ขึ้นรถ…ถ้าไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น

1319 Words
เดอะเซอรีน คอนโด แสงแดดยามเช้าเล็ดลอดผ่านม่านบาง ๆ เข้ามาในห้องนั่งเล่น กลิ่นกาแฟและข้าวต้มกุ้งลอยมาแตะจมูก คิมหันต์ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ก่อนยืดตัวเบา ๆ บนโซฟา "ตื่นแล้วเหรอ? กำลังจะปลุกอยู่พอดี" เสียงใส ๆ ดังมาจากในครัว มีอาร์ยืนอยู่ในชุดนักศึกษาพร้อมออกจากบ้าน เธอรวบผมขึ้นหลวม ๆ ดูสบายตา แต่กลับยิ่งขับให้เธอดูน่ามองในแบบที่เขาไม่เคยคิดมาก่อน “ทำอาหารเช้าให้ผมด้วยเหรอ?” เขาถาม ขณะลุกขึ้นนั่ง “แค่ข้าวต้มกุ้งกับกาแฟ ไม่ได้มากมายอะไร กินได้นะถ้าไม่เรื่องมาก” “คุณคงจะดูแลแฟนบ่อยสินะ” เขายิ้ม แต่ในใจเขารู้สึกเจ็บเล็กน้อยเมื่อพูดถึงแฟนของเธอ “ฉันไม่มีแฟน ..อย่าพูดมากรีบกินจะได้รีบออกจากห้องฉันเสียที” เขาชะงักกับคำตอบของเธอ แล้วเมื่อคืนที่เธอบอกว่ามีแฟนแสดงว่าเธอโกหก เขายิ้มมีความหวังขึ้นมาทันที เธอปรายตาใส่ ก่อนจะสะพายกระเป๋าเตรียมออกจากห้อง คิมหันต์รีบกินข้าวต้มไม่กี่คำ แล้วลุกขึ้นเดินตามทันที “คุณจะไปไหน?” เขาถามขึ้น “ไปมหาลัยไงล่ะ ฉันมีเรียน ส่วนคุณ...ก็กลับบ้านคุณไปซะ” เธอตอบพลางก้มดูมือถือเช็กเวลา “มีรถมารับผมที่นี่...ให้ผมจะไปส่งคุณนะ” เธอหันมาขมวดคิ้ว “รถมารับ? รถใคร?” ทันใดนั้นเสียงแตรรถดังขึ้นหน้าคอนโด เธอมองจากหน้าต่างลงไปก็เห็นรถยนต์หรูสีดำจอดเทียบอยู่ข้างล่าง พร้อมกับชายชุดดำสองคนยืนเปิดประตูรอ “คุณไปเลยฉันไม่อยากไป...ยิ่งอยู่ใกล้คุณฉันว่าน่าจะอันตรายกว่าฉันอยู่คนเดียวเสียอีก” “มาเถอะไม่ต้องกลัว พวกเขาคือบอดี้การ์ดผมเอง” เขาตอบหน้าตาเฉย “มาเถอะนะ เมื่อคืนพวกเราโดนล่าขนาดนั้น จะให้เดินไปรถสองแถวได้ยังไง” เธอส่ายหน้า ถอนหายใจหนัก ๆ แต่ก็ยอมเดินตามเขาลงไปด้านล่าง บนรถระหว่างทาง ภายในรถหรูเงียบสงบ มีแค่เสียงเพลงแจ๊สเบา ๆ ดังคลอ มีอาร์นั่งกอดกระเป๋าไว้แน่น ขณะเบี่ยงสายตาไม่มองคนข้าง ๆ ที่นั่งยิ้มมุมปากอยู่ตลอดทาง “ไม่ต้องทำหน้าเหมือนกำลังจะไปสงครามก็ได้นะ ผมไม่ได้จะพาไปทำอะไรสักหน่อย” “เข้าใจว่าไม่ได้ทำอะไร แต่การที่ฉันเข้ามาอยู่ใกล้พวกมาเฟียยังไงก็อันตรายอยู่ดี ดิบ ป่าเถื่อน ฆ่ากันเป็นผักปลา” เธอพึมพำ เขาเองก็พอจะได้ยินที่เธอพูด “มันไม่ถึงขนาดนั้น มาเฟียดี ๆ มีเยอะไม่ได้บ้าอำนาจ ก็พิสูจน์ให้คุณเห็นแล้ว...ว่าผมนุ่มนวลกับคุณ ขนาดเมื่อคืนผมยังแค่จูบ...ไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่านั้น” “หยุดเลยนะคุณ!” เธอหันมาถลึงตาใส่ “ถ้าจะพูดอะไรลามกอีก ฉันจะเปิดประตูรถลงเดี๋ยวนั้นเลย” “โอเค ๆ ไม่พูดแล้ว....ถ้าคุณไม่สบายใจ...” เขายิ้มที่มุมปากสายตานิ่งขรึมแลเจ้าเล่ห์ มหาวิทยาลัย รถจอดที่หน้าตึกคณะ เธอรีบเปิดประตูลงจากรถทันที ก่อนจะหันไปพูดเสียงแข็ง “จากกันตรงนี้ต่างคนต่างไป ถ้าเป็นไม่ได้อย่ามายุ่งกับฉันอีกนะ แล้วแล้วกันไป” “รับทราบ แต่ไม่รับปาก” เขาตอบเสียงเรียบ เธอเงียบไปครู่ ก่อนจะหันหลังกลับ “คนบ้าพูดอะไรไม่เคยจะฟัง คุณจะดึงฉันให้ไปลงนรกกับคุณสิไม่ว่า” คิมหันต์มองตามหลังเธอเดินห่างออกไป ก่อนพูดเบา ๆ กับตัวเอง “มีอาร์...คุณน่ารักมากและผมเองถ้าอยากได้อะไร ฉันต้องได้สะด้วย ...เกรงว่าต่อจากนี้คุณคงจะได้เจอผมทุกวัน” คิมหันต์พึมพำกับตัวเอง พร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะสั่งบอดี้การ์ดเสียงเข้ม “เมื่อคืนใครที่มันตามล่าฉัน จัดการเก็บมันสะ” “ครับนายน้อย” บอดี้การ์ดรับคำสั่งแล้วต่อสายหาลูกน้องทันที “อ่อแล้วให้คนไปจัดการซื้อคอนโดเมื่อคืนที่ฉันอยู่ด้วยนะ ขอเป็นห้องตรงข้ามกับเธอ” “รับทราบครับนาย” ช่วงบ่ายของวันนั้น มีอาร์กำลังเดินออกจากห้องเรียนกับเพื่อนสาว ท่ามกลางแดดร้อนระอุและเสียงคึกคักจากนักศึกษาทั่วบริเวณ “มีอาร์!” เสียงชายหนุ่มเรียกชื่อเธออย่างคุ้นเคย ดังขึ้นจากฝั่งสวนหน้าอาคาร เธอหันไปมอง ก่อนจะเบิกตากว้างนิด ๆ “พีท?” ชายหนุ่มในชุดนักศึกษาฝั่งวิศวะ เดินตรงเข้ามาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น เขาสูงโปร่ง ผิวขาวจัด ผมยุ่งนิด ๆ แบบไม่ตั้งใจ แต่ดูมีเสน่ห์จนเพื่อนสาวข้างเธอถึงกับสะกิดแขน “เพื่อนเหรอ คนนี้น่ากินมากเลยนะ” เสียงแพรว สาวน้อยน่ารักที่เดินเคียงข้างมีอาร์กล่าว มีอาร์กลอกตาเบา ๆ ก่อนจะหันกลับไปหาพีท “พีทนี้นายพึ่งย้ายมาเรียนที่นี่หรือ ตั้งแต่เรียนจบมัธยมไม่เจอเลยนะ สามปีได้แล้วมัง” “ใช่ประมาณเกือบจะ 3 ปีได้ ตอนนั้นเราติดอีกมหาลัยหนึ่ง แต่ด้วยความจำเป็นจึงโอนย้ายมาที่นี่ ดีใจที่เจอเธอนะ” “อ่อลืมแนะนำนี่ แพรวเพื่อนมีอาร์เอง แพรวนี่พีช” “ยินดีที่ได้รู้จักนะแพรว” “เช่นกันจะพีท” ในเวลาเดียวกันนั้นเอง คิมหันต์ที่นั่งอยู่บนรถพร้อมคนขับส่วนตัว กำลังดูหน้าจอมือถือที่มีภาพจากกล้องวงจรปิดหน้ามหาลัยซึ่งลูกน้องของเขาแอบติดตั้งไว้ ในภาพ...มีอาร์กำลังหัวเราะและยืนคุยกับชายหนุ่มคนหนึ่ง “ไอ้เด็กวิศวะนั่นใคร” เสียงเขาติดหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด “นายครับ ข้อมูลชื่อ พีรวัฒน์ ปี 3 เพิ่งโอนย้ายมาครับ” “ตามสืบให้หมด เรียนยังไง อยู่หอไหน ที่สำคัญมันชอบมีอาร์หรือเปล่า” ลูกน้องมองหน้าเขานิดหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า “ครับนาย” คิมหันต์หลุบตาลงอย่างขุ่นใจ “อย่าคิดว่าแค่หน้าใสแล้วจะได้ใจมีอาร์ไปง่าย ๆ ...” เขาพึมพำในลำคอ ราวกับพูดกับตัวเองมากกว่าจะส่งเสียงให้ใครได้ยิน แววตาคมเข้มสะท้อนความหงุดหงิดบางเบา ปนความไม่เข้าใจตัวเองนัก เหตุใดแค่เห็นอีกฝ่ายยิ้มหวานให้คนอื่น หัวใจเขาถึงได้รู้สึกร้อนรุ่มอย่างนี้ ริมฝีปากเม้มแน่น ก่อนเขาจะสูดลมหายใจลึก พยายามเก็บกลั้นความรู้สึกที่เริ่มปะทุขึ้นในอก “อย่ามาทำให้ผมใจสั่นได้ไหม...มีอาร์” เวลา 17.00 น. คิมหันต์ยืนรออยู่หน้าอาคารเรียนคณะบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ ดวงตาคมกริบใต้คิ้วหนาขมวดแน่น ขณะมองหาใครบางคนในกลุ่มนักศึกษาที่เดินสวนกันขวักไขว่ “มีอาร์ นั่นมัน... พี่คิมหันต์ เดือนวิศวะปีสี่ที่หล่อที่สุดในมหา'ลัยเลยไม่ใช่เหรอ!? เขามาทำไมที่ตึกเราอ่ะ!?” เสียงแพรวแทบจะกรี๊ดด้วยความตื่นเต้น มีอาร์ถอนหายใจเบา ๆ แล้วรีบคว้าข้อมือเพื่อน “เราไปกันเถอะ แพรว มีอาร์อยากกลับห้องแล้ว...” แต่ก่อนที่เธอจะทันก้าวพ้นบันไดหน้าอาคาร เสียงเข้มจัดก็แทรกขึ้นมา “ผมมารับคุณกลับบ้าน... เชิญครับ” น้ำเสียงของคิมหันต์เคร่งขรึม จนเธอชะงักเท้า รู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากสายตาของนักศึกษาทั้งอาคาร “ฉันไม่...” แต่ยังไม่ทันจะปฏิเสธ เขาก็กระซิบเบาใกล้ใบหูเธอ “ถ้าไม่อยากให้เพื่อนคุณรู้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น... ก็ขึ้นรถกับผมดี ๆ” เสียงทุ้มของเขาเอ่ยเบา แต่กลับแทรกซึมเข้ามาถึงหัวใจ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD