บทที่ 8 "หึงจนคุมตัวเองไม่ได้"

1743 Words
เช้าวันแรกหลังจากที่คิรันกลับมาจากต่างประเทศ เขามาถึงบริษัทแต่เช้าตรู่ ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางแทบไม่อยู่ในสายตา เพราะสิ่งเดียวที่เขาสนใจคือ ‘เธอ’ แต่ภาพตรงหน้าทำให้กรามของเขากระตุกแน่น ไอรีนยืนคุยอยู่กับเพื่อนร่วมงานชายสองสามคน ท่าทางผ่อนคลาย รอยยิ้มของเธอดูสดใสในแบบที่เขาไม่เคยเห็นเวลาคุยกับเขา เธอหัวเราะเบา ๆ กับคำพูดของใครสักคน ร่างบางดูเป็นธรรมชาติ และแน่นอนว่าเป็นศูนย์กลางของบทสนทนา มือของคิรันที่กำแฟ้มเอกสารแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความไม่พอใจพุ่งขึ้นมาอย่างฉับพลัน ดวงตาคมกริบจับจ้องไปที่เธอและผู้ชายพวกนั้น มันควรจะเป็นเขาที่ได้รับรอยยิ้มแบบนั้น ไม่ใช่คนอื่น ธันวาที่เดินมาพอดีสังเกตเห็นบรรยากาศรอบตัวเจ้านายของเขาเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน คิรันแทบไม่ได้ละสายตาจากไอรีนเลย แต่สิ่งที่ทำให้เลขาหนุ่มสะดุ้งคือไอเย็นยะเยือกในดวงตาของเขา “บอส…?” ธันวาเอ่ยเสียงเบาอย่างระมัดระวัง “พวกนั้นเป็นใคร” เสียงต่ำเย็นเฉียบดังขึ้น “อ่า… พนักงานแผนกออกแบบครับ พวกเขาเป็นรุ่นพี่ หรือไม่ก็เรียนสาขาเดียวกับคุณไอรีน ” ธันวารีบตอบทันที คิรันยังคงนิ่ง สายตาของเขาจับจ้องไปที่มือของหนึ่งในชายพวกนั้นที่วางอยู่บนพนักเก้าอี้ใกล้ไอรีนเกินไป และการที่เธอดูไม่ถอยหนีมันออกไปทำให้ในอกเขาเดือดพล่าน “ฉันไม่ชอบ” เขาพูดเสียงราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันบางอย่าง ธันวาแอบกลืนน้ำลายลงคอ “หมายถึงอะไรครับบอส?” “ฉันไม่ชอบที่เธออยู่ใกล้พวกมัน” เสียงของเขาไม่ได้ดัง แต่กลับหนักแน่นพอที่จะทำให้เลขาฯ อย่างธันวาสะดุ้ง เขาเคยเห็นคิรันโกรธมาหลายรูปแบบ แต่แบบนี้—มันเป็นความโกรธเงียบที่น่ากลัวที่สุด “ผมเข้าใจครับ…” ธันวารีบตอบ แต่ไม่ทันจะพูดอะไรต่อ คิรันก็เดินผ่านไป รัศมีความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากตัวเขาทำให้พนักงานที่เดินผ่านต้องรีบหลีกทาง ไอรีนกำลังจะเดินไปห้องประชุมเมื่อเธอรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง เธอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปเจอกับสายตาคมของคิรันที่มองเธออยู่จากอีกมุมหนึ่งของออฟฟิศ หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นมาดื้อ ๆ เพราะแววตานั้นไม่เหมือนปกติ มันดูเย็นชา แต่กลับแฝงบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำไมเขาถึงจ้องเธอแบบนั้น? และก่อนที่เธอจะได้พูดอะไร คิรันก็เดินผ่านไป ราวกับว่าเธอไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น ตลอดทั้งวัน ไอรีนรู้สึกเหมือนมีสายตาหนึ่งคอยจับจ้องอยู่ทุกที่ แต่พอหันไปกลับไม่เคยเห็นใครเลย ยิ่งเธอสนิทกับเพื่อนร่วมงานผู้ชายมากเท่าไหร่ ความรู้สึกกดดันแปลก ๆ ก็ยิ่งเพิ่มขึ้น เธอไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนกำลัง ‘คาดโทษ’ เธอไว้ในใจ และกำลังวางแผนบางอย่างที่จะทำให้เธอ ‘เรียนรู้’ ว่าใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของสายตาของเขา บรรยากาศในออฟฟิศเริ่มแปลกไป ไอรีนสังเกตว่าพี่ ๆ และเพื่อนร่วมงานผู้ชายที่เธอสนิทด้วยต่างเริ่มหลบหน้าหรือทำเหมือนยุ่งอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าเธอจะไม่ได้คิดมากในตอนแรก แต่เมื่อมันเกิดขึ้นซ้ำ ๆ เธอก็อดสงสัยไม่ได้ ตอนพักกลางวัน เธอลองเดินเข้าไปหา ‘พี่นนท์’ พี่ชายร่วมแผนกที่ปกติจะชวนเธอกินข้าวเสมอ แต่วันนี้เขากลับรีบลุกจากโต๊ะไปก่อนที่เธอจะเดินไปถึง “พี่นนท์! จะไปไหนคะ?” เธอถามด้วยความสงสัย “อ๋อ… พี่นึกได้ว่ามีประชุมกับหัวหน้า เดี๋ยวเจอกันนะไอรีน” เขาพูดรัว ๆ ก่อนจะรีบเดินออกไป ท่าทีลุกลี้ลุกลนจนเธอรู้สึกแปลก ๆ และไม่ใช่แค่พี่นนท์… เมื่อเธอลองเข้าไปคุยกับพี่อีกสองสามคน ก็ดูเหมือนทุกคนจะ ‘ยุ่ง’ อย่างผิดปกติ หรือไม่ก็ตอบสั้น ๆ แล้วตัดบทเดินหนี เธอขมวดคิ้ว บรรยากาศแบบนี้มัน… แปลกเกินไป หรือว่ามีใครไปพูดอะไรเกี่ยวกับเธอ? เธอพยายามไม่ใส่ใจมากนัก และเลือกมุ่งไปทำงานของตัวเองต่อ วันนี้เธอได้รับมอบหมายให้ไปจัดเอกสารในห้องเก็บของ เธอใช้เวลาค้นหาเอกสารที่ต้องการอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเผลอไปชนเข้ากับชั้นวางเอกสารโดยไม่ตั้งใจ ตุ้บ! กล่องเอกสารหลายกล่องร่วงลงมา และหนึ่งในนั้นตกลงมาทับขาของเธอเข้าเต็มแรง ไอรีนร้องออกมาด้วยความเจ็บ แต่ยังไม่ทันได้ขยับตัวออกจากที่ตรงนั้น เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังขึ้น ก่อนที่พี่ราวิ หนึ่งในเพื่อนร่วมงานที่เธอสนิทด้วย จะรีบเข้ามาประคองเธอไว้ "ไอรีน! เป็นอะไรไหม? เดี๋ยวพี่ช่วยพยุงไปห้องพยาบาล" ไอรีนพยักหน้าเบา ๆ เพราะความเจ็บแปลบที่ข้อเท้าทำให้เธอฝืนเดินเองไม่ไหว ราวิก็เลยเอื้อมมือมาประคองร่างเธอไว้และพาเดินออกไป แต่จังหวะนั้นเอง— เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังขึ้นจากอีกฝั่งของทางเดิน ไอรีนเงยหน้าขึ้นก็พบกับร่างสูงที่คุ้นเคย คิรันยืนอยู่ตรงนั้น แววตาของเขามืดดำราวกับพายุที่กำลังจะก่อตัวขึ้น ราวิก็ชะงักไปเช่นกัน มือที่จับแขนเธอไว้คล้ายกับรู้ชะตากรรมของตัวเองทันที บรรยากาศกดดันจนแทบหายใจไม่ออก “ไอรีน…” คิรันเอ่ยเสียงต่ำ ก่อนจะกวาดตามองไปที่มือของราวิที่ยังจับตัวเธออยู่ แต่สิ่งที่ไอรีนไม่ทันสังเกตคือ เสี้ยววินาทีแรกที่คิรันเห็นเธอนั่งอยู่กับพื้น ข้อเท้าแดงช้ำ เขาขมวดคิ้วแน่น ดวงตาวูบไหวเล็กน้อยราวกับกำลังชั่งใจ แต่เมื่อเขาเห็น ‘มือ’ ของราวิที่จับตัวเธอ อารมณ์หึงหวงก็กระแทกเข้ามาอย่างแรงจนความห่วงใยถูกกลบไปจนหมด บรรยากาศรอบตัวเย็นเฉียบ “เข้ามาพบฉันที่ห้องทำงาน เดี๋ยวนี้” เสียงนั้นไม่ได้ดัง ไม่ได้ตะคอก แต่กลับทรงพลังจนทำให้เธอขนลุกไปทั้งตัว ไอรีนยังไม่ทันได้พูดอะไร ราวิก็รีบปล่อยแขนเธอแทบจะทันที ก่อนจะหันไปหลบสายตาคมกริบของคิรัน แล้วถอยออกไปอย่างรู้ตัว ภายในห้องทำงานของคิรัน ไอรีนยืนประจันหน้ากับเขา ขณะที่เขานั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน สายตายังคงกดดันและอันตรายเหมือนเดิม “คุณเรียกฉันมามีอะไรคะ?” ไอรีนถามเสียงนิ่ง พยายามสะกดอารมณ์ตัวเองไม่ให้ไหวหวั่นไปกับบรรยากาศที่คับแน่นนี้ คิรันเหยียดยิ้มบาง ๆ แต่แววตาไม่ได้ยิ้มตามเลยสักนิด “เธอกำลังเล่นอะไรอยู่?” น้ำเสียงเย็นเยียบกว่าปกติ “ฉันไม่เข้าใจว่าคุณหมายถึงอะไร” “ไม่เข้าใจ?” คิรันลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวเข้ามาหาเธอ “ฉันไม่อยู่แค่ไม่กี่วัน เธอก็ทำตัวสนิทสนมกับพวกผู้ชายในออฟฟิศขนาดนี้แล้วเหรอ?” “สนิทกันแล้วมันผิดตรงไหนคะ? พวกเขาก็แค่เพื่อนร่วมงาน—” “แค่เพื่อนร่วมงาน?” คิรันแค่นเสียง เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้ จนไอรีนต้องถอยหลังไปติดกับโต๊ะทำงานของเขา “ฉันเห็นกับตาว่ามันจับตัวเธอ” ไอรีนเบิกตากว้าง ก่อนจะรีบพูดแก้ “พี่ราวิเขาแค่ช่วยฉันเพราะฉันเจ็บเท้า—” “ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ฉันไม่ชอบให้เธออยู่ใกล้คนอื่นแบบนั้น” ไอรีนกัดฟันแน่น เธอรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด “แล้วคุณล่ะคะ? คุณเองก็ไปเจอใครต่อใครมากมายตอนเดินทางธุรกิจ ฉันเคยไปหึงใส่คุณไหม?” ดวงตาคมของคิรันวาววับขึ้นมาทันที “เธอเปรียบเทียบฉันกับพวกมันไม่ได้” เสียงเขาเย็นเฉียบ “เธอเป็นของฉัน” ไอรีนจ้องตาเขาอย่างไม่ยอมแพ้ “คุณมันเอาแต่ใจเกินไปแล้ว คุณคิรัน!” และนั่นคือจุดที่เขาหมดความอดทน ร่างสูงเอื้อมมือมาโอบรอบเอวของเธอ กระชากเธอเข้ามาแนบชิดกับร่างของเขา “คุณ…!” ไอรีนพยายามดิ้น แต่แรงของเขามีมากเกินไป “เธอควรรู้ไว้… ว่าฉันไม่ใช่คนใจเย็นขนาดนั้น” คิรันกระซิบเสียงต่ำ ก่อนที่ใบหน้าคมจะโน้มลงมา ริมฝีปากร้อนของเขาประกบลงมาที่กลีบปากของเธออย่างรุนแรง ความดุดันที่ถาโถมเข้ามาทำให้เธอแทบหายใจไม่ออก... ไอรีนพยายามผลักไหล่เขาออก แต่แทนที่จะปล่อย คิรันกลับจูบหนักขึ้น ราวกับต้องการให้เธอรับรู้ว่าเขาโกรธแค่ไหน หวงแค่ไหน ริมฝีปากบดเบียดกันอย่างเร่าร้อน ลิ้นร้อนของเขาสอดเข้ามาอย่างจงใจ เธอแทบทรงตัวไม่อยู่ มือที่ผลักไหล่เขาตอนแรก ตอนนี้กลับจิกลงไปที่เสื้อของเขาแทน และเมื่อเธอเริ่มจะหมดลมหายใจ คิรันก็ถอนจูบออกอย่างเชื่องช้า ปล่อยให้เธอหอบหายใจแรง ใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยอารมณ์ที่ปั่นป่วน "เข้าใจหรือยัง?" เขาถามเสียงแหบพร่า สายตาของเขาไม่ได้เย็นชาอีกต่อไป แต่กลับเต็มไปด้วยเปลวไฟบางอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ไอรีนกัดริมฝีปากตัวเอง พยายามควบคุมเสียงสั่นของตัวเองก่อนจะเอ่ยออกมา "คุณมันบ้า...!" คิรันหัวเราะในลำคอ "และเธอจะต้องชินกับมัน เพราะฉันไม่คิดจะปล่อยให้เธอไปไหนทั้งนั้น" ธันวายืนอยู่นอกห้องทำงานโดยไม่ได้ตั้งใจจะฟัง แต่เสียงปะทะกันของทั้งคู่ดังมาถึงข้างนอกจนเขาอดถอนหายใจไม่ได้ “หึงโหดขนาดนี้... ผมว่าใครในออฟฟิศคงไม่กล้าเข้าใกล้คุณไอรีนอีกนานแน่ ๆ ครับ บอส” เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะส่ายหน้ายิ้ม ๆ แล้วเดินจากไป...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD