รถตู้ VIP สีดำสนิทเคลื่อนตัวไปบนท้องถนนที่การจราจรคับคั่งของกรุงเทพฯ
ภายในห้องโดยสารที่ถูกกั้นด้วยกระจกเก็บเสียง
บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน
มายด์ นั่งไขว่ห้างอ่านเอกสารในแท็บเล็ตด้วยท่าทีสบายๆ
ผิดกับ ซอนโฮ ที่นั่งตัวตรง สายตากวาดมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง
แม้จะอยู่ในรถ เขาก็ไม่ยอมวางใจ
สัญชาตญาณนักล่าบอกเขาว่า...
การปรากฏตัวของ เควิน เมื่อเช้า คือสัญญาณเตือนภัยบางอย่าง
“เลิกทำหน้าเหมือนจะไปฆ่าใครสักทีเถอะ”
มายด์เอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าจากจอ
“แกทำให้อากาศในรถมันตึงเครียดนะซอนโฮ”
“ผมแค่ทำหน้าที่”
ซอนโฮตอบเสียงเรียบ
“ไอ้ฝรั่งนั่น... มันเป็นตัวอันตราย”
“กลิ่นอายของมันมีความอาฆาตรุนแรง”
มายด์วางแท็บเล็ตลง หันมามองหน้าเขาพร้อมรอยยิ้มมุมปาก
“หึงเหรอ?”
“เปล่า”
ซอนโฮสวนทันควัน
“ผมแค่ไม่อยากให้งานคุ้มกันของผมมีปัญหา”
“ถ้าคุณตาย... สัญญาของผมก็เป็นโมฆะ”
มายด์หัวเราะในลำคอ
เธอขยับตัวเข้ามาใกล้เขา วางมือเรียวลงบนต้นขาแกร่ง
แล้วค่อยๆ ลูบไล้ขึ้นมาทางหน้าขา
“ปากแข็ง...”
“แต่ร่างกายแกมันฟ้องนะว่าแกหวงเจ้าของ”
ซอนโฮรีบจับมือเธอไว้ก่อนที่มันจะซุกซนไปมากกว่านี้
“เราใกล้จะถึงบริษัทแล้วครับคุณมายด์”
“กรุณารักษาภาพพจน์ด้วย”
.
.
V-Beauty Empire Tower
ตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจที่เป็นอาณาจักรของมายด์
สูงตระหง่านเสียดฟ้า สะท้อนแสงแดดยามสายระยิบระยับ
ทันทีที่รถจอดเทียบหน้าตึก
ซอนโฮก้าวลงจากรถก่อน กวาดสายตาเช็คความปลอดภัย
ก่อนจะเปิดประตูให้มายด์ก้าวลงมา
พนักงานรักษาความปลอดภัยและพนักงานต้อนรับยืนเข้าแถวรอรับ
“สวัสดีค่ะท่านประธาน”
มายด์พยักหน้ารับเล็กน้อย เดินเชิดหน้าผ่านเข้าไปในล็อบบี้
ซอนโฮเดินประกบหลังไม่ห่าง
เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายประหลาดที่ปะปนอยู่ในตึกนี้
ไม่ใช่แค่กลิ่นมนุษย์... แต่มีกลิ่นของพวก ‘ครึ่งสายเลือด’ ปะปนอยู่
ที่นี่ไม่ใช่แค่บริษัทความงาม
แต่มันคือรังของแวมไพร์ยุคใหม่ที่แฝงตัวทำธุรกิจ
“ท่านประธานครับ! ระวัง!”
จู่ๆ ซอนโฮก็ตะโกนลั่น
เขาคว้าเอวบางของมายด์แล้วกระชากเธอให้ล้มลงไปกับพื้น
เพล้ง!
เสี้ยววินาทีต่อมา
กระจกประตูทางเข้าล็อบบี้ก็แตกกระจาย
กระสุนเจาะเกราะพุ่งผ่านจุดที่มายด์เคยยืนอยู่ไปเพียงเส้นยาแดง
ไปเจาะทะลุรูปปั้นหินอ่อนด้านหลังจนระเบิดเป็นจุณ
กรี๊ดดดดด!
เสียงกรีดร้องของพนักงานดังระงม
ความโกลาหลเกิดขึ้นทันที
“หมอบลง!”
ซอนโฮกดหัวมายด์ให้แนบกับพื้น
เขาใช้ร่างกายของตัวเองบังเธอไว้
สายตาคมกริบมองหาทิศทางของวิถีกระสุน
“ตึกฝั่งตรงข้าม... ชั้น 12”
“มือปืนสไนเปอร์”
ยังไม่ทันขาดคำ
กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดดำสวมหมวกกันน็อคเต็มใบ 4 คน
ก็พุ่งเข้ามาจากลานจอดรถมอเตอร์ไซค์
ในมือถือปืนกลเบา Uzi และดาบซามูไรอาบยาพิษ
“ฆ่ามัน!”
หนึ่งในนั้นตะโกนสั่ง
พวกมันไม่ได้เล็งที่ซอนโฮ... แต่เล็งที่มายด์
“คุณมายด์... อยู่หลังผมไว้”
ซอนโฮลุกขึ้นยืนบังร่างของเธอ
เขาไม่มีปืน (เพราะถูกยึดไปแล้ว)
แต่เขามีกริชเงินที่ซ่อนไว้ และศิลปะการต่อสู้ระยะประชิด
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังสนั่น
ซอนโฮเคลื่อนไหวด้วยความเร็วเหนือมนุษย์
เขาคว้ากระถางต้นไม้ขนาดใหญ่มาบังกระสุน
ก่อนจะพุ่งเข้าประชิดตัวมือปืนคนแรก
กร๊อบ!
มือหนาบิดข้อมือคนร้ายจนหัก แย่งปืนมาได้
แล้วใช้ด้ามปืนกระแทกเข้าที่ลูกกระเดือกจนมันลงไปนอนดิ้น
“เข้ามา!”
เขาหมุนตัวเตะก้านคอคนที่สองที่ถือดาบ
แรงเตะมหาศาลส่งร่างมันลอยไปกระแทกเสาหิน
แต่พวกมันไม่ใช่คนธรรมดา...
เมื่อหน้ากากกันน็อคหลุดออก
เผยให้เห็นใบหน้าที่เริ่มบิดเบี้ยว ดวงตาสีเหลืองอ๋อย
“พวกกูลรับจ้าง...”
ซอนโฮกัดฟัน
ไอ้พวกนี้ตายยากถ้าไม่ทำลายสมองหรือหัวใจ
“ซอนโฮ... ข้างหลัง!”
เสียงมายด์เตือน
กูลตัวที่สามพุ่งเข้ามาจะฟันดาบใส่หลังเขา
ซอนโฮก้มหลบหวุดหวิด
แต่คมดาบเฉี่ยวผ่านเสื้อสูทขาดเป็นทางยาว
เขาชักกริชเงินออกมา
ตวัดสวนกลับไปที่ข้อมือของมัน
ฉับ!
มือที่ถือดาบขาดกระเด็น
เลือดสีดำพุ่งกระฉูด
“อ๊ากกก!”
ซอนโฮไม่รอช้า
เขาแทงกริชปักลงไปกลางหน้าอกของมัน
ท่องบทสวดสั้นๆ
“เผามัน!”
เปลวไฟสีขาวลุกโชนจากตัวกริช
เผาร่างกูลจนกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา
ความเงียบกลับมาเยือนล็อบบี้อีกครั้ง
เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของซอนโฮ
และเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังระงม
เขาหันกลับไปมองมายด์
เธอไม่ได้ดูหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
ตรงกันข้าม... เธอกำลังยืนมองเขาด้วยแววตาเป็นประกาย
เหมือนเด็กที่เพิ่งเห็นฮีโร่ในการ์ตูนมีชีวิต
“เก่งมาก...”
เธอเดินเข้ามาหาเขา ท่ามกลางกองเลือดและซากศพ
มือเรียวเอื้อมมาเช็ดคราบเลือดสีดำออกจากแก้มเขา
“สมแล้วที่เป็นของเล่นราคาแพงของฉัน”
.
.
ห้องทำงานประธานกรรมการบริหาร ชั้น 50
ซอนโฮยืนพิงกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวกรุงเทพฯ ได้ทั้งเมือง
เขากำลังตรวจสอบบาดแผลตามร่างกาย
โชคดีที่มีแค่รอยขีดข่วนเล็กน้อย
แกร๊ก...
เสียงล็อกประตูห้องดังขึ้น
มายด์เดินเข้ามาหาเขาอย่างช้าๆ
เธอกดปุ่มที่โต๊ะทำงาน ม่านไฟฟ้าค่อยๆ เลื่อนลงมาปิดบังสายตาจากภายนอก
ห้องมืดสลัวลงทันตา
เหลือเพียงแสงไฟสีส้มจางๆ จากโคมไฟ
“เจ็บตรงไหนไหม?”
เธอถามเสียงนุ่ม เดินมายืนตรงหน้าเขา
“ไม่ครับ... แค่รอยขีดข่วน”
“แต่ผมต้องรีบตรวจสอบว่าใครส่งพวกมันมา”
“ช่างหัวพวกมันสิ”
มายด์ตัดบท
เธอวางมือลงบนแผงอกของเขาที่เสื้อสูทขาดวิ่น
สัมผัสถึงหัวใจที่ยังเต้นแรงจากอะดรีนาลีน
“แกเพิ่งช่วยชีวิตฉัน...”
“ฉันควรจะให้รางวัลแกไม่ใช่เหรอ?”
“ผมไม่ต้องการ...”
ยังพูดไม่จบ
มายด์ก็เขย่งเท้าขึ้นประกบจูบเขาอย่างดูดดื่ม
รสชาติของความตื่นเต้นและความตายยังคงติดอยู่ที่ปลายลิ้น
มือของเธอไม่อยู่นิ่ง
เลื่อนลงไปปลดเข็มขัดของเขาออกอย่างรวดเร็ว
“คุณมายด์... นี่มันที่ทำงาน”
ซอนโฮพยายามท้วง
แต่เสียงรูดซิปกางเกงทำให้เสียงของเขาขาดห้วง
“แล้วไง?”
“ฉันเป็นเจ้าของตึก... ฉันจะทำอะไรตรงไหนก็ได้”
เธอผลักเขาให้หลังพิงกระจก
แล้วทรุดตัวลงคุกเข่าตรงหน้าเขา
ภาพที่เห็นทำเอาซอนโฮเข่าอ่อน
ราชินีผู้สูงศักดิ์... กำลังคุกเข่าให้เขาอีกแล้ว
แต่ครั้งนี้... แววตาของเธอมันร้ายกาจกว่าเดิม
“เอาออกมา...”
เธอสั่ง
ซอนโฮจำใจควักแก่นกายที่แข็งขึงออกมาสู่สายตาเธอ
มันกระตุกหงึกๆ สู้มือ
มายด์แลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเอง
ก่อนจะใช้มือเรียวนุ่มกำรอบท่อนเนื้อร้อนผ่าวนั้น
“อื้ม... ร้อนจัง”
เธอเริ่มขยับมือรูดรั้งช้าๆ
จังหวะเนิบนาบแต่หนักแน่น
นิ้วโป้งกดคลึงที่ส่วนหัวบานฉ่ำน้ำ
“อ๊า... คุณมายด์...”
ซอนโฮแหงนหน้าพิงกระจก
ความเสียวซ่านแล่นปราดจากท้องน้อยขึ้นสมอง
มายด์ไม่ได้ใช้ปาก
แต่เธอใช้ ‘หน้าอก’ ของเธอ
เธอปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออก
แหวกให้เห็นร่องอกขาวอวบอัด
แล้วจับแก่นกายของเขา... สอดเข้าไปตรงกลางระหว่างก้อนเนื้อนุ่มนิ่มทั้งสองข้าง
“บีบมันด้วยนมของฉัน...”
เธอกระซิบ
ใช้สองมือบีบหน้าอกตัวเองให้หนีบรัดท่อนเนื้อของเขาไว้แน่น
แล้วเริ่มขยับตัวขึ้นลง
ความนุ่มหยุ่นของหน้าอกเสียดสีกับความแข็งขึง
มันให้ความรู้สึกดีจนแทบบ้า
“ซี๊ดดด... มายด์... แน่นชะมัด”
ซอนโฮเผลอกดหัวเธอลงมองภาพนั้นชัดๆ
ภาพแก่นกายสีเข้มของเขาที่ผลุบโผล่อยู่ในร่องอกขาวผ่อง
น้ำหล่อลื่นไหลเยิ้มเปรอะเปื้อนเนินอกสวย
มายด์เงยหน้าขึ้นมองเขา
ส่งสายตายั่วยวนพร้อมกับเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น
“ชอบไหม?”
“ชอบที่ฉันปรนเปรอแกแบบนี้ไหม?”
“ชอบ... อึก... ผมชอบ”
ซอนโฮยอมรับอย่างหมดท่า
มายด์ยิ้มกริ่ม
เธอโน้มหน้าลงไปเลียที่ส่วนปลายหัวหยัก
ในขณะที่หน้าอกยังคงถูไถบีบรัดลำกายเขาอยู่
คอมโบสองแรงบวกทำเอาซอนโฮสติแตก
“จะแตก... ผมจะแตกแล้ว!”
“แตกออกมา...”
“แตกใส่หน้าอกฉัน... เลอะให้ทั่วตัวฉันเลย”
เธอสั่งเสียงกระเส่า
ซอนโฮทนไม่ไหวอีกต่อไป
เขากระแทกเอวสวนเข้าหาความนุ่มนิ่มนั้น
เกร็งกระตุกอย่างรุนแรง
ฉีดพ่นน้ำรักสีขาวขุ่นออกมาทุกหยาดหยด
พรวด! พรวด!
น้ำกามร้อนๆ พุ่งเลอะเต็มใบหน้าสวยและเนินอกของมายด์
ไหลย้อยลงไปตามร่องอกอย่างลามก
มายด์หลับตารับสัมผัสนั้น
เธอใช้นิ้วปาดคราบน้ำรักที่แก้มมาดูดกิน
“อร่อย...”
“นี่แหละ... รางวัลของฮีโร่”
เธอค่อยๆ ลุกขึ้นยืน
ทั้งที่เสื้อผ้ายังหลุดลุ่ยและเปรอะเปื้อน
ซอนโฮมองภาพนั้นด้วยความหลงใหลและบูชา
เขาหยิบทิชชู่มาช่วยเช็ดทำความสะอาดให้เธออย่างเบามือ
“คุณ... ไม่น่าทำแบบนี้”
“ฉันทำเพราะฉันอยากทำ”
มายด์ตอบเสียงแข็ง
ก่อนจะจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย
แล้วเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อ้อ... ซอนโฮ”
เธอเรียกเขาขณะที่เขากำลังจะจัดกางเกงให้เข้าที่
“คนส่งนักฆ่ามา... ไม่ใช่เควินหรอกนะ”
ซอนโฮชะงัก
“แล้วเป็นใคร?”
มายด์หยิบรูปถ่ายใบหนึ่งจากลิ้นชัก โยนมาให้เขาดู
รูปของชายแก่ในชุดบาทหลวง... ที่มีแววตาอำมหิต
“คนของวาติกัน”
“อาจารย์ของแกเองไม่ใช่เหรอ... บาทหลวงโยฮัน?”
ซอนโฮเบิกตากว้าง
ความจริงที่โหดร้ายกระแทกเข้ากลางใจ
คนที่เขานับถือเหมือนพ่อ... คือคนที่สั่งฆ่าเขาและมายด์?
“ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความจริง ซอนโฮ”
“ตอนนี้แกคงรู้แล้วนะ...”
“ว่าใครกันแน่ที่รักแกจริง”