สนามรบหน้าคฤหาสน์วรโชติ
บรรยากาศรอบตัว ซอนโฮ บิดเบี้ยวด้วยความร้อนแรง
เงาสีแดงดำที่แผ่ออกมาจากร่างของ ‘ราชาปีศาจ’
ทำให้หญ้าที่เหยียบยืนแห้งเหี่ยวและลุกไหม้
เขาค่อยๆ ก้าวเดินไปหา เควิน
เสียงฝีเท้าหนักแน่นเหมือนจังหวะกลองประหาร
“แก... แกเป็นตัวอะไรกันแน่!”
เควินตะเกียกตะกายลุกขึ้น
ใบหน้าหล่อเหลาเปรอะเปื้อนเลือดและโคลน
ความหยิ่งยโสหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวสุดขีด
“กูคือฝันร้ายของมึง...”
ซอนโฮตอบเสียงทุ้มต่ำที่ก้องกังวาน
“ดาบแสงสุริยันงั้นเหรอ?”
“เอามานี่!”
เขาแบมือออก
พลังเงาสีแดงดูดกระชากดาบทองคำจากมือเควินลอยเข้าหาตัว
หมับ!
ซอนโฮกำใบดาบที่แหลมคมด้วยมือเปล่า
เพล้ง!
เขาออกแรงบีบเพียงนิดเดียว
ดาบศักดิ์สิทธิ์ประจำตระกูลอัศวเหม... แตกละเอียดเป็นชิ้นๆ!
เศษเหล็กทองคำร่วงกราวลงพื้นราวกับขยะ
“ไม่! ดาบของตระกูล!”
เควินกรีดร้องเหมือนคนเสียสติ
“หมดเวลาเล่นแล้วไอ้สวะ”
ฟุ่บ!
ชั่วพริบตาเดียว ซอนโฮหายตัวไปปรากฏตรงหน้าเควิน
มือหนาที่หุ้มด้วยเกราะเงาคว้าหมับเข้าที่ลำคอของอีกฝ่าย
ยกร่างสูงของเควินลอยขึ้นจากพื้น
“อั่ก... ปล่อย... กู...”
เควินดิ้นพล่าน ขาแกว่งไปมากลางอากาศ
“มึงแตะต้องเมียกู...”
“มึงทำให้นายหญิงต้องหลั่งเลือด”
ดวงตาสีแดงฉานของซอนโฮจ้องลึกเข้าไปในตาที่เบิกโพลงของเควิน
“แขนข้างไหนที่มึงใช้ฟันกู?”
“ข้างขวาสินะ?”
แคว่ก!!!
“อ๊ากกกกกกก!”
ซอนโฮกระชากแขนขวาของเควินขาดออกจากลำตัวสดๆ!
เลือดสีแดงข้นพุ่งกระฉูดเหมือนน้ำพุ
สาดกระจายเต็มหน้าซอนโฮ
แต่เขากลับแสยะยิ้ม... ลิ้มรสเลือดศัตรูด้วยความสะใจ
“นี่แค่ดอกเบี้ย...”
เขาเหวี่ยงร่างไร้แขนของเควินไปกระแทกกับซากม้าปีศาจ
โครม!
เควินนอนชักกระตุก ร้องโหยหวนด้วยความทรมานแสนสาหัส
.
.
บนท้องฟ้าเหนือคฤหาสน์
อลิซ มองดูพี่ชายถูกฉีกแขนด้วยความตกตะลึง
“พ... พี่เควิน!”
“แก! ไอ้ปีศาจ! แกทำลายของเล่นของฉัน!”
เธอตวัดร่มลูกไม้สีดำ
“ฆ่ามัน! ฆ่ามันให้หมด!”
ฝูงตุ๊กตาผีและกองทัพผีดิบที่เหลือ
เปลี่ยนเป้าหมายจากตัวบ้าน พุ่งเข้าใส่ซอนโฮเป็นจุดเดียว
“น่ารำคาญ...”
ซอนโฮเงยหน้ามองฟ้า
ปีกเงาสีแดงที่กลางหลังกางสยายออกกว้างกว่า 4 เมตร
“อาณาเขตราชันย์ : แดนประหาร!”
ตูมมมม!
คลื่นพลังสีแดงดำระเบิดออกจากตัวเขาเป็นวงกว้าง
กวาดล้างทุกอย่างในรัศมี 100 เมตร
ผีดิบที่โดนคลื่นพลัง ร่างกายระเบิดออกเป็นหมอกเลือดทันที
ตุ๊กตาผีของอลิซถูกเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าถ่านกลางอากาศ
“ไม่นะ! ลูกๆ ของฉัน!”
อลิซกรีดร้อง
ฟุ่บ!
ซอนโฮกระพือปีก พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
เร็วยิ่งกว่าจรวด
เขาโผล่มาอยู่ตรงหน้าอลิซในเสี้ยววินาที
“ถึงตามึงแล้ว... ยัยแม่มด”
“ย... อย่าเข้ามานะ!”
อลิซพยายามร่ายมนต์ป้องกัน
แต่ซอนโฮปัดมันทิ้งเหมือนปัดแมลงวัน
มือใหญ่คว้าเข้าที่ศีรษะเล็กๆ ของเธอ
“ชอบเล่นตุ๊กตามากใช่ไหม?”
“งั้นลองเป็นตุ๊กตาที่ถูกทิ้งดูบ้างไหมล่ะ!”
เขาบีบศีรษะเธอแน่น จนได้ยินเสียงกะโหลกลั่นเปรี้ยะ
แล้วเหวี่ยงร่างเธอดิ่งพสุธาลงสู่พื้นดิน
ฟิ้ววววว...
ตูม!!!
ร่างของอลิซกระแทกพื้นสนามหญ้าจนเกิดหลุมลึก
เธอนอนแน่นิ่ง กระดูกหักไปทั้งตัว
เลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด
หมดสภาพแม่มดผู้ยิ่งใหญ่
.
.
สนามรบเงียบสงัดลงในพริบตา
ศัตรูทั้งหมดถูกกวาดล้าง
เหลือเพียง ซอนโฮ ในร่างราชาปีศาจ
ที่ยืนหอบหายใจอยู่กลางกองซากศพและทะเลเลือด
ไอร้อนยังคงพวยพุ่งออกจากตัวเขา
จิตสังหารยังไม่จางหาย
เขากำลังมองหาเหยื่อรายต่อไป...
“ซอนโฮ...”
เสียงเรียกที่คุ้นเคยดังขึ้น
มายด์ เดินฝ่าซากปรักหักพังเข้ามาหาเขา
เธอยังคงบาดเจ็บ เลือดซึมที่คอ
แต่เธอกลับเดินเข้ามาหาเขาอย่างไม่เกรงกลัว
“พอแล้ว...”
“จบแล้วซอนโฮ”
ซอนโฮหันขวับไปมองเธอ
ดวงตาสีแดงฉานจ้องเขม็ง
เขายกมือที่เปื้อนเลือดขึ้น... เหมือนจะทำร้าย
เหล่าแม่บ้านและบอดี้การ์ดต่างกรีดร้องห้าม
“คุณหนู! อย่าเข้าไปค่ะ!”
“เขาคุมตัวเองไม่ได้แล้ว!”
แต่มายด์ไม่สนใจ
เธอเดินเข้าไปจนประชิดตัวเขา
แล้วสวมกอดเอวสอบของเขาไว้แน่น
ซบหน้าลงกับเกราะเงาที่ร้อนระอุ
“กลับมาหาฉัน...”
“กลับมาเป็นหมาน้อยของฉันเถอะนะ”
ความอบอุ่นและกลิ่นหอมของมายด์
ค่อยๆ แทรกซึมผ่านเกราะแห่งความบ้าคลั่งเข้าไป
หัวใจปีศาจที่เต้นรัวเร็วเริ่มจังหวะช้าลง
“มายด์...”
ซอนโฮกระพริบตา
สีแดงในดวงตาค่อยๆ จางลง กลับกลายเป็นสีดำสนิท
เกราะเงาและปีกสลายกลายเป็นละอองควัน
เขาทรุดตัวลงกอดตอบเธอ
น้ำตาแห่งความโล่งใจไหลริน
“ผม... ผมนึกว่าผมจะเสียคุณไป”
“ไม่หรอก...”
มายด์เงยหน้าขึ้น ยิ้มทั้งน้ำตา
“ตราบใดที่แกยังปกป้องฉันแบบนี้”
“ยมทูตหน้าไหนก็พรากฉันไปไม่ได้”
เธอประคองใบหน้าเขา
แล้วประกบจูบอย่างดูดดื่มท่ามกลางกลิ่นคาวเลือด
จูบแห่งชัยชนะ และการเริ่มต้นใหม่
.
.
3 วันต่อมา
ห้องประชุมสภาโลกมืด (The Sanctuary)
บรรยากาศในห้องประชุมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เก้าอี้ของตระกูลอัศวเหมว่างเปล่า
(ข่าวลือว่าทายาททั้งสองบาดเจ็บสาหัสและหนีไปกบดานที่ต่างประเทศ)
เจ้าสัววาริน และสมาชิกสภาคนอื่นๆ นั่งตัวเกร็ง
เมื่อประตูห้องเปิดออก
มายด์ วรโชติ เดินเข้ามาในชุดสูทสีแดงเลือดหมู
สง่างาม ทรงอำนาจ และเยือกเย็น
และข้างกายเธอ...
ซอนโฮ ในชุดสูทสีดำสนิท
ยืนประกบไม่ห่าง รัศมีความกดดันที่แผ่ออกมาทำให้ผู้อาวุโสหลายคนเหงื่อตก
เขาไม่ใช่แค่นักล่า หรือสัตว์เลี้ยงอีกต่อไป
แต่เขาคือ ‘ผู้พิทักษ์แห่งวรโชติ’ ที่ทุกคนต้องก้มหัวให้
มายด์เดินไปนั่งที่หัวโต๊ะ (ตำแหน่งประธานที่ว่างลง)
เธอกวาดสายตามองทุกคน
“ตั้งแต่วันนี้ไป...”
“กฎระเบียบของโลกมืดในไทย... ฉันจะเป็นคนเขียนใหม่เอง”
“ใครมีปัญหา...”
เธอผายมือไปทางซอนโฮ
ซอนโฮขยับเนกไทเล็กน้อย
ดวงตาสีม่วงวูบวาบขึ้นมาชั่วครู่ พร้อมรอยยิ้มเย็นยะเยือก
“เชิญคุยกับทนายส่วนตัวของฉันได้เลย”
ไม่มีใครกล้าสบตา
ไม่มีใครกล้าคัดค้าน
ราชินีแวมไพร์และราชาปีศาจได้ยึดครองบัลลังก์อย่างสมบูรณ์
.
.
ระเบียงคฤหาสน์วรโชติ (ยามค่ำคืน)
งานเลี้ยงฉลองชัยชนะถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย
ซอนโฮยืนถือแก้วไวน์ (ที่มีเลือดผสม) มองดูพระจันทร์เต็มดวง
มายด์เดินเข้ามากอดเอวเขาจากด้านหลัง
“คิดอะไรอยู่?”
“คิดเรื่องวาติกันครับ...”
ซอนโฮตอบ
“ศึกนี้เราชนะ... แต่โยฮันคงไม่ยอมจบง่ายๆ”
“เขารู้แล้วว่าผมกลายเป็นอะไร”
“สงครามครั้งหน้า... เขาจะส่งกองทัพศักดิ์สิทธิ์มาแน่”
มายด์หมุนตัวเขาให้หันมาหา
“ก็ให้มันมาสิ”
“ตอนนี้เรามีทั้งศิลาอาถรรพ์... มีทั้งกองกำลัง...”
“และที่สำคัญ...”
เธอจับมือเขามาวางที่หน้าท้องของตัวเอง
ยิ้มหวานหยด
“เราอาจจะกำลังมี ‘สมาชิกใหม่’ มาช่วยรบก็ได้นะ”
ซอนโฮเบิกตากว้าง
“คุณหมายความว่า...”
“ก็ไม่รู้สินะ...”
มายด์หัวเราะร่า
“แกเล่นปล่อยในทุกวันขนาดนั้น... มันก็ต้องมีหลุดมาบ้างแหละ”
“เผ่าพันธุ์ใหม่... ลูกครึ่ง GENESIS กับราชินีแวมไพร์”
“ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะแสบขนาดไหน”
ซอนโฮยิ้มกว้างที่สุดในรอบเดือน
เขาอุ้มมายด์ขึ้นจนตัวลอย หมุนไปรอบๆ
“ขอบคุณครับ... ขอบคุณที่เป็นโลกทั้งใบของผม”
“รักนะครับ... นายหญิง”
“รักเหมือนกัน... เจ้าหมาโง่”
ทั้งคู่จูบกันใต้แสงจันทร์
เตรียมพร้อมรับมือกับพายุลูกใหม่ที่กำลังจะมาถึง