มีอาร์ปาดน้ำตาแรง ๆ จะลบล้างความร้าวรานในอก แล้วเดินไปเปิดประตูทันที
“มีอาร์!”
เสียงหวานของแพรวเพื่อนสนิทดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มสดใส แต่พอเห็นแววตาแดงก่ำของอีกฝ่าย รอยยิ้มก็เปลี่ยนเป็นความกังวลทันที
“ร้องไห้มาหรือเปล่า? มีอะไรบอกแพรวนะ บอกมาเลย”
“ไม่มีอะไรหรอก...แค่ฝุ่นเข้าตาเอง”
เธอพยายามยิ้ม แต่แพรวมองออกว่าแววตาแบบนั้นมันไม่ใช่ฝุ่น...
“แน่ใจนะ อย่าหลอกกัน เข้าใจมั้ย?”
“แน่ใจสิ...ว่าแต่แพรวมาทำไมเหรอวันนี้?”
แพรวยิ้มกว้างขึ้นทันที
“พี่หมอภัทรออกเวร! เขาจะพาพวกเราไปเลี้ยงที่ผับ นาน ๆ จะไปเที่ยวที ไปเถอะนะ”
“แต่...”
“จะแต่...ทำไมล่ะ? เราโตแล้วนะ อีกอย่างมีผู้ใหญ่ไปด้วย ไม่ต้องห่วงหรอก มีอาร์ยังเคยไปตามหาแพรวที่ผับเลย ครั้งนี้ถือว่าตอบแทนบ้าง ไปเถอะ”
เธอถอนหายใจเบา ๆ ความเหนื่อยอ่อนในใจยังคงล้นลึก แต่สุดท้ายก็พยักหน้าเบา ๆ
“ก็ได้...ไปก็ไป”
ผับย่านทองหล่อ
เสียงเพลงจังหวะเร้าใจ กับแสงไฟสลัว ๆ ตัดกับความหม่นในใจของมีอาร์อย่างสิ้นเชิง
“มีอาร์ มาชนแก้ว”
เสียงของหมอภัทรนุ่มนวล พลางยื่นแก้วให้
“ดื่มค่ะ”
เธอรับแก้วนั้นมากระดกแทบหมดในอึกเดียว
“ค่อย ๆ ดื่มก็ได้มีอาร์เดี๋ยวเมานะ”
แพรวพูดเสียงเบา พลางมองแววตาที่ดูหม่นหมองกว่าปกติของอาร์ ราวกับมีบางอย่างหนักอึ้งอยู่ในใจจนไม่สามารถเอ่ยออกมาได้
แพรวขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอเริ่มมั่นใจแล้วว่าอาร์ต้องมีเรื่องไม่สบายใจจริง ๆ
“แพรวบอกเองไม่ใช่เหรอว่ามีผู้ใหญ่ดูแล...คืนนี้ฉันอยากลืม ฉันอยากเมา”
เธอพูดจบก็ยกแก้วที่สองขึ้นดื่ม ไม่สนใจสายตาห่วงใยของใคร
“มีอาร์ไม่สบายใจอะไรหรือเปล่าแพรว?”
หมอภัทรหันไปถามน้องสาว
“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะพี่...ปกติมีอาร์ไม่ใช่คนแบบนี้เลยนะคะ”
“อกหักเหรอ? หรือมีปัญหาอะไร?”
แพรวส่ายหน้า แต่แววตาเริ่มวูบไหว เธอเองก็สงสัย
มีอาร์นั่งนิ่ง ดวงตาเหม่อลอย แอลกอฮอล์ไม่ได้ทำให้หัวใจเธออุ่นขึ้นเลยสักนิด มันแค่ทำให้เธอลืมว่าโลกนี้โหดร้ายแค่ไหน
“พี่หมอภัทรค่ะ ดูมีอาร์ก่อนนะ เดี๋ยวน้องไปเข้าห้องน้ำสักครู่”
เหลือเพียงหมอภัทรกับมีอาร์ที่นั่งประจันกันสองคน
หมอภัทรจ้องเธอเงียบ ๆ อยู่ครู่ใหญ่ ก่อนเอ่ยเสียงทุ้ม
“มีอาร์... ถ้ามีอะไรไม่สบายใจ บอกพี่ได้นะ”
มีอาร์ยิ้มและส่ายหน้าเบา ๆ
เสียงหวานแผ่วเบาเอื้อนเอ่ย พร้อมรอยยิ้มฝืนที่ไม่สามารถปิดบังความมึนเมาได้ หมอภัทรเพียงพยักหน้ารับรู้ แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร ร่างบางก็เซไปด้านข้างจนเกือบตกจากเก้าอี้
หมอภัทรคว้าตัวเธอไว้ทันที วงแขนแข็งแรงโอบพยุงแน่นจนมีอาร์ซุกเข้ามาแนบอกเขาโดยไม่ตั้งใจ
ทันใดนั้น...
“มีอาร์!”
เสียงคุ้นเคยดังขึ้นพร้อมร่างสูงของคิมหันต์ที่ก้าวเข้ามาในผับ สายตาคมกริบของเขามองภาพเบื้องหน้า
เมื่อเห็นมีอาร์นั่งกับชายอื่น ดวงตาของเขาแทบลุกเป็นไฟ
เขาไม่รอให้เหตุผลใด ๆ กระชากร่างของเธอออกจากหมอภัทรทันที
“จะทำอะไรเธอ! ออกห่าง ๆ เดี๋ยวนี้!” เสียงเข้มดังก้องแววตาดุดันของคิมหันต์ทำคนรอบข้างตกใจ
“เฮ้! ใจเย็นหน่อย ผมไม่ได้ทำอะไรเธอ เธอเป็นเพื่อนน้องสาวผม ผมแค่ดูแลเธอ คุณนั่นแหละใคร?”
“ผมคือแฟนเธอ และเธอคือผู้หญิงของผม ใครหน้าไหนก็ห้ามเข้าใกล้ทั้งนั้น!”
คำพูดของคิมหันต์ทำให้รอบตัวเงียบกริบ ราวกับมีคนกดปุ่มหยุดทุกเสียง
“เดี๋ยว ๆ พี่ ๆ ใจเย็นก่อนค่ะ!”
แพรวรีบวิ่งกลับมาทัน หัวใจแทบวูบ
“พี่หมอภัทรค่ะ นี่พี่คิมหันต์...แฟนมีอาร์ค่ะ พี่คิมหันต์ค่ะ นี่พี่หมอภัทร...พี่ชายแพรวเองค่ะ”
คิมหันต์ถอนหายใจ หันมองหมอภัทรอย่างขอโทษ
“ต้องขอโทษด้วยนะครับ...ที่เสียมารยาท”
“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ”
หมอภัทรตอบด้วยท่าทีสงบ แล้วหันไปมองมีอาร์ที่ตอนนี้หน้าแดงก่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอล์
“พี่ว่าพามีอาร์กลับห้องดีกว่า เธอเมามากแล้ว”
เขาหันไปบอกแพรว
แต่คิมหันต์สวนทันที
“ไม่ต้องครับ...แฟนผม ผมดูแลเอง แพรวกับคุณหมอเที่ยวต่อได้ ไม่ต้องห่วง”
แพรวหันไปมองหน้าพี่ชาย ดวงตาบอกชัดว่า อย่าไปยุ่งกับผู้ชายคนนี้...เขาคือคนที่ต้องห้าม
“งั้นฝากด้วยนะคะพี่คิม”
แพรวเอ่ยขึ้นขณะที่คิมหันต์อุ้มมีอาร์เดินออกไป ยังรถหรูสีดำที่จอดรอพร้อมออกเดินทางทุกเมื่อ
เขาจะหยิบผ้าเย็นเช็ดหน้าที่แดงก่ำของเธอ ร่างบางก็เอนตัวมาด้านหน้า พร้อมกับ...
“อ๊วกกก...”
แอลกอฮอล์ และข้าวเย็นรวมกัน กลายเป็นของเหลวสีจางที่กระเซ็นเปรอะไปทั่วหน้าอกเสื้อเชิ้ตหรูของมาเฟียหนุ่ม
“มีอาร์... เป็นอย่างไงบ้างรู้ว่าดื่มไม่ได้ แล้วทำไมดื่มหนักขนาดนี้”
เขาบ่นเบา ๆ อย่าห่วงใย แต่ไม่มีแววรังเกียจ กลับค่อย ๆ ใช้ผ้าเย็นซับเหงื่อให้เธออย่างแผ่วเบา แล้วพาเธอขึ้นไปที่คอนโดของเขาแทนห้องเธอ
เขาวางเธอลงบนเตียงขนาดคิงไซส์ ร่างของมีอาร์ยังส่งเสียงครางเบา ๆ อย่างไม่รู้สึกตัว
คิมหันต์เดินไปหยิบเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ของเขา ก่อนจะถอนหายใจยาว
“ผมขอเปลี่ยนให้คุณนะ... ไม่ได้คิดจะทำอะไร” เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเริ่มรูดซิปชุดเดรสของเธออย่างระมัดระวังเพื่อเปลี่ยนเป็นเสื้อของเขา แทนที่ชุดที่เลอะอ้วกของเธอ
นิ้วมือของเขาสั่นเล็กน้อยตอนแตะผิวเนียนละเอียดนั้น แต่คิมหันต์ก็ข่มใจตัวเองได้อย่างแนบเนียน
หลังจัดแจงเธอเรียบร้อย เขาจึงเอนตัวลงข้าง ๆ เธอบนเตียง... โดยที่ยังไม่หลับ
“จูบทีหนึ่งแล้วกัน ค่าดูแลนะ”
เขาก้มลงจูบหน้าผากเธอเบา ๆ และนอนทิ้งตัวลงนอนหลับตาลงไปข้างๆ เธอ
เวลา 02.30 น.
เสียงครางเบา ๆ ปลุกมีอาร์ให้รู้สึกตัว เธอฟื้นจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ เธอลืมตาขึ้นช้า ๆ พร้อมกับความรู้สึกมึนงงและ... อุ่นวาบที่ข้างตัว
เมื่อเธอเห็นใบหน้าคมชัดของคิมหันต์อยู่ห่างเพียงฝ่ามือ ดวงตาของเธอก็เบิกกว้าง
“อะ...อื้อ! นี่ฉัน... เมื่อคืนฉัน...”
เขาพลิกตัวมากอดเธอ ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วพิงศอกกับหมอน มองเธออย่างไม่ทุกข์ร้อน
“เธอเป็นของฉันแล้ว... มีอาร์”
คำพูดของเขาทำให้หัวใจเธอหล่นวูบ แต่ไม่ใช่เพราะตกใจ...
เพราะในใจเธอไม่ปฏิเสธสิ่งที่เกิดขึ้น
เธอมองดูชุดที่ใส่คือเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขา ในตัวเธอไม่มีแม้แต่ชุดชั้นในสักชิ้น เธอลูบไปที่หน้าอกที่ยอดชูชันออกมาเป็นรูป และเนินอกอวบที่โผล่พ้นคอเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซต์หลวม ๆ ตัวนั้น
“ฉัน...จริงเหรอ?”
เธอถามเสียงเบา ราวกับกลัวคำตอบ คิมหันต์หัวเราะเบา ๆ
“ล้อเล่นน่า ผมไม่ทำแบบนั้นหรอก คุณเมาแล้วผมไม่ใจร้ายขนาดปล่ำคนเมาหรอกนะ...”
มีอาร์มองเขาน้ำตาคลอ
โล่งใจ... เพราะเขาทำให้เธอหวั่นไหวจนไม่รู้ว่าอะไรจริงไม่จริง
“ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่...กับคุณ?”
น้ำเสียงแข็งนิด ๆ เพื่อปกปิดความสับสน
“เมื่อคืนคุณเมามาก... แล้วก็พิงอกพี่หมอของแพรวอยู่ ผมไม่ชอบเลยพาคุณกลับ”
“แล้วทำไมไม่พาฉันกลับห้องตัวเอง? ห้องฉันก็อยู่ตรงข้ามกับของคุณแค่นั้นเอง”
คิมหันต์ขยับเข้ามาใกล้ ก่อนดีดหน้าผากเธอเบา ๆ หนึ่งที
“นี่แน่ะ... งั้นบอกรหัสห้องคุณมาสิ จะได้เข้าออกได้ตามอำเภอใจ”
มีอาร์จ้องเขาอย่างไม่พอใจ “โอ๊ยมันเจ็บนะ.....ฝันไปเถอะ”
เธอสะบัดผ้าห่มจะลุกออกจากเตียง แต่ไม่ทันตั้งตัว ร่างสูงก็กดเธอกลับลงไปที่นอนอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
มือใหญ่ตรึงต้นแขนเธอไว้ ดวงตาคมจับจ้องเธอไม่ปล่อย
“อุ๊ย...!”
“ผมช่วยคุณทั้งคืน แล้วคุณจะตอบแทนผมอย่างไร?”
“ขอบคุณ...” เธอกลืนคำพูดลงคออย่างฝืดฝืน
“ไม่อยากได้คำขอบคุณหรอก...”
“แล้วคุณอยากได้อะไรล่ะ?”
น้ำเสียงเธอปนระแวง และบางส่วนก็กลัวในสิ่งที่กำลังจะได้ยิน
เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ กระซิบแผ่วจนลมหายใจแทบจะกระทบแก้มเธอ
“ผมอยากได้...คุณ”
คำพูดของเขาราบเรียบ... แต่ทรงพลังพอจะทำให้หัวใจของมีอาร์สะดุด
ร่างกายของเธอแข็งทื่อ มือที่กำผ้าห่มไว้แน่น เริ่มสั่นเล็กน้อย
ในหัวมีอาร์ประมวลผลเร็วนี่คือโอกาส
โอกาสที่เธอจะใช้ความรู้สึกของเขาไขสู่ความลับของซองประมูล เพื่อช่วยพ่อ เพื่อช่วยครอบครัว
เพื่อปลดพันธนาการที่กำลังลากทั้งบ้านเธอลงเหว
...แต่มันเจ็บแปลบอย่างประหลาด ทั้งที่ควรเยือกเย็น เธอกลับรู้สึกเหมือนกำลังทรยศหัวใจของตัวเอง
เธอสูดลมหายใจลึก แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง
“ถ้าฉันยอม...คุณจะยังต้องการฉันอยู่ไหม”
คิมหันต์นิ่งไปชั่ววินาที เขาไม่ได้ตอบ แต่สายตาคู่นั้นกลับลุกวาวขึ้นพร้อมแรงดึงดูดมหาศาลที่ทำให้เธอหายใจไม่ออก
เขายื่นมือมาสัมผัสแก้มเธอเบา ๆ แล้วเอ่ยเสียงต่ำ
“ผมจะไม่ปล่อยคุณไปอีกแล้ว...มีอาร์”