สายน้ำเย็นจัดจากฝักบัวไหลผ่านเรือนร่างกำยำ
ชะล้างคราบเลือดสีแดงสดออกจากผิวกาย
แต่กลิ่นคาวหวานที่ มายด์ ฝากไว้เมื่อคืน
ดูเหมือนจะซึมลึกเข้าไปถึงกระดูกดำ
ซอนโฮ ยืนเท้าแขนกับผนังห้องน้ำหินอ่อน
หยดน้ำเกาะพราวบนมัดกล้ามที่เกร็งแน่น
ดวงตาคมกริบจ้องมองน้ำสีแดงจางๆ ที่ไหลลงท่อ
ความโกรธแค้นอัดแน่นอยู่ในอก
แต่ความจำเป็นบีบคั้นให้เขาต้องกลืนมันลงไป
เขาเดินออกมาจากห้องน้ำ
สายตาปะทะเข้ากับชุดสูททักซิโด้สีดำสนิทที่วางอยู่บนเตียง
เนื้อผ้ากำมะหยี่ราคาแพง ตัดเย็บประณีต
และสิ่งที่วางอยู่ข้างกัน...
คือ ‘ปลอกคอหนัง’ เส้นบาง
ที่มีจี้รูปไม้กางเขนกลับหัวห้อยอยู่
สัญลักษณ์ของการลบหลู่
และการตีตราจองที่เจ็บแสบที่สุด
ซอนโฮขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน
มือหนาหยิบมันขึ้นมาด้วยความรังเกียจ
แต่สุดท้าย...
เขาก็จำต้องสวมมันเข้าที่ลำคอแกร่ง
กริ๊ก...
เสียงตัวล็อกดังขึ้นเบาๆ
ความเย็นของหนังรัดรึงรอบคอ
ย้ำเตือนสถานะ ‘สุนัขรับใช้’ อย่างสมบูรณ์แบบ
.
.
ณ โถงทางเดินอันโอ่อ่าของคฤหาสน์
มายด์ ยืนรออยู่แล้ว
ในชุดราตรียาวสีดำเปิดหลังที่ผ่าสูงถึงสะโพก
เผยให้เห็นผิวขาวเนียนตัดกับความมืดมิด
เธอสวมหน้ากากลูกไม้สีดำครึ่งหน้า
ปิดบังแววตาอำมหิต
แต่ไม่อาจปิดบังริมฝีปากสีสดที่เหยียดยิ้ม
“ดูดีนี่...”
เธอเดินเข้ามาจัดปกเสื้อสูทให้เขา
ปลายนิ้วเรียวกรีดไล่ผ่านปลอกคอที่เขาสวมอยู่
“เหมาะกับแกดีนะ... ดูเชื่องขึ้นเยอะ”
“อย่าคิดว่าใส่ไอ้นี่แล้วผมจะเป็นหมาของคุณจริงๆ”
ซอนโฮกระซิบตอบเสียงต่ำ
สายตาแข็งกร้าวไม่ได้ลดน้อยลงเลย
มายด์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ
เธอเขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อย
เพื่อกระซิบที่ข้างหูเขา
ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอ
“สายตาแบบนั้นแหละที่ฉันชอบ...”
“เก็บความเกลียดชังเอาไว้ซอนโฮ”
“เพราะคืนนี้... แกต้องใช้มัน”
.
.
รถลีมูซีนสีดำสนิทพาพวกเขาดิ่งลงสู่โลกใต้ดิน
อาคารจอดรถเก่าๆ ย่านสาทร
ลิฟต์ขนของขนาดใหญ่พาพวกเขาลึกลงไป
ลึกจนแสงสว่างจากโลกภายนอกส่องไปไม่ถึง
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก
เสียงดนตรีแจ๊สบรรเลงสดดังกระหึ่ม
โถงกว้างสไตล์โกธิคปรากฏแก่สายตา
ผู้คนนับร้อยในชุดหรูหราเดินขวักไขว่
ทุกคนสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า
แต่ซอนโฮสัมผัสได้ทันที
ที่นี่ไม่มีมนุษย์...
หรือถ้ามี... ก็เป็นเพียง ‘อาหาร’ ที่เดินได้
กลิ่นไอปีศาจคละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน
แวมไพร์ มนุษย์หมาป่า และอสุรกายชั้นสูง
ปะปนกันอยู่ในสังคมจอมปลอมนี้
มายด์คล้องแขนซอนโฮเดินเข้าไปในงาน
ทุกสายตาภายใต้หน้ากากหันมาจับจ้องที่เธอ
นางพญามาถึงแล้ว...
“ทำตัวตามสบาย... แต่อย่าห่างจากตัวฉัน”
มายด์สั่งเสียงเรียบ
ขณะรับแก้วแชมเปญจากบริกรที่มีแววตาว่างเปล่า
“คืนนี้มีคนอยากเจอแกหลายคนเลยล่ะ”
ทันใดนั้น
ชายร่างท้วมในชุดสูทสีขาวก็เดินเข้ามา
มันสวมหน้ากากหมู
แต่กลิ่นสาบสางบอกชัดว่ามันคือปีศาจหมูป่า
“โฮ่... คุณสิรินดา”
“ไม่คิดว่าจะให้เกียรติมางานต่ำต้อยของผม”
ชายร่างท้วมเอ่ยทัก
สายตาโลมเลียเรือนร่างของมายด์อย่างจาบจ้วง
ก่อนจะเบนมามองซอนโฮ
“แล้วนี่... ของเล่นชิ้นใหม่เหรอครับ?”
“กลิ่นตัวแรงใช้ได้นี่... กลิ่นเหมือนพวกโบสถ์เก่าๆ”
มันยื่นมืออ้วนป้อมหมายจะจับที่ปลอกคอของซอนโฮ
“ขอดูหน่อยซิว่าพันธุ์อะไร...”
ผัวะ!
เสียงปะทะดังสนั่นก่อนที่มือสกปรกนั้นจะถึงตัว
ซอนโฮปัดมือมันออกด้วยหลังมืออย่างแรง
รวดเร็วจนไม่มีใครมองทัน
แรงกระแทกมากพอที่จะทำให้กระดูกข้อมือมันร้าว
“อย่าแตะต้อง”
ซอนโฮเอ่ยเสียงเย็นเยียบ
นัยน์ตาสีนิลวาวโรจน์
การ์ดร่างยักษ์สองคนเดินเข้ามาล้อมกรอบทันที
ชายร่างท้วมกุมข้อมือตัวเอง หน้าแดงก่ำ
“ไอ้สวะ! มึงกล้าดียังไง...”
“คุณสิรินดา! อบรมหมาของคุณยังไงถึงได้...”
“หุบปากซะ ท่านเคานต์”
มายด์เอ่ยแทรกขึ้น
น้ำเสียงของเธอเย็นยะเยือกจนอากาศรอบตัวจับตัวเป็นน้ำแข็ง
รอยยิ้มหายไป
แทนที่ด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมา
จนแก้วแชมเปญในมือบริกรข้างๆ แตกกระจาย
เพล้ง!
“หมาของฉัน...”
“มีสิทธิ์กัดใครก็ได้ที่มันคิดว่าจะทำอันตรายเจ้าของ”
มายด์ก้าวเข้าไปประชิดตัวปีศาจหมู
“หรือแกอยากจะลองโดนกัดที่คอหอยดูบ้าง?”
ดวงตาสีแดงฉานของเธอสว่างวาบ
ปีศาจหมูหน้าซีดเผือด
รีบก้มหัวขอโทษแล้วถอยหนีไปอย่างรวดเร็ว
มายด์หันกลับมามองซอนโฮ
แทนที่จะโกรธ... เธอกลับยกยิ้มพอใจ
“ดุดีนี่...”
เธอใช้นิ้วชี้ลูบไล้ไปที่สันกรามของเขา
“ฉันเริ่มจะชอบแกขึ้นมาจริงๆ แล้วสิ”
.
.
ไฟในฮอลล์หรี่ลงจนเกือบมืดสนิท
สปอตไลท์สาดส่องไปที่เวทีกลางห้อง
เสียงปรบมือดังเกรียวกราว
ม่านกำมะหยี่สีแดงถูกรูดเปิดออก
เผยให้เห็นกรงเหล็กขนาดใหญ่ตั้งตระหง่าน
สิ่งที่อยู่ในนั้น...
ทำให้ซอนโฮต้องกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ
มนุษย์ชายหญิง 5 คน
สภาพอิดโรย ถูกล่ามโซ่
แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือ...
หนึ่งในนั้นมีรอยสักรูปไม้กางเขนที่ต้นคอ
‘บาทหลวงฝึกหัด’
เด็กหนุ่มที่วาติกันเคยแจ้งว่าหายสาบสูญไปเมื่อเดือนก่อน
“อาหารจานหลักสำหรับผู้ชนะการประมูล!”
เสียงพิธีกรประกาศก้อง
เสียงเฮฮาดังลั่นฮอลล์
กลิ่นความกระหายเลือดฟุ้งกระจาย
ซอนโฮขยับตัวจะก้าวไปข้างหน้า
สัญชาตญาณความถูกต้องสั่งให้เขาพังงานนี้ซะ
แต่มายด์กระชากแขนเขาไว้แน่น
เธอโน้มหน้าเข้ามาจนชิดใบหู
“อย่าวู่วามซอนโฮ...”
“ถ้าแกขยับตอนนี้... เด็กพวกนั้นตายทันที”
“และแก... ก็จะตายด้วย”
“คุณรู้เรื่องนี้อยู่แล้วใช่ไหม...”
ซอนโฮหันมามองเธอด้วยสายตาผิดหวัง
“คุณพามาร่วมดูการฆาตกรรมงั้นสิ?”
“ฉันพาแกมาดูความจริง...”
มายด์จ้องตอบ
สายตาของเธอซับซ้อนเกินกว่าจะอ่านออก
“ความจริงที่ว่าพระเจ้าของแกช่วยใครไม่ได้”
“แต่ถ้าแกอยากช่วยเด็กนั่น...”
เธอยื่นหน้ากากอีกอันให้เขา
หน้ากากสีขาวเกลี้ยง ไม่มีลวดลาย
ดูเรียบง่ายแต่ทรงพลัง
“ลงไปใน ‘หลุม’ นั่นซะ”
เธอชี้ไปที่ลานประลองวงกลมหน้าเวที
“พิธีกรกำลังจะประกาศหาตัวแทนเพื่อสู้กับ ‘แชมเปี้ยน’”
“ถ้าชนะ... แกจะได้สิทธิ์ในตัวเชลยทั้งหมด”
“แต่ถ้าแพ้...”
เธอลากนิ้วผ่านลำคอของตัวเองทำท่าปาดคอ
“แกจะได้ไปนอนเป็นเพื่อนเด็กพวกนั้นในนรก”
เสียงประกาศดังขึ้นอีกครั้ง
“มีใครกล้าลงมาท้าชิงเพื่อแย่งชิงอาหารมื้อพิเศษนี้ไหมครับ!?”
ซอนโฮมองดูเด็กหนุ่มในกรงที่กำลังร้องไห้
แล้วหันมามองมายด์ที่ยืนกอดอกรอคำตอบ
นี่คือบททดสอบ... หรือกับดัก?
แต่เขาไม่มีทางเลือก
“ผมจะลง”
ซอนโฮกระชากหน้ากากสีขาวมาสวม
ปกปิดใบหน้าที่มีแต่ความโกรธเกรี้ยว
เขาปลดกระดุมสูทเม็ดบนออก
ถอดนาฬิกาข้อมือยื่นให้มายด์
“ฝากไว้ก่อน...”
“เดี๋ยวผมกลับมาเอาคืน”
มายด์รับนาฬิกามาถือไว้
เธอกระตุกยิ้มมุมปาก
“อย่าตายซะล่ะ... เจ้าหมาน้อย”
“เพราะฉันยังเล่นกับแกไม่คุ้มเลย”
ซอนโฮกระโดดข้ามระเบียงลงสู่ลานประลองเบื้องล่าง
ตึง!
เสียงเท้ากระทบพื้นเรียกเสียงฮือฮาไปทั่ว
ทันใดนั้น
ประตูเหล็กอีกฝั่งของลานก็เปิดออก
พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่ทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน
โฮก!!!
เงาทะมึนขนาดมหึมาก้าวออกมาจากความมืด
มันไม่ใช่ปีศาจธรรมดา...
แต่มันคือ ‘ไลแคน’ (มนุษย์หมาป่า) ร่างยักษ์
สูงเกือบสามเมตร
ขนสีเทาดำ กรงเล็บยาวเฟื้อย
และเขี้ยวที่พร้อมจะขย้ำคอหอยให้ขาดในคำเดียว
นี่คือ ‘แชมเปี้ยน’ ที่ฆ่านักล่ามาแล้วนับไม่ถ้วน
ซอนโฮยืนตัวเล็กจ้อยเมื่อเทียบกับมัน
เขาไม่มีปืน...
ไม่มีไม้กางเขน...
มีเพียงสองมือเปล่า
และปลอกคอที่มายด์สวมให้
แต่ภายใต้หน้ากากสีขาวนั้น
ดวงตาของนักฆ่าจากวาติกันกำลังวาวโรจน์
เขาตั้งท่าเตรียมต่อสู้
ด้วยวิชาสังหารที่โหดเหี้ยมที่สุด
“เข้ามาไอ้หมาเวร...”
“กูจะสอนให้มึงรู้ว่า...”
“หมาของพระเจ้า... มันดุกว่ามึงเยอะ”