หลังจากเหตุการณ์ในห้องทำงานวันนั้น ไอรีนก็เริ่มกลับมาหลบหน้าคิรันอีกครั้ง เธอเลือกเส้นทางเดินที่หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า หลีกเลี่ยงการสบตา และพยายามรักษาระยะห่างให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เขากลับไม่ยอมให้เธอหลุดมือ
เช้าวันจันทร์ รถยนต์คันหรูจอดนิ่งอยู่หน้าคอนโดของเธออีกครั้ง คนขับไม่ใช่ใครอื่น—คิรัน เขายืนพิงรถด้วยท่าทีเย็นชาตามแบบฉบับของเขา ใบหน้าสงบนิ่งแต่แววตาทิ่มแทงเหมือนจับจ้องเธออยู่ตลอดเวลา
"คุณมาทำอะไรที่นี่?" ไอรีนถามเสียงแข็งเมื่อเดินออกมาพบเขา
"มารับ" เขาตอบเรียบ ๆ
"ฉันไปเองได้ ไม่จำเป็นต้อง—"
"จำเป็น เพราะฉันสั่ง"
เขาเปิดประตูรถฝั่งผู้โดยสารโดยไม่รอฟังคำเถียง แล้วพูดสั้น ๆ แต่เด็ดขาด
"ขึ้นรถ"
แม้จะขัดใจแค่ไหน แต่ไอรีนก็รู้ว่าเถียงไปไม่มีประโยชน์ เธอยอมขึ้นรถไปกับเขาโดยไม่พูดอะไรอีก
แต่สิ่งที่ทำให้เธอเริ่มตื่นตระหนกจริง ๆ คือพฤติกรรมของเขาหลังจากนั้น
ก่อนที่เธอจะได้เอื้อมไปคาดเข็มขัด คิรันก็โน้มตัวเข้ามา มือข้างหนึ่งเอื้อมจับสายเข็มขัดแล้วดึงมาคาดให้เธออย่างแนบชิด
กลิ่นน้ำหอมราคาแพงจาง ๆ ของเขาทำเอาหัวใจเธอเต้นแรง
“ฉันทำเองได้ค่ะ”
“ช้า” เขาว่า ก่อนจะปล่อยมือแล้วถอยกลับไปยังฝั่งคนขับอย่างใจเย็น
ทุก ๆ วันเขาจะมารับ-ส่งเธออย่างไม่เว้นแม้แต่วันเดียว และเมื่อถึงเวลาเที่ยง เขาจะหาวิธีพาเธอไปกินข้าวด้วยกันให้ได้เสมอ
แรก ๆ เขายังแกล้งใช้ข้ออ้างว่า “มีนัดลูกค้าใกล้ร้านอาหาร” เพื่อบังคับให้เธอไปด้วย แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็ไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลอีกต่อไป
วันหนึ่ง ไอรีนพยายามจะหลบเลี่ยงโดยไปทานข้าวกับเพื่อนที่ร้านอาหารใต้ตึก แต่กลับถูกธันวาเรียกตัวกลับขึ้นไปยังห้องทำงานของคิรัน
"คุณไอรีนครับ เจ้านายให้มาตาม บอกให้คุณขึ้นไปทานข้าวด้วย"
"ฉัน...ยังไม่หิว"
"เขาซื้อข้าวมาเผื่อคุณแล้วครับ" ธันวาพูดพลางยกถุงอาหารจากร้านดังในมือขึ้นมาโชว์
ไอรีนเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกประหลาดแล่นวาบขึ้นมาในอก ข้าวกล่องจากร้านโปรดของเธอที่เธอไม่เคยเอ่ยชื่อให้เขาฟังแม้แต่ครั้งเดียว...
เธอขึ้นไปถึงห้องทำงานในอีกไม่กี่นาทีต่อมา ประตูเปิดออก เผยให้เห็นคิรันนั่งไขว้ขาอยู่หลังโต๊ะทำงาน ท่าทางผ่อนคลายแต่สายตาจับจ้องเธอราวกับนักล่า
"นั่ง" เขาบอกเรียบ ๆ พลางเลื่อนกล่องข้าวอีกกล่องมาด้านหน้าเธอ
ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำฝั่งเธอแล้วเลื่อนเข้าหา โดยที่ไม่พูดอะไร
นิ้วมือของเขาเฉียดปลายนิ้วเธอเบา ๆ แค่เสี้ยววินาที แต่ทำเอาเธอสะดุ้ง
“ขอบคุณค่ะ...”
“ไม่ได้ขอให้ขอบคุณ” เขาตอบเรียบ ริมฝีปากกระตุกเล็กน้อยเหมือนกำลังพอใจที่เธอยอมพูดกับเขาดี ๆ สักครั้ง
"คุณจะทำแบบนี้ทุกวันเลยเหรอคะ?"
"ถ้ามันทำให้เธอไม่หายไปไหน ฉันก็จะทำ"
เธอมองหน้าเขา พยายามสื่อสารความไม่พอใจผ่านแววตา แต่เขากลับยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะพูดอย่างเด็ดขาด
"ถ้าเธอปฏิเสธอีก ฉันจะถือว่าผิดสัญญา และเธอจะต้องชดใช้"
คำพูดนั้นทำให้เธอหยุดนิ่ง… เธอจำได้ดีว่า ‘ชดใช้’ ของเขาหมายถึงอะไร
หลังมือตัวเองวางทาบกับหน้าอกที่เต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ไอรีนจำใจนั่งลงตรงข้ามกับเขา ดวงตาสั่นไหวแต่พยายามเก็บความรู้สึก
ในร้านอาหารค่ำวันถัดมา เขานัดเธอออกไปอีกครั้งโดยไม่ถามความสมัครใจ
"วันนี้ฉันไม่ว่างค่ะ"
"งั้นก็เลื่อนนัดอื่นซะ เพราะฉันว่าง"
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่ไอรีนรู้ดีว่าไม่มีใครปฏิเสธเขาได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะเธอ ที่ตกเป็นเป้าความเอาแต่ใจของเขาอย่างชัดเจน
“คุณไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้ ฉันไม่ใช่คนสำคัญขนาดนั้น...” ไอรีนพูดเบา ๆ แต่อารมณ์หนักอึ้ง
คิรันหยุดชะงักไปชั่วครู่ ก่อนตอบเสียงเรียบ
“ฉันเป็นคนตัดสินว่าใครสำคัญ หรือไม่สำคัญ”
แววตาเขาแน่วแน่จนเธอต้องเบือนหน้าหนี กลัวว่าตัวเองจะเผลอเชื่อ...
เธอกำลังถูกไล่ต้อน...ทีละนิด โดยผู้ชายที่เหมือนน้ำแข็ง แต่ไฟในตัวกลับร้อนแรงพอจะหลอมละลายเกราะป้องกันของเธอทุกชั้น
และเธอก็เริ่มกลัว...ว่าตัวเองจะใจอ่อนมากกว่าที่เคย
ของขวัญกล่องเล็ก ๆ วางอยู่บนโต๊ะทำงานของไอรีนเมื่อเธอมาถึงออฟฟิศในเช้าวันหนึ่ง กล่องกำมะหยี่สีดำเปิดออกเผยให้เห็นสร้อยข้อมือเส้นบางประดับจี้เล็ก ๆ รูปดวงจันทร์สีเงิน
เธอขมวดคิ้ว หันไปถามธันวาทันที
"ใครเป็นคนเอามาวางไว้ค่ะ?"
"คุณคิรันครับ" ธันวาตอบอย่างสุภาพตามหน้าที่ “ท่านสั่งให้วางไว้ตอนเช้า”
"ทำไมต้องให้ค่ะ?"
ธันวายิ้มเจื่อน ๆ ไม่ตอบอะไรต่อ และถอยกลับไปตามทาง ทิ้งไว้เพียงกล่องของขวัญที่ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงผิดจังหวะ
ทันใดนั้นคิรันก็เดินเข้ามาในห้อง ไอรีนเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย
“ทำไมต้องให้ฉันด้วยคะ?”
เธอถามอีกครั้ง ขณะนิ้วมือยังแตะสร้อยในกล่อง
คิรันไม่ตอบทันที เขาเพียงเดินเข้ามาใกล้
“เพราะฉันอยากให้” เสียงของเขานุ่มแต่หนักแน่น
“แล้ว...พอคุณได้สิ่งที่ต้องการแล้วล่ะ?”
“ยังไม่ได้เลยสักอย่าง” เขาโน้มตัวลงกระซิบชิดใบหู
“แต่จะเอาให้ได้...ทีละอย่าง รวมถึงหัวใจของเธอด้วย”
ไอรีนสะดุ้ง หัวใจเต้นระส่ำจนต้องก้าวถอยหนี แต่เขากลับแค่ยืนนิ่ง มองเธอด้วยสายตาที่แน่วแน่และร้อนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
ไม่ใช่แค่วันนี้
ก่อนหน้านี้ เขาเพิ่งสั่งชุดเดรสเรียบหรูส่งมาที่คอนโดของเธอ ไม่มีการ์ด ไม่มีคำอธิบาย มีแค่ข้อความจากเบอร์ผู้ช่วยว่า "เจ้านายอยากให้คุณใส่ไปงานเลี้ยงคืนนี้"
เขาเริ่มดูแลเธอในทุกอย่าง ทั้งอาหาร เสื้อผ้า เครื่องประดับ แม้แต่คำพูดคำสั่งที่เคยฟังแล้วเจ็บ ก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้น... แม้จะไม่หวาน แต่ก็น่าประหลาดใจจนไอรีนเริ่มไม่แน่ใจว่าเขาเป็นคนเดิมหรือไม่
แม้ยังเป็นคิรันคนเดิม — ดุดัน เจ้าระเบียบ เย็นชา แต่วันนี้เขาดูเหมือนมีอีกด้าน... ด้านที่แปลกใหม่และน่ากลัวสำหรับเธอ
เพราะมันทำให้หัวใจเธออ่อนลง
‘ทำไมเขาต้องดีกับฉันขนาดนี้?’
เสียงในหัวเธอถามซ้ำไปซ้ำมา ขณะที่สายตายังจับจ้องสร้อยข้อมือในมือตัวเอง
เขาไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ ว่ารู้สึกอะไร แต่การกระทำของเขาชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธได้
และนั่นแหละ...ที่ทำให้เธอกลัว
เพราะเธอไม่ใช่คนแรกของเขา
คิรัน — ผู้ชายที่ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ไม่เคยเปิดใจให้ใคร ไม่เคยคบใครเกินสามเดือน และที่น่ากลัวที่สุด...คือเขาทำเหมือนทุกอย่างเป็นแค่เกม
เขาเคยเป็นพวกนักล่า และเธอไม่ใช่คนที่อยากจะกลายเป็นแค่เหยื่อคนต่อไป
ไอรีนพยายามเตือนตัวเองทุกวันว่าต้องเข้มแข็ง ต้องไม่เผลอใจ ต้องไม่หลงกล
แต่ทุกครั้งที่เขาเข้ามาใกล้... ทุกคำพูดที่ดูแลใส่ใจ ทุกสายตาที่จ้องมองเหมือนเธอเป็นของล้ำค่า มันกำลังทำลายกำแพงที่เธอสร้างมาทีละนิด
"อย่าใจอ่อนนะ ไอรีน..."
เธอกระซิบกับตัวเองเบา ๆ ขณะหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง แต่ในอกกลับแน่นและร้อนวูบ
เธอไม่รู้เลยว่า...ระหว่างหัวใจกับเหตุผล อะไรจะชนะ
และเธอก็กลัวเหลือเกินว่า...สุดท้ายเธอจะแพ้
ยิ่งเธอพยายามผลัก เขายิ่งดึงกลับแรงขึ้น
ของขวัญกองรวมกันบนโต๊ะในห้องนอนเธอ
สายตาของเขาที่จ้องมองเธอเหมือนสมบัติ
คำพูดที่ไม่หวาน… แต่ลึกซึ้งจนเธอไม่กล้าลืม
และความใส่ใจที่เริ่มโอบรัดเธอไว้ช้า ๆ — ร้อนแรงแต่เงียบงัน
เธอสับสน กลัว หัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้
“เขาแค่เล่นเกมหรือเปล่า?”
“เขาอยากได้ฉันเพราะยังไม่ได้...หรือเพราะเขาเริ่มรู้สึกจริง ๆ?”
เธอไม่รู้ และไม่อยากรู้
เพราะถ้ารู้แล้วเจ็บ เธออาจไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก
แต่สิ่งที่เธอรู้แน่… คือผู้ชายคนนั้น
รุกเธอเข้ามาเต็มหัวใจ โดยไม่มีทีท่าจะหยุดเลยแม้แต่น้อย