กลิ่นหอมของดอกกุหลาบที่เริ่มเน่าเปื่อยยังคงติดตรึงอยู่ที่ปลายจมูก
แม้ว่าเวลาจะผ่านไปเกือบยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้วก็ตาม
ซอนโฮ ยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานเก่าในห้องน้ำหลังร้าน
เขาวักน้ำเย็นจัดสาดเข้าใส่ใบหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เพื่อหวังจะชะล้างความร้อนรุ่มที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือด
หยดน้ำเกาะพราวบนใบหน้าคมเข้มและไล่ลงมาตามลำคอแกร่ง
เขาเงยหน้าขึ้นมองเงาสะท้อนของตัวเอง
ดวงตาที่เคยว่างเปล่า... บัดนี้กลับมีร่องรอยของความสับสนและความอัปยศเจือปนอยู่
สายตาของเขาเลื่อนลงมาที่ต้นคอข้างขวา
รอยแดงจางๆ ที่เกิดจากปลายลิ้นและเขี้ยวของ มายด์ เมื่อคืนนี้
มันไม่ได้จางหายไป... แต่มันกลับเด่นชัดขึ้นราวกับตราประทับตีทะเบียนสัตว์เลี้ยง
“แม่งเอ๊ย...”
ซอนโฮสบถเสียงต่ำ กำหมัดแน่นจนทุบลงบนอ่างล้างหน้า
ความเจ็บใจแล่นพล่าน
เขาคือนักล่าปีศาจ... คือมือสังหารที่วาติกันภาคภูมิใจในความเหี้ยมโหด
แต่เมื่อคืน เขากลับยืนตัวแข็งทื่อ ปล่อยให้ปีศาจสาวลูบคลำและดูถูกศักดิ์ศรี
แถมร่างกายระยำนี่... ยังตื่นตัวตอบรับสัมผัสของเธออย่างหน้าไม่อาย
ครืด... ครืด...
โทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนชักโครกสั่นเตือน
ข้อความใหม่จาก 'โยฮัน' ถูกส่งเข้ามา
[Status Update: เป้าหมายเริ่มเคลื่อนไหว คืนนี้มีการชุมนุมที่คฤหาสน์วรโชติ]
[Order: แทรกซึมและสังเกตการณ์ ห้ามลงมือจนกว่าจะมีคำสั่ง]
ซอนโฮแสยะยิ้มสมเพช
'แทรกซึม' งั้นเหรอ?
ทางเลือกของเขาถูกบีบให้แคบลงจนเหลือแค่ทางเดียว
ไม่ใช่เพื่อภารกิจบ้าบอนั่น... แต่เพื่อความอยู่รอดของตัวเขาเอง
เขาจำแววตาสีเลือดคู่นั้นได้ดี
ถ้าเขาปฏิเสธ... เธอจะตามล่าเขา
และในสภาพที่ไร้การสนับสนุนจากศาสนจักรแบบนี้ เขาไม่มีทางหนีพ้น
“เออ... อยากได้กูเป็นหมาเฝ้าบ้านนักใช่ไหม”
เขาพึมพำกับตัวเอง พลางเดินกลับไปหยิบเสื้อเชิ้ตสีดำตัวเก่งมาสวม
ทับรอยสักและรอยแผลเป็นให้มิดชิด
“เดี๋ยวมึงจะได้รู้ว่าหมาตัวนี้... มันกัดเจ็บแค่ไหน”
คฤหาสน์วรโชติ ตั้งตระหง่านอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตพื้นที่ส่วนบุคคลที่เงียบสงัด
กำแพงรั้วสูงตระหง่านถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์หนาทึบ
ประตูเหล็กดัดลวดลายวิจิตรเปิดออกช้าๆ ราวกับรู้ล่วงหน้าว่าเขาจะมา
ซอนโฮเดินผ่านสวนกว้างที่ตกแต่งสไตล์ยุโรปผสมเอเชีย
รูปปั้นนางอัปสรถือโถน้ำตั้งเรียงรายดูมีมนต์ขลังและน่าขนลุก
บรรยากาศที่นี่วังเวง... แต่กลับหอมอบอวลไปด้วยกลิ่นดอกราตรีและกลิ่นคาวหวานที่คุ้นเคย
ทันทีที่เท้าของเขาเหยียบลงบนบันไดหินอ่อนหน้าตึกใหญ่
ประตูไม้สักบานมหึมาก็ถูกเปิดออกโดยสาวใช้ในชุดกระโปรงยาวสีดำสองคน
พวกเธอมีใบหน้าซีดเซียวและดวงตาที่เหม่อลอย
“นายหญิงรออยู่ชั้นบนเจ้าค่ะ...”
เสียงของพวกเธอประสานกันอย่างราบเรียบไร้อารมณ์
ราวกับตุ๊กตาไขลานที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้
ซอนโฮพยักหน้าเล็กน้อย มือขวาลูบที่เอวเพื่อเช็คว่ากริชเงินยังอยู่ดี
เขาเดินก้าวขึ้นบันไดวนที่ปูด้วยพรมสีเลือดหมู
ทุกย่างก้าวสะท้อนก้องไปในความเงียบ
หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามจังหวะการก้าวเดิน
ไม่ใช่ความกลัว... แต่มันคือความตื่นเต้นของสัญชาตญาณที่กำลังจะได้เจอ 'คู่ปรับ'
เมื่อถึงชั้นบนสุด ประตูบานคู่ที่สลักลวดลายงูพันไม้กางเขนก็เปิดรออยู่
ภายในห้องกว้างขวางที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์หลุยส์สีทองตัดดำ
แสงไฟสลัวจากโคมระย้าคริสตัลสาดส่องลงมาที่กลางห้อง
ร่างระหงของ มายด์ นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาบุกำมะหยี่สีแดงสด
ในมือถือแก้วไวน์ทรงสูงที่บรรจุของเหลวสีแดงข้นคลั่ก
คืนนี้เธอไม่ได้สวมชุดเดรสออกงานเหมือนเมื่อวาน
แต่สวมเพียง 'ชุดคลุมอาบน้ำผ้าไหมสีดำ' ที่มัดเอวไว้อย่างหลวมๆ
เนื้อผ้าที่ลื่นไหลทิ้งตัวลงมาตามสรีระ
สาบเสื้อที่แยกออกจากกันเผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนยาวสวยที่พาดไขว่กันอยู่
และเนินอกอวบอิ่มที่โผล่พ้นขอบผ้าออกมาทักทายสายตาอย่างหมิ่นเหม่
“ตรงเวลาดีนี่... ซอนโฮ”
เธอเอ่ยทักโดยไม่หันมามอง จิบของเหลวในแก้วช้าๆ
ริมฝีปากสีแดงสดของเธอเคลือบไปด้วยคราบสีแดงจางๆ ที่ดูเหมือนเลือดมากกว่าไวน์
ซอนโฮเดินเข้าไปหยุดยืนอยู่กลางห้อง รักษาระยะห่างไว้พอสมควร
“ผมมาตามนัด... เพื่อคุยเรื่องข้อเสนอ”
มายด์วางแก้วลงบนโต๊ะกระจก
เธอค่อยๆ หันหน้ามาสบตาเขา
ดวงตาสีทับทิมวาวโรจน์ด้วยความพึงพอใจ
“ข้อเสนอเหรอ?”
เธอลุกขึ้นยืน แล้วเดินนวยนาดเข้ามาหาเขา
ชายผ้าคลุมสะบัดพลิ้ว เผยให้เห็นต้นขาด้านในที่ขาวผ่องจนน่าใจหาย
“ฉันนึกว่าแกมาเพื่อ 'มอบตัว' ซะอีก”
ซอนโฮยืนนิ่ง พยายามบังคับสายตาไม่ให้มองต่ำ
แต่กลิ่นฟีโรโมนของเธอมันรุนแรงกว่าเมื่อวานหลายเท่า
เหมือนเธอกำลังจงใจปล่อยมันออกมาเพื่อกดดันเขา
“ผมยอมรับงานของคุณ... ในฐานะผู้จ้างวานกับลูกจ้าง”
“ไม่ใช่ทาส”
เขาเน้นเสียงหนักแน่น
มายด์หัวเราะเบาๆ เดินวนรอบตัวเขาเหมือนเสือสาวที่กำลังสำรวจเหยื่อ
ปลายนิ้วเย็นเฉียบของเธอลากไล้ไปตามแผ่นหลังกว้างของเขาผ่านเสื้อเชิ้ต
“จุ๊ๆ... อย่าเพิ่งตั้งแง่สิพ่อหนุ่ม”
“กฎข้อแรกของการอยู่ที่นี่... คือแกไม่มีสิทธิ์ต่อรอง”
ทันใดนั้น เธอก็มายืนประจันหน้าเขา
มือเรียวคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อเชิ้ตของซอนโฮ
แล้วออกแรงกระชากอย่างแรงเพียงครั้งเดียว
แคว่ก!
เสียงกระดุมเสื้อหลุดกระเด็นกลิ้งไปตามพื้นพรม
เสื้อเชิ้ตสีดำขาดวิ่น เผยให้เห็นแผงอกเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม
และรอยสักยันต์ห้าแถวที่กลางอก รวมถึงรอยแผลเป็นจากกรงเล็บปีศาจ
“คุณทำบ้าอะไร!”
ซอนโฮตวาดลั่น จะผลักเธอออก
แต่มายด์กลับเร็วกว่า เธอใช้มือข้างหนึ่งกดไหล่เขาไว้
แรงกดมหาศาลทำให้เขาทรุดฮวบลงไปคุกเข่ากับพื้นทันที
ตุ้บ!
เข่าของเขากระแทกพื้นพรมอย่างแรง
ความเจ็บปวดแล่นริ้ว แต่สิ่งที่เจ็บกว่าคือศักดิ์ศรี
ตอนนี้เขากำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าหว่างขาของเธอพอดี
มุมมองจากด้านล่างทำให้เขาเห็นเรียวขาขาวผ่องที่ซ่อนอยู่ใต้ชุดคลุมได้อย่างชัดเจน
และความมืดมิดที่จุดกึ่งกลางกายสาวที่อยู่ห่างจากใบหน้าเขาเพียงคืบ
“เงยหน้าขึ้น...”
เธอสั่งเสียงเรียบ แต่แฝงอำนาจที่ขัดขืนไม่ได้
ซอนโฮกัดฟันแน่น แต่ก็จำต้องเงยหน้าขึ้นมอง
ภาพที่เห็นคือมายด์ที่ก้มลงมองเขาด้วยสายตาของผู้เหนือกว่า
หน้าอกอวบอิ่มที่โน้มลงมาแทบจะหกออกจากชุดคลุม
“สวยงาม...”
เธอไม่ได้ชมหน้าเขา แต่ปลายนิ้วของเธอกำลังลูบไล้ไปตามรอยแผลเป็นบนหน้าอกเขา
“ร่องรอยของการต่อสู้... กลิ่นคาวเลือดที่ฝังลึกในผิวหนัง”
“นี่แหละคือศิลปะที่ฉันตามหา”
เธอใช้เล็บคมๆ กรีดลงบนยอดอกสีเข้มของเขาเบาๆ
ซอนโฮสะดุ้งเฮือก ร่างกายกระตุกเกร็ง
ความเสียวซ่านแล่นปราดจากจุดที่เธอสัมผัสลงไปสู่เบื้องล่างทันที
“อึก... อย่า...”
“ร่างกายแกมันเรียกร้องนะซอนโฮ... อย่าโกหกตัวเอง”
มายด์ย่อตัวลงมานั่งยองๆ ตรงหน้าเขา
ทำให้ชุดคลุมเปิดกว้างขึ้นจนเห็นเนินเนื้อขาวๆ ของต้นขาด้านใน
เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้ จนจมูกแทบชนกัน
“ก่อนจะเริ่มงาน... ฉันต้อง 'ตรวจสินค้า' ก่อน”
“ว่าหมาตัวใหม่ของฉัน... มันสมบูรณ์ดีทุกส่วนหรือเปล่า”
มือของเธอเลื่อนต่ำลงจากหน้าอก ผ่านลอนกล้ามท้องที่เกร็งแน่น
ลงไปหยุดอยู่ที่ขอบกางเกงสแล็คสีดำ
“ถอดกางเกงออกซะ”
คำสั่งนั้นเหมือนสายฟ้าฟาด
ซอนโฮเบิกตากว้าง จ้องมองเธอด้วยความโกรธจัด
“ไม่มีทาง! ผมมารับงานคุ้มกัน ไม่ใช่มาขายตัว!”
เพียะ!
ฝ่ามือเรียวตบเข้าที่ใบหน้าคมของเขาฉาดใหญ่
หน้าของซอนโฮหันไปตามแรงตบ รสเลือดฝาดๆ ซึมออกมาที่มุมปาก
มันไม่ได้แรงมากจนบาดเจ็บสาหัส แต่มันคือการสั่งสอน
“ฉันไม่ได้ถามความสมัครใจ... แต่ฉันสั่ง”
มายด์บีบคางเขาให้หันกลับมา
ดวงตาของเธอตอนนี้แดงก่ำและน่ากลัวจนขนหัวลุก
“แกคิดว่าแกมีทางเลือกเหรอ?”
“ข้างนอกนั่น... วาติกันทิ้งแกแล้ว”
“ในโลกมืด... ค่าหัวแกสูงลิบลิ่ว”
“มีแค่ฉันคนเดียวที่จะคุ้มกะลาหัวแกได้”
“แค่ถอดกางเกงให้ฉันเช็คความพร้อม... มันจะตายหรือไง?”
ซอนโฮจ้องตาเธอด้วยความคับแค้น
แต่สมองส่วนเหตุผลก็ตะโกนบอกว่าเธอพูดถูก
เขาไม่มีที่ไปแล้วจริงๆ
มือที่สั่นเทาของเขาค่อยๆ เลื่อนไปปลดเข็มขัดหนังราคาถูก
เสียงหัวเข็มขัดกระทบกันดังกริ๊กท่ามกลางความเงียบ
เขาค่อยๆ รูดซิปกางเกงลงอย่างเชื่องช้า
ความอัปยศถาโถมเข้ามาจนหน้าแดงก่ำ
มายด์จ้องมองทุกการกระทำของเขาด้วยรอยยิ้มพอใจ
เมื่อกางเกงและชั้นในถูกร่นลงไปกองที่หน้าขา
เผยให้เห็นแก่นกายความเป็นชายที่กำลังตื่นตัวและขยายขนาดขึ้นอย่างไม่อาจห้ามได้
ทั้งจากความโกรธ ความอาย และแรงกระตุ้นทางเพศที่เธอป้อนให้
“หึ...”
มายด์ส่งเสียงในลำคอ สายตาจับจ้องไปที่ส่วนนั้นอย่างไม่วางตา
“ขนาดใช้ได้นี่... สมกับเป็นลูกครึ่ง”
เธอไม่ได้ใช้มือสัมผัสมันโดยตรง
แต่เธอใช้ 'ปลายเล็บ' เขี่ยเบาๆ ที่ส่วนหัวที่เริ่มมีน้ำปริ่มออกมา
“อ๊า!”
ซอนโฮเผลอร้องออกมา ร่างกายแอ่นเกร็งรับสัมผัส
ความเสียวซ่านที่เหมือนถูกไฟช็อตแล่นไปทั่วร่าง
“ไวต่อความรู้สึกดีจังนะ...”
“แบบนี้สิ... ถึงจะฝึกง่าย”
มายด์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอีกครั้ง ทิ้งให้ซอนโฮคุกเข่าเปลือยท่อนล่างอยู่อย่างนั้น
เธอมองดูเขาที่กำลังหอบหายใจหนักหน่วง พยายามควบคุมตัวเองไม่ให้แตกตื่นไปมากกว่านี้
“บททดสอบแรกผ่าน”
“ร่างกายแกแข็งแรงดี... และตอบสนองต่อคำสั่งของฉันได้ดีเยี่ยม”
เธอเดินกลับไปหยิบแก้วไวน์ที่วางทิ้งไว้
ก่อนจะเดินกลับมายืนค้ำหัวเขา
แล้วค่อยๆ เทของเหลวสีแดงในแก้ว... ราดลงบนศีรษะของซอนโฮ
ซ่า...
ของเหลวเย็นเยียบและเหนียวเหนอะหนะไหลผ่านเส้นผม ใบหน้า และลำตัวของเขา
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง... นี่ไม่ใช่ไวน์
แต่เป็นเลือดสดๆ
“นี่คือพิธีกรรมรับน้องใหม่”
มายด์กล่าวเสียงเย็น
“จงจำกลิ่นนี้ไว้... นี่คือกลิ่นของนายหญิงของแก”
“และจงจำความรู้สึกต่ำต้อยนี้ไว้ซอนโฮ”
“เพราะต่อจากนี้... ไม่ว่าแกจะเก่งมาจากไหน”
“เมื่ออยู่ต่อหน้าฉัน... แกต้องอยู่ในท่านี้เสมอ”
ซอนโฮหลับตาลง เลือดไหลเข้าตาจนแสบพร่า
เขาลิ้มรสเลือดที่ไหลผ่านริมฝีปาก... รสชาติของมันหวานล้ำและทรงพลังอย่างประหลาด
ความโกรธเกรี้ยวในใจค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความยอมจำนนที่น่าหวาดหวั่น
“ครับ... นายหญิง”
เขาตอบรับเสียงพร่า
มายด์ยิ้มกว้างอย่างผู้กำชัยชนะ
“ดีมาก...”
“ไปล้างตัวซะ... คืนนี้แกต้องไปกับฉัน”
“เรามีปาร์ตี้ล่าเหยื่อที่ต้องไปสนุกกัน”
“และฉันหวังว่า... แกคงจะไม่ทำให้ฉันขายหน้านะ”
“หมาน้อยของฉัน”