ตอนที่ 13 : ความลับใต้รอยสัก (NC20+)

1577 Words
คฤหาสน์วรโชติ (เวลา 03:00 น.) ความเงียบสงัดยามดึกสงัดถูกทำลายลง ด้วยเสียงล้อรถที่บดไปกับถนนลูกรังหน้าคฤหาสน์ ซอนโฮ ประคองร่างของ มายด์ ลงจากรถ สภาพของทั้งคู่ดูไม่ต่างจากเพิ่งผ่านสมรภูมิรบ เสื้อผ้าขาดวิ่น เปรอะเปื้อนคราบเลือดและเขม่าควัน แต่แววตาของพวกเขากลับส่องประกายวาวโรจน์ เหมือนสัตว์ป่าที่เพิ่งล่าเหยื่อสำเร็จ “เจ็บมากไหม?” ซอนโฮถามเสียงเบา ขณะพาเธอเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอนใหญ่ “แค่รอยแมวข่วน...” มายด์ตอบ พลางยกมือขึ้นแตะมุมปากที่บวมช้ำ “แกต่างหากที่น่าห่วง” “โดนเหวี่ยงอัดเพดานขนาดนั้น... กระดูกไม่หักหรือไง?” ซอนโฮชะงักไปนิดหนึ่ง เขาลองขยับไหล่และบิดลำตัว แปลก... ความเจ็บปวดที่ควรจะรุนแรงจนขยับไม่ได้ กลับเหลือเพียงความปวดเมื่อยจางๆ เหมือนคนออกกำลังกายหนัก “ผม... ไม่เป็นไรครับ” “สงสัยอดรีนาลีนยังทำงานอยู่” . . ห้องนอนใหญ่ มายด์ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงกว้าง เธอปลดกระดุมเสื้อโค้ทหนังตัวยาวออก เผยให้เห็นบอดี้สูทสีดำที่รัดรูปจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกับผิว รอยฉีกขาดที่หน้าท้องเผยให้เห็นผิวขาวเนียนที่มีรอยช้ำสีม่วง “มานี่สิซอนโฮ...” “มาดูแผลให้ฉันหน่อย” ซอนโฮเดินเข้าไปคุกเข่าลงตรงหน้าเธอ เขาหยิบกล่องปฐมพยาบาลที่หัวเตียงออกมา มือหนาสั่นเล็กน้อยขณะแตะลงบนหน้าท้องแบนราบของเธอ “ผมจะทายาให้นะครับ” เขาป้ายยาเนื้อเย็นลงบนรอยช้ำ ค่อยๆ นวดคลึงเบาๆ เพื่อให้ยาซึมเข้าสู่ผิว สายตาของเขาจดจ่ออยู่กับผิวเนื้อนุ่มนิ่มตรงหน้า กลิ่นหอมของเธอยังคงรุนแรงแม้จะมีกลิ่นคาวเลือดปน “มือแกอุ่นดีจัง...” มายด์วางมือลงบนศีรษะเขา ลูบผมสีดำสนิทเล่นเบาๆ “ตาแกบ้างแล้ว...” “ถอดเสื้อออก” ซอนโฮวางตลับยาลง เขาลุกขึ้นยืนแล้วถอดเสื้อเชิ้ตที่เหลือแต่เศษผ้าทิ้งไป เผยให้เห็นแผงอกกว้างและแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม มายด์ลุกขึ้นเดินอ้อมไปข้างหลังเขา นิ้วเรียวเย็นเฉียบแตะลงบนแผ่นหลังกว้าง ตรงจุดที่มี ‘รอยสักรูปไม้กางเขน’ ขนาดใหญ่ ซึ่งถูกสักทับด้วยอักขระอาคมโบราณ “นี่มัน...” เสียงของมายด์ดูแปลกใจ “มีอะไรครับ?” ซอนโฮจะหันกลับมามอง แต่มายด์จับไหล่เขาไว้แน่น “อยู่นิ่งๆ” “รอยสักของแก... มันกำลังขยับ” “ครับ!?” ซอนโฮขมวดคิ้ว เขารู้สึกร้อนวูบวาบที่แผ่นหลัง เหมือนมีเหล็กเผาไฟนาบลงไปบนผิวหนัง “อึก... ร้อน...” “ทนหน่อย...” มายด์เพ่งมองรอยสักนั้นใกล้ๆ เส้นหมึกสีดำที่เคยนิ่งสนิท บัดนี้กำลังเปลี่ยนเป็น ‘สีแดงฉาน’ ราวกับมีเลือดไหลเวียนอยู่ข้างใน และอักขระโบราณพวกนั้น... มันกำลังเลื้อยไหลเหมือนงู เปลี่ยนรูปร่างไปมาอย่างน่าสยดสยอง “รอยสักนี้... โยฮันเป็นคนสักให้แกใช่ไหม?” “ใช่ครับ... ตั้งแต่ตอนที่ผมเข้าหน่วยใหม่ๆ” “เขาบอกว่ามันคือเกราะป้องกันปีศาจ” มายด์หัวเราะหึในลำคอ “เกราะป้องกันบ้าบออะไรกัน” “นี่มัน ‘ตราผนึก’ ต่างหาก” “ผนึกที่ใช้กดพลังบางอย่างในตัวแกไว้” เธอใช้นิ้วชี้กรีดไล่ไปตามเส้นสีแดงที่ร้อนระอุ “แต่ตอนนี้... ผนึกมันกำลังจะแตก” “เพราะแกดื่มเลือดของฉันเข้าไป” “พลังของแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์... กำลังทำลายโซ่ตรวนของพระเจ้า” สัมผัสของมายด์ที่ลากผ่านรอยสัก ทำให้ซอนโฮรู้สึกเสียวซ่านอย่างรุนแรง ความร้อนจากแผ่นหลังแล่นปราดลงไปสู่เบื้องล่างทันที แก่นกายของเขาตื่นตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “อ๊า... มายด์... อย่าจับตรงนั้น” เขาครางเสียงกระเส่า ร่างกายสั่นเทิ้มเหมือนคนจับไข้ “ทำไม?” “จับตรงนี้... แล้วรู้สึกดีเหรอ?” มายด์สังเกตเห็นอาการของเขา เธอยิ้มกริ่ม ก่อนจะโน้มหน้าลงไป... ใช้ลิ้นเลียที่กลางรอยสักสีแดงนั้น แผล็บ... “เฮือก!” ซอนโฮสะดุ้งสุดตัว ความเสียวที่เหมือนถูกไฟช็อตแล่นเข้าสู่ไขสันหลัง เขาทรุดตัวลงมือยันกับเตียง “เสียว... เสียวโว้ย!” “หึๆ... ร่างกายแกนี่มันซื่อสัตย์จริงๆ” มายด์จูบซับลงบนแผ่นหลังของเขา ดูดดึงผิวเนื้อบริเวณรอยสักอย่างหมั่นเขี้ยว ยิ่งเธอกระตุ้นรอยสักมากเท่าไหร่ ความต้องการของซอนโฮก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นเท่านั้น “หันหน้ามา” เธอสั่ง ซอนโฮพลิกตัวกลับมานั่งบนเตียง ใบหน้าของเขาแดงก่ำ เหงื่อกาฬไหลอาบ ส่วนนั้นของเขาดันกางเกงจนนูนเด่นน่ากลัว มายด์ผลักเขาให้นอนราบลงไป แล้วเธอก็ขึ้นคร่อมทับที่หน้าท้องแกร่ง “ดูสิ... มันอยากออกมาทักทายฉันจนตัวสั่นแล้ว” เธอรูดซิปกางเกงเขาลง ควักท่อนเนื้อที่ร้อนผ่าวดั่งแท่งเหล็กออกมา มันกระตุกแรงจนมายด์ต้องซี๊ดปาก “รอยสักนั่นเชื่อมโยงกับความกระหายของแกสินะ” “งั้นฉันจะช่วย ‘ดับร้อน’ ให้” มายด์ถอดบอดี้สูทของตัวเองลงมาถึงเอว เผยให้เห็นหน้าอกคู่สวยที่กระเพื่อมไหว เธอจับแก่นกายของเขาถูไถไปที่ร่องสวาทเปียกชื้นของตัวเอง “เสียบเข้ามา...” “แล้วกระแทกให้ผนึกมันแตกไปเลย!” เธอกดตัวลงมากลืนกินเขาจนมิดด้าม สวบ! “อ๊ากกกก!” ซอนโฮร้องลั่น ความรู้สึกเหมือนถูกบีบรัดด้วยความร้อนมหาศาล เขาเด้งสะโพกสวนขึ้นไปทันทีโดยไม่ต้องรอจังหวะ ปั่ก! ปั่ก! ปั่ก! เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นห้อง ซอนโฮจับเอวคอดของมายด์ไว้แน่น เขาออกแรงกระแทกเหมือนคนบ้าคลั่ง รอยสักที่หลังร้อนวูบวาบทุกครั้งที่เขาขยับตัว “อ๊า! ซอนโฮ... แรงอีก!” “ลึก... มันโดนจุด... อ๊ายยย!” มายด์เงยหน้าขึ้นหวีดร้อง ผมยาวสยายสะบัดไปมา เธอขย่มตัวลงมาบดขยี้ความเป็นชายของเขาอย่างไม่ปรานี ภายในกายเธอตอดรัดเขาถี่ยิบ ซอนโฮมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาพร่ามัว ราชินีแวมไพร์ที่กำลังเมามันส์ในรสสวาทบนตัวเขา หน้าอกสวยกระเพื่อมขึ้นลงล่อตาล่อใจ เขาเอื้อมมือไปบีบขยำมันเต็มแรง “นมสวย... มายด์... นมคุณสวยมาก” “ดูดสิ... ลุกขึ้นมาดูดมัน!” มายด์สั่ง ซอนโฮลุกขึ้นนั่งทั้งที่ส่วนล่างยังเชื่อมต่อกันอยู่ เขาซุกหน้าลงไประหว่างอกเธอ ดูดเลียยอดถันสีหวานอย่างหิวกระหาย จ๊วบ... จ๊วบ... “อูยยย... ซอนโฮ... เสียว...” มายด์กอดคอเขาแน่น เล็บจิกไปที่แผ่นหลัง กรีดลงบนรอยสักที่กำลังเรืองแสง เลือดซิบออกมาจากรอยเล็บ ผสมกับเหงื่อไคล “จะเสร็จ... ฉันจะเสร็จแล้ว!” “พร้อมกัน! แตกใส่ฉันเลย!” ซอนโฮคำรามในลำคอ เขากระแทกสวนขึ้นไปเน้นๆ อีกสามครั้ง ก่อนจะปลดปล่อยธารลาวาร้อนระอุเข้าไปในกายเธอ “อ๊าาาาาา!” ทั้งคู่เกร็งกระตุกกอดกันกลม ซอนโฮหอบหายใจหนักหน่วง เขารู้สึกเหมือนพลังงานบางอย่างถูกถ่ายเทระหว่างกัน รอยสักที่หลังค่อยๆ เย็นลง... แต่ความเปลี่ยนแปลงบางอย่างได้เกิดขึ้นแล้ว . . มายด์ทิ้งตัวลงนอนข้างๆ เขา เธอยังคงหอบหายใจ มือเรียวลูบไล้ไปที่แผ่นหลังของซอนโฮอีกครั้ง แต่คราวนี้... สีหน้าของเธอเปลี่ยนไป “ซอนโฮ...” “หืม?” ซอนโฮหันมามองด้วยความงัวเงีย “รอยสักแก... มันเปลี่ยนรูปร่าง” “จากรูปไม้กางเขน...” “ตอนนี้มันกลายเป็นรูป... ‘ปีกนกสีดำ’” “ปีก?” ซอนโฮขมวดคิ้ว เขารีบลุกขึ้นไปส่องกระจก ภาพสะท้อนในกระจกทำให้เขาต้องเบิกตากว้าง รอยสักกลางหลังของเขาเปลี่ยนไปจริงๆ มันไม่ใช่กางเขนศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป แต่เป็นรูปปีกนกคู่หนึ่งที่กางสยาย... ปีศาจ? หรือ เทวดาตกสวรรค์? และตรงกลางปีกนั้น... มีตัวอักษรภาษาละตินคำใหม่ปรากฏขึ้นมาแทนที่ [ GENESIS - 01 ] “เจเนซิส...” มายด์อ่านคำนั้นเสียงเบา ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง “นี่มันชื่อโปรเจกต์ลับของวาติกันเมื่อ 20 ปีก่อน” “โปรเจกต์สร้าง ‘พระเจ้าเทียม’” เธอหันมามองหน้าซอนโฮด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยง... ไม่ใช่แค่นักล่า “แกไม่ใช่ลูกครึ่งธรรมดาซอนโฮ...” “แกคือ ‘ตัวต้นแบบ’ ของอาวุธที่มีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุด” “มิน่าล่ะ... โยฮันถึงอยากฆ่าแกปิดปากนัก” ซอนโฮยืนนิ่งงัน ความจริงที่เพิ่งรับรู้มันหนักเกินกว่าจะรับไหว เขาคือตัวทดลอง? ชีวิตที่ผ่านมาทั้งหมด... คือเรื่องโกหก? “แล้วผม... เป็นตัวอะไรกันแน่?” เขาถามเสียงสั่น มายด์เดินเข้ามากอดเขาจากด้านหลัง วางคางเกยไหล่เขา มองเงาสะท้อนในกระจก “จะเป็นตัวอะไรก็ช่าง...” “ตอนนี้แกเป็นของฉัน” “และฉันจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแย่งแกไป” “แม้แต่วาติกันก็ตาม” เธอกระชับกอดแน่นขึ้น “พรุ่งนี้... เราจะไปหาคำตอบกัน” “ที่ห้องสมุดต้องห้ามของตระกูลวรโชติ” “ฉันจะขุดคุ้ยทุกอย่างเกี่ยวกับ ‘GENESIS’ ออกมาเอง”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD