพูดต่อ
“ทุกคนมองฉันเหมือนผู้หญิงราคาถูก เหมือนของเล่นที่คุณจะหยิบมาเมื่อไหร่ก็ได้ แล้วโยนทิ้งเมื่อเบื่อ!”
เธอกำหมัดแน่น เสียงเธอสั่นไหวจนแทบควบคุมไม่ได้
หัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก น้ำตาไหลอย่างหยุดไม่อยู่
“ฉันไม่เคยอยากเข้าหาคุณ ฉันไม่เคยขอให้คุณมายุ่งกับชีวิตฉัน...แต่คุณกลับทำทุกอย่างเหมือนฉันเป็นของคุณ!”
บรรยากาศตรงนั้นเหมือนหยุดนิ่งไปชั่วขณะ
คิมหันต์ไม่ได้เอ่ยคำใด แต่สายตาของเขากลับส่งความรู้สึกบางอย่างถึงเธอ
“ฉันไม่สนหรอกว่า...ผู้หญิงคนไหนจะอยากคบกับคุณ อยากเดินจะห้าง อยากจะดูหนัง หรือจะขึ้นห้องกับคุณ”
มีอาร์กลั้นเสียงสะอื้น พูดด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าแต่มั่นคง
“เพราะฉันไม่อยากเป็นเหมือนผู้หญิงพวกนั้น ฉันไม่ต้องการ... ไม่เคยต้องการ!”
เธอหันขวับไปสบตาเขา
“ขอได้ไหม? ...อย่ามายุ่งกับฉันอีก ฉันแค่อยากมีอิสระ!”
คิมหันต์ยืนนิ่ง ฟังเธอทุกคำโดยไม่พูดแทรก
จนเมื่อเธอจะเดินหนี เขากลับคว้าแขนเธอไว้
“ผมไม่เคยคิดว่าคุณเป็นของเล่น…มีอาร์”
เสียงเขาทุ้มต่ำ แฝงความจริงจัง
“ผมไม่ได้เป็นอย่างที่ข่าวลือทั้งหมด ผมไม่เคยคบกับผู้หญิงพวกนั้น...อาจจะเคยคุยแต่ผมไม่ได้รู้สึกกับใคร...แบบที่ผมรู้สึกกับคุณเลย”
เธอชะงัก หัวใจสั่นแรง แต่ยังไม่กล้าหันกลับไป
“ถ้างั้น...ก็ปล่อยฉันไป”
เสียงเธอแผ่วลง
“ถ้าคุณจริงใจกับฉันจริง...ให้ฉันได้ใช้หัวใจตัวเองตัดสิน ไม่ใช่ความบังคับของคุณ คุณทำได้ไหม?”
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนค่อยๆ ปล่อยมือจากแขนเธอ
แต่คำตอบกลับแทงลึกลงไปในหัวใจเธอ
“ผมปล่อยคุณไปไม่ได้หรอก”
เขาพูดช้าๆ สายตาแน่วแน่
“ผมบอกแล้วว่าคุณเป็นของผม และจะเป็นของผมคนเดียว”
เขาก้าวถอยออกมา หยุดครู่หนึ่ง
“ส่วนเรื่องคำซุบซิบนินทา ถ้ามันทำให้คุณเสียหาย...ผมจะจัดการเอง”
แล้วเขาก็เดินจากไป ทิ้งให้เธอยืนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง
น้ำตาของมีอาร์ไหลอาบแก้มอย่างไม่อาจห้าม เธอนั่งลงอย่างหมดแรง
แพรวรีบวิ่งเข้ามา กอดปลอบเธอทันที
“มีอาร์ ไม่เป็นไรนะ”
เสียงของเพื่อนสนิทอบอุ่น นุ่มนวล
“ถ้าเธอพร้อม...แพรวอยู่ตรงนี้นะ เล่าให้แพรวฟังได้ทุกเรื่องเลย”
ด้านคิมหันต์
คิมหันต์ยืนเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
เสียงเขาทุ้มต่ำและเฉียบคมทันทีที่ปลายสายรับ
“ให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ส่งข้อความ ถึงคณะกรรมการนักศึกษา… และให้จัดประชุมวันนี้ภายในชั่วโมงนี้ ผมจะเข้าด้วยตัวเอง”
เสียงเขาหนักแน่นจนเลขาฯที่ปลายสายไม่กล้าถามซ้ำ
“คิมมีอะไรด่วนหรือเปล่าทำไมเรียกประชุมด่วนขนาดนี้”
ไทม์ หนุ่มหล่อคมเข้ม เพื่อนสนิทของคิหันต์ถามขึ้นทันที
“มีคนกล่าวหผู้หญิงของกู เธอไม่สบายใจกูก็ไม่โอเค”
“ผู้หญิงของมึงนี่คนไหนวะ คนที่เคยนอนด้วยหรือคนใหม่”
“ไทม์มึงเลิกพูดก่อนไปเข้าประชุมกับกูก่อน คนนี้กูจริงจัง”
“สงสัยจะรักจริง กูไม่เคยเห็นมึงเป็นแบบนี้ เพราะคนก่อนๆ แค่คุยวันเดียวมึงก็บายแล้ว ถ้าไม่ใช้เด็กตู้ไม่มีทางได้กินมึงหรอก”
“พูดมาก ไปได้แล้ว”
“เออ ไปๆ”
เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ห้องประชุมก็เต็มไปด้วยบรรยากาศกดดัน
คิมหันต์ในชุดสูทเรียบแต่ทรงอำนาจนั่งหัวโต๊ะ พร้อมเอกสารรายงานในมือ และสายตาเฉียบขาดที่กวาดไปทั่ว
“ผมได้รับรายงานจากหลายฝ่าย...ว่าในช่วงสองวันที่ผ่านมา มีข่าวลือเกี่ยวกับนักศึกษาหญิงคนหนึ่งที่ถูกพูดถึงอย่างเสียหาย”
เขาวางแฟ้มลงบนโต๊ะ เสียงปึกของแฟ้มเอกสารทำให้ทุกคนสะดุ้ง
“ชื่อของเธอคือ มีอาร์”
เสียงฮือเบา ๆ ดังขึ้น
“ผมไม่สนหรอกว่าพวกคุณจะคิดยังไงกับผม จะเกลียด จะหมั่นไส้ หรือจะลืออะไรก็ตามเกี่ยวกับตัวผม...”
เขาโน้มตัวไปข้างหน้า สายตาคมดุดัน
“แต่ผมจะไม่ยอมให้ผู้หญิงคนหนึ่งต้องถูกรุมด่าว่าเสีย ๆ หาย ๆ ...เพียงเพราะเธอ ‘รู้จักผม’ ”
มีนักศึกษาบางคนหน้าซีดเผือด
“วันนี้ผมไม่ได้มาเพื่อขอร้อง...ผมมาเตือน”
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงสง่าเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้ทั้งห้องเงียบกริบ
“จากนี้ไป ถ้าผมได้ยินว่าใครก็ตามยุ่งเกี่ยวกับการสร้างข่าวเท็จ หรือนินทาใส่ร้ายเธอ หรือแม้แต่นักศึกษาคนอื่น ๆ อีกแม้แต่คำเดียว ผมจะใช้ทุกช่องทางทางกฎหมาย และอำนาจที่ผมมี จัดการทันที ไม่เตือนซ้ำ”
เขาหยุดหายใจครู่หนึ่ง ก่อนทิ้งท้าย
“ผมไม่เล่นเกมเด็ก ๆ ถ้าคุณกล้าทำลายใครด้วยคำพูด คุณก็ต้องกล้ารับผลของมันด้วย”
พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกจากห้องประชุมท่ามกลางความเงียบงัน
ใบหน้าของเขาเคร่งขรึม...แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความปกป้องที่รุนแรงอย่างเงียบงัน
ริชซี่ หนึ่งในคณะกรรมการที่แอบชอบคิมหันต์ กำมือแน่น เพราะเธอเองก็คือคนปล่อยข่าวของมีอาร์เช่นกัน
“ผู้หญิงคนนั้นมีอะไรดีนักหนา ถึงจับคิมหันต์สะอยู่หมัดแบบนี้”
ตัดไปที่มีอาร์...
เธอเพิ่งเดินออกจากห้องเรียน ท่ามกลางสายตาที่ต่างไปจากเดิม
ไม่มีเสียงซุบซิบ ไม่มีคำพูดกระซิบ...มีเพียงความเงียบและการหลบสายตา
แพรวเดินเข้ามาหาเธอ สีหน้าตื่นเต้นเล็กน้อย
“มีอาร์...เธอรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?”
“อะไร?”
เธอเลิกคิ้ว
“พี่คิมหันต์... เขาเพิ่งประกาศเตือนทั้งคณะในห้องประชุมกลางเรื่องข่าวลือของเธอ เขา...ปกป้องเธออย่างจริงจังเลยนะ”
หัวใจมีอาร์เต้นแรงอีกครั้งเธอมองออกไปไกล...ในใจเริ่มหวั่นไหว
คนที่เธอพยายามหนี...แต่เขากลับปกป้องเธอจริงๆ
“ฉันว่า พี่เขาชอบเธอจริง ๆ นะ มีอาร์”
มีอาร์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาตอบแพรวด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ
“ชอบก็เรื่องของเขาเถอะ ..มีอาร์ไม่ได้ชอบด้วยนิ”
แพรวยิ้มเจ้าเล่ห์ “จ้า…แม่คนปากกับใจไม่ตรงกันเลยนะ”
ทันใดนั้น..
ก็มีรถลีมูซีนสีดำเงางามจอดเทียบฟุตบาทอย่างสง่างาม คิมหันต์ก้าวลงจากรถด้วยท่าทางมั่นใจ เดินตรงมาหาเธอทันที
“สวัสดีค่ะ พี่คิมหันต์”
แพรวทักทายด้วยรอยยิ้ม
“สวัสดีครับ”
เขาตอบกลับก่อนจะหันไปสบตากับมีอาร์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกชอบพอที่ไม่อาจปิดบังได้
“มีอาร์ ผมมารับคุณกลับบ้าน”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงความรู้สึกผิดที่ทำให้เธอไม่สบายใจ
“ไม่ต้องรบกวนหรอกค่ะ ฉันขับรถมาเอง”
เธอตอบเสียงเรียบแต่แข็งกร้าว
“กลับกับผมนะ รถของคุณ เดี๋ยวบอดี้การ์ดผมจะขับกลับให้”
เขาไม่ยอมแพ้
“ไม่”
มีอาร์ตอบเสียงหนักแน่น
เขากระซิบอย่างกวน ๆ แต่ยังแฝงความจริงจัง
“เด็กดื้อต้องโดนอะไรสักหน่อย... หรือจะให้ผมทำต่อหน้าเพื่อนคุณเลย?”
เธอจ้องเขา ..และรู้ดีว่าคนอย่างเขาทำได้ทุกอย่างเธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งยิ้มบาง ๆ ให้กับเพื่อน
“งั้นมีอาร์กลับกับพี่คิมเถอะ ไว้เจอกันวันจันทร์นะมีอาร์ ”
แพรวเอ่ยยิ้มๆ…
“จ้าไว้เจอกันนะ บายจ๊ะ”
มีอาร์กล่าวลาเพื่อนที่เดินจากไป ก่อนที่จะหันมาสบตาเขาอย่างไม่พอใจ
“คุณนี่บ้าอำนาจชัด ๆ”
เธอกัดฟันพูดเบา ๆ ก่อนจะปล่อยลูกกุญแจรถลงมือเขาแล้วก้าวเดินไปยังรถของเขาทันที