คฤหาสน์วรโชติ (เช้ามืด)
แสงจันทร์สีนวลสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่ง
เข้ามาในห้องนอนใหญ่ที่เงียบสงบ
แต่บนเตียงกว้างขนาดคิงไซส์
บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่ยังไม่จางหาย
ซอนโฮ นอนหงาย เปลือยท่อนบน
เผยให้เห็นแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม
และรอยสัก GENESIS รูปปีกนกสีดำ
ที่ตอนนี้ดูเหมือนจะขยับไหวได้เองราวกับมีชีวิต
เขาลืมตาโพลงในความมืด
ดวงตาสีดำสนิทมีประกายสีม่วงวูบวาบ
ความรู้สึกภายในร่างกายมันเปลี่ยนไป...
เหมือนมีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฝังอยู่ในอก
มันสูบฉีดพลังงานมหาศาล
และความต้องการที่ ‘ไม่รู้จักพอ’
“อื้ม... ซอนโฮ...”
มายด์ ขยับตัวตื่นขึ้นข้างๆ เขา
เธอวางมือลงบนหน้าอกของเขา
สัมผัสได้ถึงหัวใจดวงใหม่ที่เต้นแรงและหนักหน่วง
“ยังไม่นอนอีกเหรอ?”
เธอถามเสียงงัวเงีย
“ผมนอนไม่หลับ...”
ซอนโฮตอบเสียงทุ้มต่ำ
เขาพลิกตัวตะแคงเข้าหาเธอ
ใช้สายตาโลมเลียเรือนร่างเปลือยเปล่าของราชินีแวมไพร์
“พลังนี้... มันทำให้ผมตื่นตัวตลอดเวลา”
“และมันเรียกร้องหาคุณ”
มายด์ยิ้มมุมปาก
เธอลูบไล้ไปตามแขนแกร่งของเขา
ที่ตอนนี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้า
“เด็กดื้อ...”
“เมื่อคืนแกจัดไปสามรอบแล้วนะ”
“กะจะให้ฉันเดินไม่ได้เลยหรือไง?”
“แล้วคุณชอบไหมล่ะ?”
ซอนโฮไม่พูดพร่ำทำเพลง
เขาดึงร่างบางเข้ามาบดจูบอย่างดูดดื่ม
ลิ้นร้อนแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานในโพรงปาก
รสจูบของเขาเปลี่ยนไป...
มันดุดัน หิวกระหาย และมีกลิ่นอายของการ ‘ครอบครอง’ อย่างสมบูรณ์
“อื้อ!”
มายด์ครางในลำคอ
เธอสัมผัสได้ว่าเงาสีดำรอบตัวซอนโฮ
กำลังเลื้อยขึ้นมารัดรึงข้อมือและข้อเท้าของเธอ
ตรึงเธอไว้กับเตียงโดยที่เขาไม่ต้องออกแรง
“นี่แก... ใช้พลังกับฉันเหรอ?”
เธอถามเสียงหอบเมื่อเขาถอนริมฝีปากออก
“ขอโทษครับ...”
“มันไปเอง... ผมยังคุมมันไม่ค่อยอยู่”
ซอนโฮทำหน้าสำนึกผิด
แต่ดวงตากลับพราวระยับ
มือหนาเลื่อนลงไปสัมผัสที่จุดอ่อนไหวกลางกายสาว
ที่ยังคงบวมช้ำจากศึกรักเมื่อคืน
“แต่ดูเหมือน... คุณก็พร้อมรับมือผมเสมอนะ”
เขาสอดนิ้วเข้าไปในร่องสวาทที่ชุ่มฉ่ำ
“อ๊า... ซอนโฮ...”
“เบาๆ หน่อย... หัวใจใหม่แกมันแรงเยอะ”
มายด์แอ่นสะโพกรับสัมผัส
ความเจ็บนิดๆ ปนความเสียวซ่านทำให้เธอตื่นเต็มตา
ซอนโฮก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น
ขบเม้มทำรอยแดงเพิ่มอีกหลายจุด
“ผมจะพยายามเบามือ...”
“แต่ถ้าเผลอรุนแรงไป... ก็ตบเรียกสติผมด้วยแล้วกัน”
เขาจับขาเธอแยกออกกว้าง
แล้วแทรกกายเข้าไปเติมเต็มช่องว่างนั้นทันที
สวบ!
“ซี๊ดดด... แน่น...”
ซอนโฮครางต่ำ
ความรู้สึกแนบแน่นกว่าเดิมหลายเท่า
พลังของศิลาอาถรรพ์เชื่อมโยงจิตวิญญาณของทั้งคู่เข้าด้วยกัน
ทุกครั้งที่ขยับ... เหมือนกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านร่าง
“ขยับสิ... อย่าแช่ไว้”
มายด์สั่งเสียงกระเส่า
ซอนโฮเริ่มขยับสะโพก
เงาสีดำที่มัดข้อมือเธออยู่บีบแน่นขึ้นตามจังหวะอารมณ์
มันเป็นเซ็กส์ที่เหนือธรรมชาติและดิบเถื่อน
ราชินีผู้สูงศักดิ์ตกอยู่ภายใต้อาณัติของราชาปีศาจองค์ใหม่
เสียงเนื้อกระทบกันดังลั่นห้อง
ผสานกับเสียงครางระงมที่บ่งบอกถึงความสุขสม
.
.
ท่าอากาศยานดอนเมือง (โซนเครื่องบินส่วนตัว)
ในขณะที่คฤหาสน์วรโชติกำลังลุกเป็นไฟด้วยแรงรัก
อีกฟากหนึ่งของกรุงเทพฯ
ความมืดมิดรูปแบบใหม่กำลังเดินทางมาถึง
เครื่องบินเจ็ทสีดำสนิทที่มีตราสัญลักษณ์ตระกูลอัศวเหม
ลงจอดบนรันเวย์ท่ามกลางสายฝนปรอยๆ
บันไดเทียบเครื่องถูกเข็นเข้าไป
ประตูเครื่องเปิดออก
หญิงสาวร่างเล็กในชุดโกธิคโลลิต้าสีดำสนิทก้าวออกมา
เธอถือร่มลูกไม้สีดำในมือข้างหนึ่ง
และอีกมือหนึ่ง... ลาก ‘กระเป๋าเดินทาง’ ใบใหญ่ที่ดูหนักอึ้ง
“อ้า... กลิ่นของกรุงเทพฯ”
“กลิ่นควันรถ... กลิ่นขยะ... และกลิ่นความสิ้นหวัง”
อลิซ อัศวเหม สูดลมหายใจเข้าลึก
ใบหน้าสวยหวานราวกับตุ๊กตาเคลือบ
แต่ดวงตากลมโตสีฟ้าซีดกลับไร้แววของมนุษย์
มันกลอกกลิ้งไปมาอย่างไม่อยู่นิ่ง
“ยินดีต้อนรับกลับครับ คุณหนูอลิซ”
หัวหน้าบอดี้การ์ดของเควินเดินเข้ามาก้มหัว
“คุณเควินรออยู่ที่คฤหาสน์ครับ”
“ให้ผมช่วยถือกระเป๋าไหมครับ?”
การ์ดหนุ่มยื่นมือไปจะจับหูกระเป๋าเดินทาง
เพียะ!
อลิซต่มือเขาด้วยด้ามร่มอย่างแรง
“อย่าแตะ!”
“เดี๋ยว ‘น้องชาย’ ฉันตื่น”
เธอยิ้มหวานเยือกเย็น
“ในนี้มีของเล่นชิ้นโปรดของฉันอยู่นะ”
“ถ้ามันหลุดออกมา... มันจะกัดหัวนายขาดนะรู้ไหม?”
การ์ดหนุ่มหน้าซีด รีบชักมือกลับ
“ขะ... ขอประทานโทษครับ”
“รีบไปกันเถอะ...”
อลิซกระโดดขึ้นรถตู้ที่มารอรับ
“ฉันอยากเจอพี่ชายโง่ๆ ของฉันจะแย่แล้ว”
“แล้วก็...”
เธอแลบลิ้นเลียริมฝีปาก
“อยากเจอ ‘ของเล่นใหม่’ ที่พี่เควินเล่าให้ฟังด้วย”
“GENESIS สินะ... ฮิฮิ”
.
.
คฤหาสน์อัศวเหม
เควิน นั่งรออยู่ในห้องรับแขกด้วยความกระวนกระวาย
ทันทีที่อลิซเดินลากกระเป๋าเข้ามา
เขาก็รีบลุกขึ้นไปหา
“อลิซ! ในที่สุดเธอก็มา”
“มาช้าจริงยัยบ้า!”
“ปากเสียนะพี่ชาย...”
อลิซทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา
ยกขาพาดบนโต๊ะรับแขกอย่างไร้มารยาท
“เรียกฉันกลับมาจากลอนดอนทั้งที...”
“แสดงว่าจนตรอกแล้วสิท่า?”
“ไหนล่ะ... คนที่ทำให้นายถึงกับต้องร้องไห้ไปฟ้องพ่อ?”
เควินกัดฟันกรอด
เขาเกลียดนิสัยกวนประสาทของน้องสาว
แต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอคืออาวุธที่ร้ายกาจที่สุด
“มันชื่อซอนโฮ...”
“มันขโมยศิลาอาถรรพ์ไป”
“และตอนนี้... มันทำพิธี Rebirth สำเร็จแล้ว”
“มันมีพลังควบคุมเงา... และร่างกายที่ฆ่าไม่ตาย”
อลิซเลิกคิ้วสูง
ดวงตาเป็นประกายวาววับ
“โอ้โฮ...”
“ควบคุมเงา? แถมยังมีศิลา Dark Stone ผสมในตัว?”
“นี่มันแรร์ไอเทมชัดๆ!”
เธอลุกขึ้นเดินวนรอบเควิน
“น่าสนใจ... น่าสนใจมาก”
“ฉันอยากได้มันมาเป็นคอลเลกชันใหม่”
“จะเอามาทำตุ๊กตา... หรือเอามาทำสัตว์เลี้ยงดีนะ?”
“เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว!”
เควินตวาด
“หน้าที่ของเธอคือทำลายมัน!”
“และเอาศิลาคืนมา!”
“รู้แล้วน่า...”
อลิซเบ้ปาก
เธอเปิดกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ออก
แกร๊ก...
สิ่งที่อยู่ข้างในไม่ใช่เสื้อผ้า
แต่เป็น ‘ตุ๊กตามนุษย์’
ศพของชายหนุ่มที่ถูกดัดแปลงใส่ข้อต่อกลไก
และลงอักขระมนต์ดำทั่วตัว
มันลืมตาโพลงขึ้นเมื่อฝากระเป๋าเปิดออก
“ไปทักทายพวกมันกันหน่อยไหมเด็กดี?”
อลิซลูบหัวตุ๊กตาผีของเธอ
“เริ่มจาก... ส่ง ‘ฝันร้าย’ ไปทักทายก่อนดีกว่า”
เธอหยิบเส้นผมกระจุกหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
เส้นผมสีดำ... ที่เธอแอบเก็บมาจากศพของลูกน้องเควินที่เคยปะทะกับซอนโฮ
มันมีเศษพลังงานของ GENESIS หลงเหลืออยู่
“ด้วยพลังแห่งความมืด...”
“จงไปปั่นป่วนจิตใจมัน...”
“จงปลุกปีศาจในตัวมันให้คลุ้มคลั่ง!”
“จงทำให้มัน... ฆ่าคนที่มันรักด้วยมือตัวเอง!”
อลิซร่ายมนต์เสียงแหลมสูง
เปลวไฟสีเขียวลุกโชนขึ้นเผาเส้นผมนั้น
ควันสีดำลอยหมุนวนเป็นรูปร่างปีศาจ
ก่อนจะพุ่งทะลุหน้าต่าง มุ่งหน้าสู่คฤหาสน์วรโชติ
.
.
กลับมาที่ห้องนอนของซอนโฮและมายด์
หลังจากพายุสวาทสงบลง
ทั้งคู่นอนกอดกันใต้ผ้าห่มผืนหนา
ซอนโฮหลับสนิท ลมหายใจสม่ำเสมอ
แต่ทว่า...
ในความฝันของเขา
เขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางทะเลเลือด
ศพของคนนับร้อยกองทับถมกันเป็นภูเขา
และบนยอดภูเขานั้น... มายด์ ยืนอยู่
เธอร้องไห้เป็นสายเลือด
“ซอนโฮ... ช่วยด้วย...”
“อย่าทำฉัน...”
ซอนโฮพยายามจะวิ่งเข้าไปหา
แต่ขาของเขาขยับไม่ได้
ก้มลงมองมือตัวเอง...
มือของเขากำลังถือดาบ ‘เขี้ยวอสูร’ ที่เสียบทะลุหัวใจของมายด์อยู่!
“ไม่!!!”
ซอนโฮตะโกนลั่นในฝัน
“ฆ่ามัน... ฆ่ามันซะ...”
เสียงกระซิบของอลิซดังก้องในหัว
“แกมันคือปีศาจ... ปีศาจต้องฆ่าทุกอย่าง”
“แฮ่ก!”
ซอนโฮสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก
เหงื่อท่วมตัว
ดวงตาสีม่วงเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวและสับสน
เขาหันไปมองมายด์ที่นอนอยู่ข้างๆ
แต่ภาพที่เห็น...
กลับไม่ใช่มายด์ที่แสนสวยงาม
แต่เป็น ‘ปีศาจร้าย’ ที่กำลังจะง้างกรงเล็บใส่เขา!
ภาพหลอนจากมนต์ดำทำงานแล้ว!
“อย่าเข้ามา!”
ซอนโฮตวาดลั่น
สัญชาตญาณป้องกันตัวทำงานอัตโนมัติ
เงาสีดำรอบตัวเขาก่อตัวเป็นหนามแหลม
พุ่งเข้าใส่ร่างที่นอนอยู่บนเตียงทันที!
“ซอนโฮ! หยุด!”
เสียงตะโกนของมายด์ดังทะลุเข้ามาในโสตประสาท
หนามเงาหยุดชะงักห่างจากดวงตาของเธอเพียงปลายก้อย
มายด์จ้องตาเขาเขม็ง ไม่มีความกลัว มีแต่ความเชื่อมั่น
“มองฉัน...”
“นี่ฉันเอง... มายด์”
ซอนโฮกระพริบตาถี่ๆ
ภาพปีศาจค่อยๆ เลือนหายไป
กลับกลายเป็นใบหน้าตื่นตระหนกของมายด์
เขารีบสลายพลังเงาทิ้ง
ดึงมือกลับมาด้วยความสั่นเทา
“ผม... ผมทำอะไรลงไป?”
“ผมเกือบจะ...”
“ชู่ว์...”
มายด์ดึงเขาเข้ามากอด
“มีคนเล่นสกปรก...”
“ฉันได้กลิ่นมนต์ดำ... กลิ่นของยัยแม่มดนั่น”
เธอลูบหลังเขาที่ชื้นเหงื่อ
ดวงตาสีแดงวาวโรจน์ด้วยความโกรธ
“อลิซ อัศวเหม...”
“แกกล้ามากนะที่ส่งฝันร้ายมาหลอกคนของฉัน”
“ซอนโฮ...”
มายด์กระซิบ
“ตั้งสติ...”
“สงครามเวทมนตร์เริ่มแล้ว”
“และครั้งนี้... เราต้องสู้กับคนที่เล่นกับจิตใจ”