ตอนที่ 6 : กฎของบ้านวรโชติ

1445 Words
รถลีมูซีนสีดำมันปลาบแล่นฝ่าความมืดของค่ำคืน เข้ามาจอดเทียบท่าที่หน้ามุขของ คฤหาสน์วรโชติ ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรและเสียงลมพัดใบไม้ไหว ซอนโฮ ก้าวลงจากรถด้วยสภาพที่ดูไม่จืดนัก เสื้อเชิ้ตราคาแพงขาดวิ่น เผยให้เห็นแผลที่ต้นแขนซึ่งสมานตัวแล้ว แต่ยังทิ้งรอยแผลเป็นจางๆ ไว้เป็นที่ระลึก ร่างกายของเขาหนักอึ้งเหมือนถูกสูบพลังงานออกไปจนหมด ไม่ใช่แค่จากการต่อสู้เสี่ยงตาย แต่จากกิจกรรมเข้าจังหวะที่สูบวิญญาณบนรถเมื่อครู่ด้วย “ยืนเหม่ออะไรอยู่?” “หรือต้องให้อุ้มเข้าบ้าน?” เสียงหวานแต่เย็นชาดังขึ้นจากด้านหลัง มายด์ เดินลงจากรถด้วยท่วงท่าสง่างาม ใบหน้าสวยเฉี่ยวไร้ที่ติ ไม่มีร่องรอยของความเหน็ดเหนื่อย ราวกับว่าการ ‘กิน’ เลือดและตัณหาของเขาไปเมื่อครู่ คือยาชูกำลังชั้นดีที่ทำให้เธอเปล่งปลั่งยิ่งกว่าเดิม “ผมเดินเองได้” ซอนโฮตอบเสียงแหบพร่า เขาขยับตัวเดินตามเธอเข้าไปในตัวคฤหาสน์ เหล่าสาวใช้ในชุดดำยืนเรียงแถวต้อนรับอย่างเป็นระเบียบ ทุกคนก้มหน้าต่ำ ไม่กล้าสบตานายหญิง และยิ่งไม่กล้าสบตาชายหนุ่มแปลกหน้าที่เดินตามหลังมา พร้อมกับปลอกคอหนังที่เด่นหราอยู่บนลำคอ “พาเขาไปที่ห้อง...” มายด์สั่งหัวหน้าแม่บ้าน “ห้องปีกซ้าย... ห้องที่เชื่อมกับห้องนอนฉัน” แม่บ้านชราเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจเล็กน้อย “แต่... คุณหนูคะ ห้องนั้นมันสำหรับ...” “ฉันสั่ง” มายด์ตัดบทเสียงเรียบ ดวงตาสีแดงฉายแววดุดันวูบหนึ่ง แม่บ้านรีบก้มหัวลงทันที “ทราบแล้วค่ะ... เชิญทางนี้ค่ะคุณผู้ชาย” . . ห้องพักของซอนโฮใหญ่โตโอ่อ่ากว่าร้านขายของเก่าของเขาทั้งร้าน เตียงนอนขนาดคิงไซส์ปูด้วยผ้าไหมสีดำสนิท เฟอร์นิเจอร์หลุยส์ราคาแพงระยับ แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกอึดอัด คือประตูบานใหญ่ที่ผนังด้านหนึ่ง... ประตูที่ไม่มีกลอนล็อกฝั่งเขา แต่เชื่อมตรงไปยังห้องนอนของมายด์ “ชอบไหมล่ะ... กรงทองของแก” มายด์เดินตามเข้ามาในห้อง เธอกอดอกพิงกรอบประตู มองดูเขาสำรวจห้องใหม่ “ผมไม่ได้ต้องการความหรูหรา” “ผมต้องการอิสระ” ซอนโฮหันมาตอบ มายด์เดินนวยนาดเข้ามาหาเขา ปลายนิ้วเรียวกรีดไล่ไปตามแผงอกเปลือยเปล่าของชายหนุ่ม “อิสระของแกหมดไปตั้งแต่วินาทีที่แกเซ็นสัญญาด้วยเลือดแล้วซอนโฮ” “อยู่ที่นี่... แกต้องเรียนรู้กฎ 3 ข้อ” เธอชูนิ้วเรียวยาวขึ้นมาตรงหน้าเขา “ข้อ 1... ห้ามก้าวออกจากเขตคฤหาสน์ถ้าฉันไม่อนุญาต” “ถ้าแกหนี... ฉันจะตามไปหักขาแก แล้วล่ามโซ่ไว้ที่หัวเตียงแทน” ซอนโฮกลืนน้ำลายลงคอ เขารู้ว่าเธอทำจริงแน่ “ข้อ 2... เลือดของแกเป็นกรรมสิทธิ์ของฉันคนเดียว” “ห้ามให้ใครแตะต้อง ห้ามให้ใครชิม” “แม้แต่ยุงตัวเดียว... ถ้ามันกัดแก ฉันก็จะฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มัน” แววตาของเธอแสดงความหวงแหนอย่างรุนแรง จนซอนโฮรู้สึกร้อนวูบวาบที่ใบหน้า “และข้อ 3...” เธอโน้มหน้าเข้ามาใกล้ จนจมูกชนกัน “เมื่ออยู่ในห้องนี้... แกไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธความต้องการของฉัน” “ไม่ว่าฉันจะอยาก ‘ใช้’ แกตอนไหน... ท่าไหน...” “แกต้องพร้อมเสมอ” พูดจบ เธอก็ผลักเขาลงบนเตียงนุ่ม ซอนโฮหงายหลังลงไปนอนแผ่หลากลางเตียง มายด์ตามขึ้นมาคร่อมทับทันที แต่คราวนี้เธอไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้น เธอเพียงแค่ซุกใบหน้าลงกับซอกคออุ่นๆ ของเขา สูดดมกลิ่นกายชายหนุ่มเข้าปอดลึกๆ ราวกับเสพติดกลิ่นสาบสางของนักล่า “นอนซะ...” “พรุ่งนี้แกมีงานต้องทำแต่เช้า” เธอกระซิบเสียงแผ่ว ก่อนจะหลับตาลงทั้งที่ยังนอนทับอยู่บนตัวเขา ใช้ร่างกายแกร่งของเขาต่างหมอนข้างมนุษย์ ซอนโฮนอนตัวแข็งทื่อ เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของปีศาจสาวที่แสนอันตรายอยู่แนบชิด เขามองเพดานห้องที่มืดสนิท ความสับสนตีกันมั่วในหัว เขาควรจะเกลียดเธอ... ควรจะหาทางฆ่าเธอ แต่ทำไม... อ้อมกอดที่เย็นเฉียบนี้ กลับทำให้เขารู้สึก ‘ปลอดภัย’ อย่างน่าประหลาด? . . เช้าวันต่อมา แสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา ซอนโฮตื่นขึ้นมาพร้อมกับความว่างเปล่าข้างกาย มายด์หายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมจางๆ และรอยแดงช้ำที่ต้นคอเขา เขาอาบน้ำแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ถูกเตรียมไว้ให้ เสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวกับกางเกงสแล็คสีดำ ทำให้เขาดูเหมือนบอดี้การ์ดมืออาชีพมากกว่านักล่าปีศาจ ซอนโฮเดินลงมาที่ห้องอาหารชั้นล่าง โต๊ะอาหารยาวเหยียดมีเพียงมายด์นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ เธอกำลังจิบกาแฟดำ (หรืออาจจะเป็นเลือดผสมกาแฟ) และอ่านแท็บเล็ต “ตื่นสายนะ...” เธอทักโดยไม่เงยหน้า “นั่งสิ” ซอนโฮนั่งลงที่เก้าอี้ทางขวามือของเธอ อาหารเช้าแบบอเมริกันถูกเสิร์ฟตรงหน้า “วันนี้ฉันมีประชุมที่บริษัท” “แกต้องไปกับฉันในฐานะหัวหน้าบอดี้การ์ดคนใหม่” มายด์วางแท็บเล็ตลง หันมามองเขา “ทำตัวให้สมกับตำแหน่งล่ะ... อย่าไปกัดใครสุ่มสี่สุ่มห้าเหมือนเมื่อคืน” “ผมไม่ใช่หมาบ้า” ซอนโฮตอบเสียงเรียบ “แล้วเรื่องเด็กที่ผมช่วยไว้เมื่อคืน... พวกเขาปลอดภัยดีไหม?” มายด์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก “ปลอดภัย... ฉันส่งคนไปส่งพวกมันที่ชายแดนแล้ว” “แกนี่มันใจบุญผิดวิสัยนักฆ่าจริงๆ” ซอนโฮถอนหายใจโล่งอก อย่างน้อยปีศาจตนนี้ก็ยังรักษาสัญญา ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังมาจากหน้าห้องอาหาร พร้อมกับประตูที่ถูกเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มเดินเข้ามา ใบหน้าหล่อเหลาแบบลูกครึ่งตะวันตก ผมสีทองสว่าง ดวงตาสีฟ้าซีดที่ดูเจ้าเล่ห์และหยิ่งยโส “อรุณสวัสดิ์ครับมายด์... ที่รัก” ชายคนนั้นเดินตรงเข้ามาจะหอมแก้มมายด์ แต่มายด์เบี่ยงหน้าหลบเล็กน้อยอย่างแนบเนียน “มีธุระอะไรแต่เช้าคะ... เควิน” เควิน ชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อน สายตาของเขาเหลือบมาเห็นซอนโฮที่นั่งหน้านิ่งอยู่ ดวงตาสีฟ้าซีดแปรเปลี่ยนเป็นความรังเกียจทันที “แล้วนี่ใคร?” “ทำไมถึงมี ‘กลิ่นสาบมนุษย์’ มานั่งร่วมโต๊ะกับพวกเรา?” เควินเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างหลังเก้าอี้ของซอนโฮ เขาโน้มตัวลงมาทำจมูกฟุดฟิดด้วยท่าทางเหยียดหยาม “กลิ่นเหมือนพวกบาทหลวงตกอับ...” “มายด์... คุณเก็บขยะมาเลี้ยงอีกแล้วเหรอ?” ซอนโฮกำมีดหั่นสเต็กในมือแน่น เส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน ไอ้หมอนี่... เป็นแวมไพร์เหมือนกัน แถมระดับพลังดูจะไม่ธรรมดา “เขาชื่อซอนโฮ... บอดี้การ์ดส่วนตัวของฉัน” มายด์ตอบเสียงเรียบ แต่แฝงอำนาจ “และเขาก็ไม่ใช่ขยะ... แต่เป็น ‘คนของฉัน’” “ระวังปากหน่อยเควิน... ก่อนที่ฟันสวยๆ ของคุณจะหักหมดปาก” เควินหน้าตึงขึ้นมาทันที เขาจ้องหน้าซอนโฮด้วยความอาฆาต ก่อนจะกระซิบเสียงต่ำที่ได้ยินกันแค่สองคน “บอดี้การ์ดงั้นเหรอ...” “ระวังตัวไว้เถอะไอ้หน้าจืด” “ตำแหน่งคนข้างกายมายด์... มันมีเจ้าของแล้ว” “และถ้ามึงคิดจะมาแย่ง...” เควินบีบไหล่ซอนโฮแน่น เล็บจิกผ่านเนื้อผ้าลงไป “กูจะสูบเลือดมึงจนหยดสุดท้าย แล้วโยนศพให้หมากิน” ซอนโฮวางมีดลงช้าๆ เขาค่อยๆ หันหน้าไปสบตากับเควิน นัยน์ตาสีดำสนิทของนักล่าไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย “ก็ลองดูสิครับ...” “ผมเองก็เพิ่งจะฆ่าหมาตัวใหญ่ไปเมื่อคืน” “ถ้าจะฆ่าหมาฝรั่งเพิ่มอีกสักตัว... ก็คงไม่เหนือบ่ากว่าแรง” บรรยากาศในห้องอาหารตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด สองสายตาปะทะกันอย่างดุเดือด โดยมีมายด์นั่งจิบกาแฟมองดูเหตุการณ์ด้วยรอยยิ้มมุมปาก ดูเหมือนว่า... ชีวิตในบ้านหลังนี้ จะไม่มีคำว่า ‘สงบสุข’ สำหรับซอนโฮจริงๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD