“ปัง...ปัง...ปัง!”
เสียงปืนดังสนั่นก้องกังวานราวกับฟ้าร้องในคืนที่ไร้ความสงบ
เสียงฝีเท้าหนักแน่นเร่งเร้าดังใกล้เข้ามา มีอาร์—นักศึกษาสาวปีสาม ร่างบางสั่นระริก มือขาวซีดพยายามแตะคีย์การ์ดที่สแกนลิฟต์อย่างลนลาน แต่ยังไม่ทันจะกดปุ่ม...
หมับ!
ฝ่ามือใหญ่อบอุ่นแต่เปี่ยมแรงคว้าปิดปากเธอจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว
“อื้อ—!! ปะ...ปล่อยฉัน!”
“เงียบ... ถ้าไม่อยาก...ต...า...ย...”
เสียงแหบพร่าของชายแปลกหน้ากระซิบชิดข้างหู ลมหายใจอุ่นร้อนทำให้มีอาร์ขนลุกซู่ ความกลัวตีตื้นขึ้นมาจนแทบหยุดหายใจ
"จะทำอะไรฉัน"
เธอถามเสียงสั่น
"ผมไม่ได้คิดจะทำร้ายคุณ ผมถูกตามล่าและนี้คือทางรอดทางเดียว"
เขาตอบทั้งที่สายตาสอดส่องศัตรู
ทันใดนั้นสายตาเธอก็เหลือบไปเห็นหยดเลือดสีแดงฉานหยดลงบนพื้น...จากแขนของเขา
“คะ..คุณ...บาดเจ็บ?”
เสียงเธอเบาหวิว
“ใช่... และถ้าคุณส่งเสียง คุณต้องตายไปพร้อมกับผม”
ก่อนจะทันได้ถามอะไร เสียงฝีเท้ากลุ่มหนึ่งก็ดังใกล้เข้ามา ชายคนนั้นกระชากเธอเข้าหาตัว และเขาก็ทำสิ่งที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน ริมฝีปากหยาบกร้านของเขาบดลงบนริมฝีปากของเธอ อย่างไม่ให้ตั้งตัว
ลมหายใจเขาร้อนจัด แนบชิดจนเธอขยับไม่ได้
กลิ่นเลือด กลิ่นเหงื่อ และแรงบีบรัดจากมือบนไหล่
ทุกอย่างโถมใส่เธอในพริบตา ร่างกายชาวาบ หัวใจรัวจนหูอื้อ
เธอตาโต พยายามดิ้น แต่เหมือนร่างถูกตรึงไว้ในโลกของเขา
ทุกสัญญาณประสาทแผดร้องว่า
“นี่มันอะไรกัน!”
เธอพยายามผลักอกเขา ใจเต้นกระหน่ำราวจะหลุดจากอก ร่างกายแข็งค้างในความอับอายปนสับสน
ทุกอย่างรวดเร็วเกินไป เธอไม่มีโอกาสตั้งตัว
เสียงฝีเท้าหยุดลงหน้าลิฟต์
“ตรงนี้ไม่มีใคร มีแค่คู่รักกำลังจูบกัน ไป!.. พวกเราไปหาทางอื่น!”
เสียงตะโกนจากลูกน้องของมาเฟียวิทย์ คู่แข่งธุรกิจ ส่งเสียงกลับไปยังพรรคพวก กลุ่มเสียงหายไป ทิ้งความเงียบที่อัดแน่นไปด้วยแรงสั่นสะเทือนภายในอก
ผลั่ก!
เธอทุบอกเขาเต็มแรง ก่อนตะโกนลั่น
“คุณมันโรคจิต! บ้า! กล้าดียังไงมาจูบฉัน!”
ฝ่ามือเล็กฟาดเต็มใบหน้าเขา
เพี้ย!
คิมหันต์ — ชายแปลกหน้าที่มีใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มถึงกับชะงัก แต่กลับจ้องเธอด้วยสายตาแข็งกระด้าง ใบหน้าไม่เปลี่ยนสีแม้โดนตบ
คิมหันต์ กระชากร่างบางให้แนบชิด มือหนาบีบปลายคางเธอแน่น ใบหน้าคมเข้มโน้มลงต่ำ ดวงตาดุกร้าวราวกับเสือที่กำลังต้อนเหยื่อเข้าสู่มุมมืด
“เพื่อรอดจากสถานการณ์นี้...ต่อให้ผมต้องฆ่าคุณ—ผมก็จะทำ”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยช้า ๆ แต่หนักแน่นทุกถ้อยคำ
มีอาร์ นักศึกษาสาวปี 3 มองเขาด้วยดวงตาแดงก่ำ ความโกรธแล่นพล่านไปทั่วใบหน้า น้ำตาเอ่อคลอด้วยความเจ็บใจ ทั้งตกใจ ทั้งเสียใจ และสับสนในคราวเดียวกัน
เธอกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดจากอก ใบหน้าหวานซีดเผือด เธอพยายามเบือนหน้าหนีแต่ก็ทำไม่ได้เมื่อแรงกดจากมือของเขายังแนบแน่น
เธอกลั้นหายใจ แต่พยายามตั้งสติ... น้ำตาไหลออกมาเงียบ ๆไม่มีเสียงสะอื้น
“ฉัน...ฉันไม่รู้หรอกนะว่าพวกคุณจะฆ่าจะแกงกันเพราะอะไร...”
น้ำเสียงเธอสั่นพร่า แต่ยังไม่กล้าสบตาเขาตรงๆ
“แต่ฉันไม่เกี่ยว!..อย่าดึงฉันเข้าไปในเกมสกปรกของพวกคุณ!”
คิมหันต์ชะงักเล็กน้อย ดวงตาเรียบนิ่งนั้นกลับเหมือนมีแววแปลกประหลาดแทรกซ้อนอยู่ ไม่ใช่แค่ความโกรธ หรือความระแวดระวัง...แต่บางอย่างคล้าย ความสนใจ
เขายิ้ม...ยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ
“ปากเก่ง...ใจกล้า...แบบนี้แหละที่ผมชอบ”
คิมหันต์จ้องเธอนิ่ง ๆ เหมือนกำลังประเมินเธอทุกอณู ริมฝีปากบาง จมูกโด่ง ดวงตากลมที่ฉายทั้งความกลัวและความดื้อรั้น ทุกอย่างในตัวเธอ...กำลังสะกดเขา
เธอปาดน้ำตาอย่างลวก ๆ อย่างลบความอ่อนแอทิ้งไปหมด ก่อนที่จะเงยหน้าตอบกลับเขาด้วยน้ำเสียงเรียบ
“มองอะไรนักหนา? พวกมันไปแล้ว ปล่อยฉันได้แล้ว ฉันจะเข้าห้อง! แล้วอยู่ให้ห่างจากฉันเลย”
มีอาร์หันหลังจะเดินหนี แต่แล้ว...
ขวับ!
แขนเล็กถูกคว้าไว้แน่น แต่เธอรีบสะบัดออกทันที
“จะทำอะไร!? ถ้าคิดไม่ดีล่ะก็ ฉันแจ้งตำรวจแน่!”
“ก็ถ้าคิดว่าตำรวจช่วยคุณได้..ก็เชิญแจ้งเลย..แต่ตอนนี้ผมจะเข้าห้อง และจะอยู่ในห้องของคุณ”
เขาออกคำสั่ง แม้คิมหันต์จะเป็นถึงหลานมาเฟีย มีบอดี้การ์ดคอยคุ้มกัน แต่ครั้งนี้...เขาเลือกจะเสี่ยงกับผู้หญิงคนนี้เพียงเพราะความรู้สึกบางอย่าง
“ฉันไม่อนุญาตให้คุณเข้าห้องฉันเด็ดขาด”
มีอาร์ตอบอย่างไร้ความรู้สึก
“นั้นมันปัญหาของคุณ อย่าพูดมากเปิดห้องถ้าไม่อยากเดือดร้อน”
“อย่ามาขู่ฉัน”
“ไม่ได้ขู่...แต่ถ้าพวกมันจะย้อนกลับมา ผมเกรงว่าพวกเราจะได้ไปเกิดใหม่...รึคุณไม่อยากใช้ชีวิตแล้ว”
เขาพูดเย็นชา มือเขากดบาดแผลแน่นจนเลือดซึม รอยยิ้มฝืนแฝงความเจ็บปวด
“ก็ได้! แต่ถ้าคุณคิดจะทำบ้า ๆ ...ฉันจะเล่นงานคุณกลับหนักกว่าพวกมันแน่!”
“หึ...ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา กล้าด่ามาเฟียอย่างเราได้ด้วย...น่าสนใจดี”
เขาพึมพำแล้วยิ้มออกมาที่มุมปาก
มีอาร์กดรหัสผ่านเปิดประตูห้อง
“เอ้า... รีบเข้าไปสิ หรืออยากรอให้พวกมันย้อนกลับมาฆ่าเราสองคน?”
มีอาร์ตอบเสียงเรียบ ดวงตาแข็งกร้าวกว่าคำพูด
“นี่คุณ...” เขาเอ่ยเพียงเท่านั้น ก่อนจะหยุดชะงัก
คิมหันต์ไม่คิดว่ามาเฟียอย่างเข้าจะมีใครกล้ายอกย้อนถึงเพียงนี้
“ครั้งนี้ครั้งเดียวนะที่ฉันจะข้องเกี่ยวกับมาเฟีย ต่อไปอย่ามาพาฉันเดือดร้อนอีก”
มีอาร์พึมพำในลำคอ แม้จะเสียงเบา แต่เขาเองก็ได้ยินชัดเจน
“คุณไม่ได้มีสิทธิ์จะออกคำสั่งกับผม”
มีอาร์มองหน้าเขาอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนที่คิมหันต์จะเดินไปนั่งลงบนโซฟาอย่างถือดี เธอมองเขาด้วยสายตาที่ไม่ไว้ใจนัก แต่ก็ต้องจำยอมเพราะสถานการณ์บังคับ
มีอาร์เหลือบเห็นมือซ้ายเขากดแขนเสื้อด้านขวา เธอรู้ว่าขาได้รับบาดเจ็บแน่
“รออยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวฉันมา”
ขณะที่มีอาร์เดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาล เขาถอดเสื้อ ทิ้งไว้ข้างตัว ดึงสายตาเธอไปโดยอัตโนมัติ เผยให้เห็นแผงอกแน่นตึง เส้นเลือดปูดพาดบนแขนมัดกล้าม ทำเธอใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดฝืน
“ถอดเสื้อทำไม? ...อย่ามาคิดขืนใจฉันนะ บอกเลยฉันสู้ตาย”
เธอถามเสียงสั่น มือยังถือกล่องปฐมพยาบาลแน่น
“ก็ถ้าไม่ถอด จะเห็นแผลได้ยังไงล่ะ? ...เลิกพล่ามแล้วมาทำแผล”
เธอกลืนน้ำลายแทบไม่ลง ไม่รู้เลยว่ากำลังอยู่กับ ‘คนดี’ หรือ ‘คนเลวกันแน่’
“จะจ้องอีกนานมั้ย? เลือดจะหมดตัวอยู่แล้วเนี่ย”
“ฉันกำลังจะทำแผลให้ แล้วคุณยังจะมาทำเป็นออกคำสั่งอีก ควรจะทำให้ดีไหมเนี่ย”
มีอาร์นั่งลงข้างๆ ค่อยๆ เช็ดแผลให้ เขามองใบหน้าเธออย่างตั้งใจ ลมหายใจอุ่นที่เป่ารดแก้มทำเอาเธอหน้าแดง เธอกดทายาแรงไปหน่อยตามสัญชาตญาณ
“โอ๊ย! เบาหน่อยสิ เจ็บนะ!...ตัวเล็กนิดเดียวมือหนักยังกะควาย”
“เสร็จแล้ว! กลับไปได้เลย!”
เธอพูดก่อนเบือนหน้าหนี ไม่กล้าสบตาเขาอีก
“คุณชื่ออะไร?”
เขาถามเสียงเข้ม
“เราไม่จำเป็นต้องรู้จักกัน”
มีอาร์ตอบอย่างหวาดระแวง
“ตอบ!”
เสียงเขาเย็นเฉียบทำเอาเธอถึงกลับสะดุ้ง
“มีอาร์”
เธอตอบห้วน ๆ
“อยู่มหาลัยปีไหน”
“ปี 3 คณะบริหาร”
“ทำไมผมไม่เคยเจอคุณ”
“คุณอยู่มหาลัยเดียวกับฉันหรือ”
“ใช่ วิศวะปี 4 เดือนหน้าจบแล้ว”
“คุณชื่อ”
“คิมหันต์... ในมหาวิทยาลัยไม่มีใครไม่รู้จักผมนะ รับรองถ้าคุณอยู่กับผม ผมปกป้องคุณได้”
“เดี๋ยวนะตอนนี้ยังดูแลตัวเองไม่รอดเลย!..เรารู้จักกันแค่วันนี้ก็พอแล้ว ไม่อยากไปรู้จักที่มหาวิทยาลัยด้วย บอกตามตรงกลัวชีวิตจะวุ่นวายมาก ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับพวกมาเฟีย”
“โธ่ก็พวกมันตั้ง 30 คน คนของผมมีแค่ 5 คน จะเอาอะไรไปสู้กับพวกมันได้”
“ไม่ได้อยากรู้เรื่องของคุณมาก พวกมาเฟียฉันไม่อยากยุ่งด้วย”
“แต่คำพูดของเธอ...ไม่น่าใช่คนที่กลัวอะไรง่ายๆ เลยนะ”
เสียงเขายังไม่ทันจบ...
ครืดดดดดด!
เสียงโทรศัพท์คิมหันต์สั่นครืด พร้อมข้อความบนหน้าจอที่ทำให้สีหน้าเขาเปลี่ยนไปทันที
“พวกมันกำลังย้อนกลับมา!”
คิมหันต์เงยหน้ามองเธอ ดวงตาจริงจังจนมีอาร์ใจหายวาบ
“พวกมันย้อนกลับมาที่นี่ คืนนี้ผมต้องค้างที่นี่แล้ว”
คืนนี้...เขาไม่ใช่แค่ค้างที่นี่ แต่บางอย่างในชีวิตของเธอ...กำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล