คืนแรกในห้องของเธอ

1267 Words
มีอาร์ชะงัก สีหน้าเต็มไปด้วยความตกใจ เมื่อเขาขอค้างที่นี่จริง ๆ ใจหนึ่งก็กลัวเขาจะทำร้าย...แต่ถ้าเขาออกไปแล้ว ‘ตาย’ล่ะ? เธอคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต เธอจึงจำใจตกลงให้เขาหลบซ่อนในห้องของเธอ “ฉันให้คุณอยู่ก็ได้...แต่ต้องนอนโซฟา ห้ามเด็ดขาดห้ามล้ำเข้าไปในห้องนอนฉัน เข้าใจนะ?” “ผมเข้าใจ...” คิมหันต์ยิ้มบาง “ถ้าผ่านคืนนี้ไปได้ ผมจะให้เงินคุณอย่างงาม” “ฉันไม่ต้องการเงินของคุณทั้งนั้น ขอแค่...เช้าเมื่อไหร่คุณรีบออกจากห้องฉันทันที!” “หึหึ...นี่คุณกลัวผมขนาดนี้เลยหรือ? หรือว่ากลัวใจคุณจะมาหลงรักผมกันแน่?” “ถ้ายังไม่หยุดพูด ฉันจะไล่ออกจากห้องจริง ๆ ด้วย!” เธอขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าบูดบึ้ง แต่เขากลับยิ้มกวน ๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน “คุณอย่าหลงตัวเอง และอย่าคิดจะล่วงเกิน ไม่งั้นฉัน...เ.อ.า.ต.า.ย.แน่!” “เ.อ.า.ต.า.ย.นี่...หมายถึงอะไร?” เขาแกล้งเลิกคิ้ว ยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย “พูดแบบนี้ผมคิดดีไม่ได้เลยนะ...” “ไอ้บ้า! ไอ้โรคจิต!” เธอสะบัดหน้าหนี รีบเดินกลับเข้าไปในห้อง ทิ้งให้เขาหัวเราะเบา ๆ กับท่าทีฮึดฮัดน่ารักนั่น ไม่นานนัก เธอก็กลับออกมาพร้อมเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์และผ้าขนหนู ยื่นให้เขา “เอาไปเลย! ไปอาบน้ำ แล้วใส่เสื้อนี่ไปก่อน ถ้าคุณรังเกียจ...ก็แล้วแต่ จะไม่อาบก็เรื่องของคุณ! ฉันช่วยได้แค่นี้แหละ!” “ไม่รังเกียจหรอก...” เขายิ้มอ่อน “ตรงกันข้าม ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ใส่เสื้อสาวน่ารักขนาดนี้” “เลิกพูดมากสักที เดี๋ยวฉันจะไปเอาเครื่องนอนมาให้ แล้วก็ต้มบะหมี่ให้ทาน...ดูจากสภาพแล้ว คงยังไม่ได้กินอะไรเลยใช่ไหม?” “ขอบคุณครับ ที่ใส่ใจ” น้ำเสียงของเขาแฝงความอบอุ่นจนเธอเผลอหลบสายตาอย่างลน ๆ “ก็ทำยังไงได้ล่ะ...ช่วยมาแล้วก็ต้องดูแล ถือซะว่าทำบุญแล้วกัน” “งั้นผมยอมรับบุญนี้อย่างเต็มใจแล้วกัน” มีอาร์ทำหน้าเบ้ใส่ทันที “คนอะไร...น่ารำคาญที่สุด!” “ถ้าเปลี่ยนจากรำคาญเป็น ‘ตกหลุมรัก’ ผมก็ไม่ว่าอะไรนะ เพราะที่มหาลัย...มีแต่คนอยากเป็นแฟนผมเยอะมาก หากมีคุณมาเพิ่มอีกคนก็ไม่แปลก” “หึ...พ่อคนหล่อ ใครจะอยากได้คุณ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงพวกนั้นแน่ และฉันไม่อยากข้องเกี่ยวกับมาเฟียอย่างคุณด้วย บอกไว้เสียตรงนี้เลย!” “เกลียดอะไร ระวังจะได้อย่างนั้นนะคุณ” เขาพูดพร้อมส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาคมสบตากับเธอแน่นิ่งจนมีอาร์ต้องเบือนหน้าหลบ “ไปต้มบะหมี่ก่อนแล้วกัน...อาบน้ำเสร็จค่อยออกมาทานที่โต๊ะ!” เธอเดินไปยังครัว ปล่อยให้เขาเดินเข้าห้องน้ำไปพร้อมเสื้อยืดที่เธอให้ แต่ไม่กี่นาทีต่อมา... “ว๊าย!” เธอร้องลั่นเมื่อเห็นเขาเดินออกมาด้วยเสื้อยืดของเธอ แต่ไม่ใส่กางเกง มีเพียงผ้าขนหนูสีขาวผืนเดียวพันอยู่ที่เอวต่ำ ๆ! “คุณ! ทำไมไม่ใส่กางเกง?!” “กางเกงผมเปื้อนเลือด ถ้าใส่นอน เดี๋ยวโซฟาคุณเลอะ” “เออ...ช่างเถอะ! เมื่อไหร่จะเช้าสักที จะได้ไปให้พ้น ๆ!” “ทำไมล่ะ...กลัวจะเผลอทำอะไรผมหรือ?” เขายิ้มกรุ้มกริ่ม “ฉันมีแฟนแล้ว! อย่ามาพูดแบบนี้!” คำโกหกที่เปล่งออกไปเร็วปรื๋อนั้น เธอไม่เคยพูดได้หน้าตายขนาดนี้มาก่อน แต่คำตอบของเขากลับทำเธอชะงัก “มีแฟนแล้วก็ใช่ว่าจะเลิกไม่ได้...จริงไหม?” “นี่มันมาเฟียเอาแต่ใจชัด ๆ!” เธอฮึดฮัดลุกขึ้นจากโต๊ะ แต่ยังไม่ทันก้าวออกไป เขาก็คว้าเอวเธอไว้ แล้วดึงเธอลงมานั่งตัก! ควับ! “นี่จะทำอะไร?! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!” ใบหน้าของเขาโน้มเข้ามาใกล้ หายใจรินรดผิวแก้ม “ขอบคุณที่ยอมช่วยผมนะ มีอาร์...ผมจะตอบแทนบุญคุณครั้งนี้ให้คุ้มเลย” หัวใจของเธอเต้นแรงจนรู้สึกเหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง แต่ที่ทำให้เธอรีบลุกแทบไม่ทัน...คือสัมผัสจาก ‘ด้านล่าง’ ของเขา แท่งร้อนที่แนบอยู่ใต้ผ้าขนหนูนั่นสัมผัสเข้ากับก้นของเธอเต็ม ๆ! ใบหน้าเธอร้อนผ่าวทันที “มะ...ไม่ต้องตอบแทนอะไรทั้งนั้น! ฉันจะไปนอนแล้ว! กินเสร็จก็วางชามไว้ในซิงค์ ไม่ต้องล้าง พรุ่งนี้ฉันจัดการเอง!” เธอลุกพรวดจากตักเขา กึ่งเดินกึ่งวิ่งหายเข้าไปในห้อง ทิ้งให้เขานั่งยิ้มพอใจ “ผู้หญิงแบบคุณนี้แหละ...คือคนที่ผมตามหามาตลอดเลย มีอาร์” เขานั่งกินบะหมี่ที่เธอทำให้จนหมดเกลี้ยง ไม่เพียงแค่นั้น...เขายังล้างชามและคว่ำไว้อย่างเรียบร้อย ก่อนจะไปนั่งลงบนโซฟา เวลา 02.30 น. มีอาร์เปิดประตูห้องออกมาอย่างเงียบเชียบ เธอเดินตรงไปยังโซฟา เมื่อเห็นเขานอนขดตัว สั่นน้อย ๆ ราวกับคนใกล้จะจับไข้ “ดูท่าจะเริ่มมีไข้แฮะ…” เธอขยับเข้าไปใกล้ เอื้อมมือจะวัดอุณหภูมิที่หน้าผาก แต่ทันใดนั้น... หมับ! “โอ๊ย!” เธอสะดุ้งสุดตัว มือถูกคว้าไว้แน่น คิมหันต์ลืมตาขึ้น สีหน้าตกใจ “ขอโทษ ผมนึกว่า...คนร้าย” “คุณนั่นแหละร้าย! ฉันจะวัดไข้ให้ เห็นนอนสั่นขนาดนี้ คุณมีไข้แน่นอน!” “แสดงว่าคุณ...เป็นห่วงผม?” “ไม่ได้ห่วง! แค่กลัวคุณมาตายคาห้อง แล้วฉันจะซวยไปด้วย เข้าใจไว้ด้วย!” เธอฮึดฮัด ก่อนเดินไปหยิบยาและน้ำเปล่า “อะ ยาลดไข้กับแก้อักเสบ รีบกินเข้าไป จะได้พักผ่อน” เขารับยามากินอย่างว่าง่าย ก่อนเอ่ยเสียงอ่อย “ผมตัวร้อน...และปวดหัวมากเลย...” “แล้วจะให้ทำยังไง?” เธอถามกลับอย่างหงุดหงิด “คุณช่วยเช็ดตัวให้ผมหน่อยได้ไหม...นะครับ” เธอเบ้หน้า “เวรกรรมอะไรของฉัน ต้องมาดูแลมาเฟียไม่รู้หัวนอนปลายเท้าแบบนี้!” “อย่าเรียกว่าเวรกรรมเลย...เรียกว่าพรหมลิขิตจะดีกว่า” “ขยันหยอดซะไม่มี!” แม้จะบ่น แต่เธอก็ลุกไปหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กกับชามน้ำเย็นมาวางข้างโซฟา แล้วจุ่มผ้าลงน้ำ บิดหมาด ก่อนจะเช็ดใบหน้าให้เขาเบา ๆ สายตาของคิมหันต์จ้องลึก จนเธอใจสั่น... หญิงสาวตัวคนเดียวในห้อง กับชายแปลกหน้า มันอันตรายเกินไปจริง ๆ ... แล้วจู่ ๆ ... หมับ! เขาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แล้วดึงมือเธอเข้าไปซุกในเสื้อของเขา! “ตรงนี้...ร้อนมาก เช็ดให้หน่อย” “นี่คุณ! ปล่อยเลยนะ!” “ไม่ปล่อย...จนกว่าตัวผมจะหายร้อน” น้ำเสียงของเขาทั้งนุ่มนวลและเจ้าเล่ห์ สายตาทอดมองเธอเต็มไปด้วยบางอย่าง...ที่เธอเองก็ไม่กล้าเผชิญ มือของเธอสั่นระริก ใต้ผ้าบางเบานั้นคือผิวร้อนผ่าวของเขา หัวใจเธอเต้นระรัวจนรู้สึกเหมือนจะหลุดออกมา เธอรวบรวมสติ ดึงมือตัวเองกลับแรง ๆ จนหลุดจากการเกาะกุม “ฉันเช็ดเสร็จแล้ว! คะ..คะ...คุณเช็ดต่อเองไปเลย!” เธอพึมพำเสียงขุ่น รีบลุกขึ้นหันหลังให้ แต่คิมหันต์ยังคงนอนนิ่ง มองแผ่นหลังของเธอด้วยสายตาละมุนแฝงแววเอาแต่ใจ “มีอาร์...ยิ่งคุณหนี ผมยิ่งอยากไล่ตาม”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD