บ้านมีอาร์
เสียงเปิดประตูบ้านดังแผ่วเบาในบ่ายวันหนึ่งที่เงียบงันผิดปกติ
มีอาร์เหยียบย่างเข้ามาในบ้านที่ควรจะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของครอบครัว แต่วันนี้...บรรยากาศกลับเงียบงันจนน่าหวาดหวั่น
“มีอาร์...ลูกมาแล้วเหรอ...”
เสียงของแม่เธอ—อิงอร—ดังขึ้น พร้อมกับก้าวเข้ามาจับแขนเธอแน่น สีหน้าซีดเซียว และดวงตาแดงช้ำ
“แม่? เกิดอะไรขึ้น?” เธอถามทั้งที่ใจเต้นระส่ำ
“แม่มีเรื่องจะบอกลูก...” เสียงสั่นพร่า น้ำตาเริ่มร่วงลงมาเป็นสาย
“...ตอนนี้ พ่อของลูก... ครอบครัวของเรากำลังจะล้มละลายแล้วจ้ะลูก...”
โลกของมีอาร์คล้ายหยุดหมุน เธอยืนนิ่งงันอยู่วินาทีก่อนจะเอ่ยเสียงเบา
“มันเกิดขึ้นได้ยังไงคะแม่...”
แม่ของเธอกลืนก้อนสะอื้น แล้วเล่าเรื่องทั้งหมดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“พ่อ...ไว้ใจผิดคน เขาไปทำธุรกิจกับทรงวิทย์ — มาเฟียคนนั้น...”
“แรก ๆ ก็แค่สนุก เชื่อมสัมพันธ์กัน พ่อไม่ทันคิดว่ามันจะพาเข้าไปในบ่อน...”
“พอมารู้ตัวอีกที...มันให้พ่อยืมเงิน ดอกเบี้ยทบไปเรื่อย ๆ จากล้านกลายเป็นสิบล้าน!”
มีอาร์นิ่ง เธอแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
“สิบล้าน...”
เธอทวนคำด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ปลายนิ้วเย็นเฉียบเหมือนเลือดไหลย้อน
“ใช่..สิบล้าน…ไม่ใช่แค่นั้นมันยังวางยาพ่อถ่ายคลิปแบล็กเมล์กับเด็กอายุต่ำกว่า 16 อีก มันขู่ถ้าหาเงินไปใช้มันไม่ได้มันจะแฉ ถ้าเป็นแบบนี้พ่อติดคุกติดตะรางแน่ลูก”
“เลวที่สุด...” มีอาร์นิ่งไปสักครู่ก่อนเอ่ยขึ้นมา
“แล้วตอนนี้พ่ออยู่ไหนคะ?”
“อยู่ข้างบน ตั้งแต่เช้ายังไม่ยอมทานข้าวทานน้ำสักหยด...แม่ห่วงพ่อมาก มีอาร์...”
ไม่รอให้แม่พูดจบ เธอพุ่งขึ้นบันไดด้วยหัวใจที่เต้นแรงไม่เป็นจังหวะ
เมื่อผลักประตูเข้าไป เธอเห็นพ่อนั่งอยู่กับพื้น...ถือขวดน้ำยาล้างห้องน้ำแนบปาก ร่างกายสั่นเทา
“พ่อ! อย่า!”
เสียงกรีดร้องของเธอเหมือนฉีกทะลวงความเงียบทั้งหมด
เธอพุ่งเข้าไปคว้าขวดออกจากมือพ่อทันควัน
“อย่าทำแบบนี้ หนูขอร้อง...พ่อ อย่า...ฮือ...”
อมร—ชายผู้เคยเป็นเสาหลักของบ้าน—ทรุดตัวลงกอดลูกสาวทั้งน้ำตา
“พ่อขอโทษ...ขอโทษที่ทำให้ลูกกับแม่ต้องลำบาก...”
“ไม่เป็นไรค่ะพ่อ หนูอยู่ตรงนี้ หนูไม่ไปไหน...”
“พ่อยังมีหนู ยังมีแม่ ยังมีน้อง... เราจะผ่านมันไปด้วยกันนะคะ”
เสียงฝีเท้าเร่งรีบของแม่ดังขึ้นก่อนที่อิงอรจะทรุดตัวลงข้างสามี กอดเขาแน่น
“คุณ...คุณยังมีฉัน ยังมีลูก...อย่าทำแบบนี้นะ อย่าทิ้งฉันไว้แบบนี้”
ประตูถูกเปิดออกอีกครั้ง
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับ!”
เสียงของปุณณ์ — น้องชายคนเล็ก—ดังขึ้น พร้อมกับวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตกใจ
มีอาร์มองน้องชาย เธอสูดหายใจเข้าลึกแล้วพยักหน้าช้า ๆ หันไปหาพ่อกับแม่ก่อนเอ่ยเสียงนิ่ง
“เราควรบอกน้องได้แล้วนะคะ แม่...”
เสียงของมีอาร์อ่อนโยนแต่มั่นคง ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้ยังเปล่งประกายแววตาเข้มแข็ง
“เขาโตพอที่จะเข้าใจแล้ว”
อมรสูดลมหายใจลึก มือสั่นเล็กน้อยขณะพยักหน้า
เขาหันไปมองลูกชายคนเล็กที่ยืนอยู่ตรงประตู สีหน้าตกใจและสับสน
“ลูก...”
เสียงของพ่อสั่นเล็กน้อยขณะเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดอย่างช้าๆ
เรื่องของการลงทุนที่ผิดพลาด เรื่องของความไว้ใจที่ถูกหักหลัง และเรื่องของ... หนี้สินมหาศาลที่แทบพรากทุกอย่างไปจากครอบครัวนี้ ที่สำคัญเรื่องคลิปเด็ก 16
“พวกมันไม่ควรได้ลอยนวล...” ปุณณ์เอ่ยเสียงเบา ดวงตานั้นแดงจัดและสั่นระริก
“มันทำกับพ่อแบบนี้ ทำกับบ้านของเราแบบนี้... คิดว่าเป็นมาเฟียแล้วจะทำอะไรก็ได้เหรอ”
ปุณณ์น้ำตาคลอเขาโกรธจัด คำพูดของน้องชายทำให้ห้องเงียบลงชั่วขณะ
น้ำตาอิงอรเอ่อล้นเมื่อมองดูลูกๆ ของเธอที่เติบโตขึ้นมาอย่างเข้มแข็ง
มีอาร์ก้าวเข้ามาใกล้แม่ มือของเธอจับมือแม่ไว้แน่น เสียงของเธอแผ่วเบาแต่แน่วแน่
“แม่ค่ะ...พ่อค่ะ เรื่องนี้ อย่าบอกพี่ปรินทร์เลยนะคะ”
“พี่กำลังจะเรียนจบหมอ... อีกนิดเดียวก็จะถึงฝันของเขาแล้ว ถ้าพี่รู้ตอนนี้ มันจะหนักเกินไป”
พ่อกับแม่สบตากันเงียบ ๆ แล้วก็พยักหน้าอย่างช้า ๆ พร้อมกับเสียงถอนหายใจหนักอึ้ง
เป็นการตัดสินใจที่เจ็บปวด แต่พวกเขารู้... ว่าลูกสาวคนนี้กำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง
มีอาร์หันไปมองน้องชายที่ตอนนี้กำหมัดแน่น เธอก้าวเข้าไปกอดเขาแน่นแนบอก แล้วกระซิบ
“เราจะผ่านมันไปด้วยกันนะ... ปุณณ์” แล้วเธอก็เงยหน้าขึ้น ดวงตานั้นไม่หลงเหลือความกลัวอีกต่อไป
“พรุ่งนี้ หนูจะไปเจรจากับ... ตาทรงวิทย์เองค่ะ”
น้ำเสียงของเธอนิ่ง ราบเรียบ แต่ทุกคำพูด... มีแรงของหัวใจเต็มเปี่ยม
บ้านทรงวิทย์ มาเฟียแสนร้าย
“ว่าไงแม่สาวน้อย ชื่ออะไรล่ะเรา?”
เสียงต่ำแหบพร่าของมาเฟียทรงวิทย์ดังขึ้นจากมุมโซฟาหรู เขานั่งไขว่ห้าง ลูบแหวนทองบนมือไปมาอย่างไม่รีบร้อน สายตาเย็นชาจ้องตรงมาที่หญิงสาวที่เพิ่งก้าวเข้ามาในคฤหาสน์
มีอาร์ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตึงเครียด เธอไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่กลับจ้องเขาตรง ๆ อย่างไม่เกรงกลัว
“ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อคุยเล่น ฉันมาที่นี่เพื่อเจรจาเรื่องหนี้… และคลิปที่คุณใช้แบล็กเมล์พ่อของฉัน”
ทรงวิทย์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ยิ้มเยาะ
“ใจร้อนจังนะแม่หนู ถ้าไม่ติดว่าเธออายุไล่เลี่ยกับลูกสาวฉัน ฉันคงจับเธอทำเมียขัดดอกไปแล้ว”
“คุณมันเลว” เธอตอบเสียงเรียบแต่เด็ดขาด
“ใช่ ฉันเลว... และฉลาด” เขายักไหล่ก่อนหัวเราะแผ่ว ๆ “โลกนี้คนโง่ก็ต้องเป็นเหยื่อของคนฉลาดไงล่ะ ฮ่าๆ”
“ฉันต้องการโฉนดคืน และให้คุณลบคลิปทั้งหมดที่เกี่ยวกับพ่อฉัน”
ทรงวิทย์เท้าคาง หัวเราะในลำคออีกครั้ง ก่อนจะตอบ
“สิบล้าน... กับข้อมูลภายในของบริษัทธนาธิปพิพัฒพงษ์ นั่นคือสิ่งที่ฉันต้องการ”
“สิบล้าน...” มีอาร์พึมพำ ริมฝีปากสั่นน้อย ๆ เธอเม้มปากแน่น
“คุณก็รู้ว่าเราจ่ายไม่ไหว ครอบครัวของฉันแทบจะล้มละลายอยู่แล้ว”
“งั้นก็ใช้ไหวพริบกับรูปร่างหน้าตาของเธอเข้าสิ ฉลาด ๆ หน่อย... ไม่ใช่แค่เอาตัวเข้าแลก แต่เอาสมองด้วย”
มีอาร์กลืนก้อนสะอื้นลงคอ พ่อของเธอกำลังจะหมดอนาคตเพราะคนตรงหน้า เธอไม่มีทางเลือกอื่น
“ฉันต้องทำยังไง”
ทรงวิทย์หยิบรูปภาพโยนมาตรงหน้าเธอ
“ผู้ชายในรูป... คือเจ้าของบริษัทนั้น เขาชื่อราวิน ส่วนคนที่กำลังจะรับช่วงต่อ ชื่อคิมหันต์ลูกชายสุดที่รักของมัน”
ทันทีที่เธอเห็นภาพ หัวใจของเธอหล่นวูบ
‘คิมหันต์’
ชายหนุ่มที่เคยช่วยเธอจากอันตราย... คนที่เธอเริ่มเปิดใจให้ และเขาคือเป้าหมายของคนเลวอย่างนายทรงวิทย์
“ผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดา... เฉียบคม โหดไม่แพ้ฉันตอนหนุ่ม ๆ และที่สำคัญ... ไม่ไว้ใจใครง่าย ๆ”
มีอาร์หลุบตาลง หัวใจปวดหนึบ แต่แววตาเธอยังคงแน่วแน่
“ได้... ฉันจะทำ ฉันขอเวลา 2 เดือน เงินสิบล้าน ฉันจะหามา และข้อมูลที่คุณต้องการ ฉันจะหามาให้ แลกกับอิสรภาพของพ่อฉัน แต่ฉันขอโฉนดคืนก่อนได้ไหม”
“ดีมากนังหนู...แต่โฉนดที่บ้านจะคืนให้ต่อเมื่อเอาเงิน 5 ล้านมาให้ฉันเท่านั้น”
“ได้...แต่ถ้าคุณกล้าทำอะไรสกปรกอีก ฉันจะสู้กลับ”
“เสียแรงที่เคยนับถือและไว้ใจไอ้ทรงวิทย์ ไม่รู้ว่าสมภพทำไมถึงเชื่อใจและร่วมงานกันแกได้ยังไง คนเลว”
“พูดจบแล้วออกไปสะ คนอ่อนแอไม่อยากเห็นหน้าว่ะ”
มืออาร์จ้องนายทรงวิทย์ตาเขม็ง
“กลับกันเถอะค่ะพ่อ”
เธอกล่าวเสียงนิ่ง แล้วหันกลับไปพยุงพ่อที่ยืนรออยู่ตรงมุมห้อง
อมรมองลูกสาวอย่างเจ็บปวด น้ำตาไหลเงียบ ๆ เมื่อเห็นเธอก้มหัวให้กับปีศาจเพื่อปกป้องเขา
ขณะที่ร่างบางพยุงพ่อออกไป ทรงวิทย์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพูดกับตัวเอง
“เออนังหนูนี้มันเด็ดขาดดี ถ้าฉันมีลูกชายฉันต้องการสะใภ้แบบนี้ เสียดายวะที่มีแต่ลูกสาว แล้วมันก็ไม่กลับมาหาฉันเสียด้วยสิ”
นายทรงวิทย์พึมพำในลำคอหัวเราะเบาๆ
บ้านมีอาร์
เสียงประตูบ้านปิดลงเบา ๆ ราวกับใจของมีอาร์ที่กำลังสั่นไหว มือบางยังคงจิกแน่นกับกระเป๋าใบเล็ก ราวกับจะบีบกลั้นความเจ็บทั้งหมดไม่ให้ไหลทะลักออกมาทางน้ำตา
“พวกมันว่ายังไงบ้างลูก…”
เสียงอิงอรเอ่ยถาม ทั้งที่เสียงเธอก็สั่นไม่ต่างกัน หัวใจของคนเป็นแม่เหมือนถูกบีบตั้งแต่ลูกสาวก้าวออกจากบ้านไปหา ‘คนพวกนั้น’
มีอาร์สบตาแม่ แววตาเธอแดงก่ำ เปียกชื้น น้ำเสียงแผ่วเบาแต่หนักอึ้งไปด้วยความคับแค้น
“พวกมัน… ต้องการสิบล้าน ภายในสองเดือน และ…ข้อมูลการประมูลของบริษัทธนาธิปพิพัฒพงษ์”
คำพูดนั้นทำให้อิงอรถึงกับทรุดตัวลงกับโซฟา มือยกขึ้นจับขมับอย่างสิ้นแรง
“สิบล้าน… แล้วจะไปหาจากที่ไหนลูก แล้วจะไปล้วงข้อมูลของธนาธิปพิพัฒพงษ์ได้ยังไง… ตระกูลนั้นไม่ใช่แค่บริษัทธรรมดา แต่คือมาเฟียเก่าที่อำนาจล้นฟ้า… มันอันตรายเกินไปนะมีอาร์!”
“แม่…” เสียงมีอาร์แทบขาดห้วง “…แต่ถ้าเราไม่ทำ พ่อจะติดคุก บ้านหลังนี้…ก็จะถูกยึด เราจะไม่เหลืออะไรเลยนะคะแม่”
อมรเดินออกมาจากห้อง เงียบเชียบ…แต่แววตาสั่นไหว
“พ่อยอมติดคุก ลูกไม่ต้องเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับพวกมัน… พ่อผิดเองที่พลาด โง่พอที่จะเล่นเกมกับคนอย่างไอ้ทรงวิทย์…”
“ไม่ค่ะพ่อ! หนูจะไม่ให้พ่อติดคุก! หนูจะไม่ยอมให้ใครเอาชีวิตพวกเราไปเล่นเป็นเดิมพัน!”
เธอก้าวเข้าไปกอดผู้เป็นพ่อแน่น น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าเปื้อนลงบนไหล่ของชายที่เคยเป็นเสาหลักของครอบครัว ตอนนี้กลับกำลังจะถูกทำลายจนไม่เหลือศักดิ์ศรี
“ถึงหนูจะเหลือตัวคนเดียว ถึงหนูจะต้องแลกด้วยทุกอย่างที่หนูมี หนูก็จะปกป้องพ่อกับแม่ หนูสัญญา…”
มืออิงอรโอบกอดลูกสาวทั้งน้ำตา เสียงสะอื้นดังสะท้อนในหัวใจทุกคนในบ้านนี้
“พ่อขอโทษนะลูก… ขอโทษที่เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีไม่ได้…”
“ไม่ค่ะพ่อ พ่อไม่ได้ผิด… คนผิดคือพวกมัน… และหนูจะไม่มีวันยอมแพ้เด็ดขาด!”
เธอเงยหน้าขึ้น น้ำตาแห้งผาก แต่แววตากลับแข็งแกร่งจนเหมือนคนละคน มีอาร์ที่เคยอ่อนโยน วันนี้กำลังกลายเป็นหญิงสาวที่พร้อมจะทิ้งความกลัว เพื่อปกป้องครอบครัวด้วยชีวิต
‘หนูจะไม่ยอมเป็นแค่หมากในเกมของใครอีก… ครอบครัวหนูจะไม่ถูกเหยียบย่ำเหมือนสิ่งไร้ค่า’
สองมือกำแน่น ในอกเธอมีเพียงหนึ่งคำ
“สู้…จนกว่าจะไม่มีลมหายใจเหลืออยู่”
เวลาผ่านไปนับชั่วโมง....
“พ่อค่ะ แม่ค่ะ หนูกลับคอนโดก่อนนะคะ”
เสียงเธอแผ่วลง ราวกับพลังทั้งหมดในตัวได้ถูกใช้ไปจนหมดแล้ว
“ขับรถดี ๆ นะลูก…”
อมรเอ่ยเบา ๆ ทั้งที่ใจเขาแทบจะทรุดไปกับการมองแผ่นหลังเล็ก ๆ ของลูกสาวที่ต้องแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียว เขาเป็นพ่อ แต่วันนี้...กลับทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากยืนมองลูกเดินออกไปสู่ความมืด
อิงอรกลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่
มีอาร์ขับรถออกจากบ้านอย่างเงียบงัน ถนนยามค่ำว่างเปล่า แต่ในหัวของเธอกลับเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทั้งเสียงของพ่อที่สั่นเครือ แม่ที่ร้องไห้ และน้ำหนักของคำว่า “สิบล้าน”
มือบางที่จับพวงมาลัยแน่นเริ่มสั่น เธอกำลังจะพัง
ทันทีที่เข้ามาในคอนโด ปิดประตูห้องลงได้ น้ำตาก็ไหลพรากโดยไม่มีเสียงสะอื้น เธอทรุดตัวลงข้างประตู ปล่อยให้หัวใจได้ร้องไห้เสียที
ห้องที่เคยสงบ ตอนนี้มันกลับกลายเป็นหลุมดำที่กลืนกินทุกความหวัง
‘สิบล้าน… ข้อมูลลับ… บริษัทมาเฟีย…’
ทุกอย่างถาโถมใส่เธอพร้อมกันเหมือนคลื่นซัดซ้ำไม่มีหยุด
เธอคือมีอาร์ ... หญิงสาวธรรมดาที่วันนี้ต้องกลายเป็นหมากในเกมของมาเฟียผู้โหดเหี้ยม
ไม่มีใครรู้ว่าต่อจากนี้เธอจะเจอกับอะไร
ไม่มีใครรู้ว่าเธอจะรอดจากเกมนี้หรือไม่
แต่สิ่งที่เธอรู้แน่ชัดคือ...
“จะเจ็บแค่ไหน หนูก็จะยอม... ถ้ามันทำให้พ่อแม่ปลอดภัย”
แสงไฟในห้องยังคงเปิดสว่าง แต่วิญญาณของเธอกำลังจมอยู่ในเงามืด...
ทันใดนั้น “ติ่งต่อง” เสียงออดประตูห้องดังขึ้น