ท่ามกลางหยดฝนที่ทิ้งตัวลงมาอย่างบ้าคลั่งในย่านตลาดน้อย
ซอยแคบๆ ที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมันและกลิ่นสนิมเหล็ก
แสงไฟจากโคมถนนกะพริบถี่ๆ เหมือนคนใกล้ตาย
ที่นี่คือที่ซ่อนตัวของปีศาจ... และคนที่เลวร้ายยิ่งกว่าปีศาจ
ซอนโฮ นั่งอยู่ท่ามกลางกองซากปรักหักพังของประวัติศาสตร์
ร้านขายของเก่าของเขามืดสลัว มีเพียงแสงเทียนเล่มเดียวที่ปักอยู่บนกะโหลกมนุษย์
เขากำลังใช้ผ้าไหมเนื้อละเอียดลูบไล้ไปตามแนวคมของกริชเงิน
ดวงตาคมปลาบจ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองในใบมีด
มันไม่ใช่ดวงตาของนักบุญที่เปี่ยมด้วยเมตตา
แต่มันคือดวงตาของคนที่เคยเห็นนรกมาแล้วทุกขุม
เขาลูบรอยสักรูปกางเขนที่ข้อมือข้างซ้าย
รอยหมึกสีดำที่ฝังลึกเข้าไปในผิวหนัง
เหมือนโซ่ตรวนที่คอยย้ำเตือนถึงความล้มเหลวในอดีต
อดีตบาทหลวงที่มือเปื้อนเลือด...
คนที่พระเจ้าไม่ต้องการ และนรกก็ยังไม่เปิดรับ
"สุดท้าย... เราก็แค่ขยะที่ถูกลืม"
เสียงทุ้มต่ำพึมพำผ่านลำคอที่แห้งผาก
เขาหยิบแก้วเหล้าสีอำพันขึ้นมาจิบช้าๆ
ความร้อนแรงของแอลกอฮอล์บาดลึกลงไปในอก
แต่มันกลับเทียบไม่ได้เลยกับความรุ่มร้อนที่อยู่ลึกข้างใน
มันคือความกระหายที่รุนแรงและมืดบอด
ความรู้สึกเหมือนมีเข็มพันเล่มทิ่มแทงไปตามเส้นเลือด
เขาต้องกิน... แต่ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ปกติกินกัน
กริ๊ง...
เสียงระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นแผ่วเบาท่ามกลางเสียงฟ้าร้อง
ซอนโฮชะงักมือ
กลิ่นหอมบางอย่างที่ประหลาดและทรงพลังลอยเข้ามา
มันไม่ใช่กลิ่นของน้ำฝน
แต่มันคือกลิ่นของน้ำหอมราคาแพง...
ผสมกับกลิ่นคาวหวานของเลือดที่เข้มข้นจนเขาแทบคลั่ง
เงาร่างระหงปรากฏขึ้นที่หน้าประตู
ร่างนั้นก้าวเข้ามาในร้านอย่างเนิบนาบ
ทุกย่างก้าวดูสูงศักดิ์และทรงอำนาจจนอากาศรอบตัวบีบคั้น
ซอนโฮวางกริชลงช้าๆ ใจของเขาเต้นรัวด้วยความตื่นตัว
"ปิดร้านแล้ว... เชิญออกไป"
เขาเอ่ยเสียงเรียบโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
ทว่าผู้มาเยือนกลับไม่ขยับไปไหน
เธอก้าวเข้ามาจนถึงหน้าโต๊ะไม้ตัวหนา
ไอเย็นจากร่างกายของเธอแผ่ซ่านออกมาจนเขาต้องขมวดคิ้ว
"ร้านของเก่าที่มีแต่ของเน่าๆ แบบนี้..."
"เจ้าของร้านก็น่าจะเน่าเฟียะพอกันจริงไหม?"
น้ำเสียงนั้นหวานนุ่มลึกแต่แฝงไปด้วยการเหยียดหยาม
ซอนโฮเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ
และนั่นคือวินาทีที่โลกของเขาหยุดหมุน
ผู้หญิงตรงหน้ามีผิวขาวซีดราวกระเบื้องเคลือบที่เพิ่งผ่านการเจียระไน
เส้นผมสีดำสนิทดุจขนนกกาเหว่าไหลเปียกชื้นแนบไปกับแผ่นหลัง
เธอสวมชุดเดรสสายเดี่ยวรัดรูปสีแดงเพลิงที่เว้าลึกจนเห็นเนินอกอวบอิ่ม
น้ำฝนที่เกาะอยู่ตามผิวเนื้อเนียนละเอียดส่องประกายวาววับใต้แสงเทียน
แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือดวงตาคู่ข้างนั้น...
มันคือดวงตาสีแดงฉานดั่งเลือดนกที่วาวโรจน์ท่ามกลางความมืด
มายด์ ยืนจ้องมองเขาด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก
สายตาของเธอไม่ได้มองเขาเหมือนลูกค้ามองคนขาย
แต่มองเหมือนราชินีที่กำลังพิจารณาเหยื่อ
เธอกวาดสายตามองไปที่ลำคอแกร่งของซอนโฮ
มองไปที่เส้นเลือดใหญ่ที่เต้นเป็นจังหวะอยู่ใต้ผิวหนังของเขา
"ได้กลิ่นไหม... ซอนโฮ?"
เธอโน้มตัวลงมาช้าๆ
หน้าอกอวบหยุ่นที่ถูกบีบอัดภายใต้เดรสรัดรูปเบียดชิดขอบโต๊ะ
ความอลังการของสรีระนั้นอยู่ห่างจากหน้าเขาเพียงไม่กี่นิ้ว
กลิ่นหอมของเธอรุนแรงจนเขาเริ่มมึนงง
"กลิ่นของความตายที่กำลังเรียกหาแก..."
ซอนโฮกำหมัดแน่นใต้โต๊ะจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ
เขารู้สึกได้ถึงความร้อนที่พุ่งพล่านไปที่กลางกาย
สัญชาตญาณดิบในตัวเขากำลังกรีดร้องให้เขาพุ่งเข้าไปตะครุบเธอ
ให้เขากัดกินเธอ... หรือไม่ก็ยอมให้เธอกัดกินเขาให้ตายไปเสียตรงนี้
"เธอเป็นใคร..."
เขาเค้นเสียงถามผ่านไรฟันที่บดเข้าหากันแน่น
มายด์ไม่ตอบ แต่เธอกลับเอื้อมมือเรียวขาวมาแตะที่กางเขนบนข้อมือเขา
สัมผัสนั้นเย็นจัดจนเขาสะดุ้ง
เธอกดปลายนิ้วลงบนรอยสักนั้นอย่างแรงจนซอนโฮต้องนิ่วหน้า
"ฉันคือคนที่จะมาเปลี่ยนนรกของแก... ให้กลายเป็นสวรรค์ที่แปดเปื้อน"
เธอกระซิบชิดใบหู ลมหายใจเย็นๆ ของเธอทำให้เขาขนลุกชัน
"แต่ก่อนอื่น... แกต้องเรียนรู้ที่จะหมอบคลานก่อน"
ซอนโฮพยายามจะลุกขึ้นขัดขืน
แต่เพียงแค่เธอกดปลายนิ้วลงบนไหล่ แรงกดนั้นก็มหาศาลจนเขาขยับไม่ได้
ร่างกายของเขาดูเหมือนจะทรยศต่อเจตนารมณ์
เขารู้สึกได้ถึงความปวดหนึบที่แก่นกายอย่างรุนแรง
ความเงียบครอบคลุมไปทั่วร้าน มีเพียงเสียงหอบหายใจของเขา
และเสียงหัวใจที่เต้นรัวของคนตรงหน้าที่ดังราวกับกลองรบ
สงครามระหว่าง 'นักบุญที่หลงทาง' กับ 'นางพญาที่หิวกระหาย' ได้เริ่มขึ้นแล้ว
โดยที่ซอนโฮไม่มีทางรู้เลยว่า...
นี่คือจุดเริ่มต้นของพันธนาการที่เขาไม่มีวันหนีพ้น
และร่างกายของเขา...
กำลังจะถูกใช้เป็นเครื่องสังเวยให้กับตัณหาที่ไม่มีวันสิ้นสุด