ตอนที่ 14 : ห้องสมุดต้องห้าม (NC20+)

1476 Words
คฤหาสน์วรโชติ (ปีกตะวันตก) ทางเดินยาวที่ปูด้วยหินแกรนิตสีดำทอดยาวลงสู่ใต้ดิน ลึกลงไปยิ่งกว่าห้องเก็บไวน์หรือคุกใต้ดิน อากาศที่นี่เย็นยะเยือกและแห้งสนิท กลิ่นอายของเวทมนตร์เก่าแก่ลอยอวลจนขนแขนของ ซอนโฮ ลุกชัน มายด์ เดินนำหน้าเขาไป ในชุดคลุมนอนผ้าไหมสีแดงเลือดหมูตัวยาว ที่พลิ้วไหวไปตามจังหวะการก้าวเดิน ในมือถือตะเกียงน้ำมันแบบโบราณที่ให้แสงสีส้มสลัว “ที่นี่คือ ‘หอสมุดทมิฬ’...” มายด์เอ่ยขึ้น เสียงของเธอก้องกังวานไปในความมืด “สถานที่เก็บรวบรวมความลับของโลกมืดมากว่า 500 ปี” “ถ้าจะมีคำตอบเรื่อง ‘GENESIS’ อยู่ที่ไหน...” “ก็ต้องเป็นที่นี่” เธอหยุดยืนอยู่หน้าประตูไม้สักทองขนาดมหึมา ที่สลักลวดลายอักขระอาคมป้องกันผู้บุกรุก มายด์กัดปลายนิ้วตัวเองจนเลือดซึม แล้วป้ายเลือดลงไปที่ลูกบิดประตูรูปหัวกะโหลก ครืดดด... เสียงกลไกภายในทำงาน ประตูบานใหญ่ค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นห้องสมุดขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยชั้นหนังสือสูงเสียดเพดาน หนังสือเก่าแก่ ม้วนคัมภีร์ และวัตถุโบราณวางเรียงรายนับหมื่นชิ้น ฝุ่นผงละอองลอยฟุ้งต้องแสงตะเกียงราวกับมีชีวิต “ยินดีต้อนรับสู่ขุมนรกแห่งปัญญา” เธอก้าวเข้าไปด้านใน ซอนโฮเดินตามเข้าไป สายตากวาดมองด้วยความทึ่ง เขารู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ดึงดูดเขา เหมือนแม่เหล็กที่ดึงดูดเข็มทิศ เขาเดินแยกตัวออกไปทางโซนหนังสือเก่าด้านในสุด โดยมีมายด์ยืนมองอยู่ห่างๆ ด้วยความสนใจ “โซนนั้น... เป็นบันทึกของพวกศาสนจักร” เธอบอก ซอนโฮหยุดยืนหน้าชั้นหนังสือที่ทำจากไม้โอ๊คสีดำ มือหนาเอื้อมไปหยิบหนังสือเล่มหนาปกหนังสีซีด ที่มีตราประทับของวาติกันและคำว่า [TOP SECRET] สันหนังสือเขียนว่า ‘PROJECT: GENESIS (1998)’ ปีเกิดของเขา... มือของซอนโฮสั่นเทาขณะเปิดหน้าแรก กลิ่นกระดาษเก่าและกลิ่นความตายลอยออกมา “การทดลองครั้งที่ 1 : ล้มเหลว” “การทดลองครั้งที่ 50 : ตัวอ่อนไม่ตอบสนองต่อเลือดแวมไพร์” “การทดลองครั้งที่ 108 : ตัวอ่อนรอดชีวิต... ตั้งชื่อรหัสว่า ‘กาเบรียล’” ซอนโฮไล่สายตาอ่านข้อความเหล่านั้น หัวใจของเขาบีบรัดจนเจ็บ เขาไม่ใช่ลูกที่เกิดจากความรัก... แต่เกิดจากการผสมเทียมระหว่าง ‘ไข่ของแม่ชี’ กับ ‘เลือดของราชาแวมไพร์ที่ถูกจองจำ’ เพื่อสร้าง ‘นักล่าที่สมบูรณ์แบบ’ “ผม... เป็นตัวประหลาดจริงๆ สินะ” เขาพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครือ ความรู้สึกขยะแขยงในตัวเองตีตื้นขึ้นมา “อ่านต่อสิ...” เสียงกระซิบของมายด์ดังขึ้นที่ข้างหู เธอมายืนซ้อนหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ “อ่านให้จบซอนโฮ...” “ดูสิว่าพวกมันทำอะไรกับแกบ้าง” เธอเบียดร่างกายเข้าหาแผ่นหลังของเขา หน้าอกนุ่มหยุ่นกดทับลงบนรอยสักรูปปีกนกที่ยังคงอุ่นอยู่ ซอนโฮพลิกหน้าถัดไป ภาพวาดกายวิภาคของเด็กผู้ชายที่ถูกฝังตะปูเงินและอาคม เพื่อกดพลังปีศาจเอาไว้ “วัตถุประสงค์: เพื่อใช้สังหาร ‘ราชินีแห่งตระกูลวรโชติ’” ตัวหนังสือบรรทัดนั้นกระแทกตาเขา ซอนโฮตัวแข็งทื่อ เขาถูกสร้างมาเพื่อฆ่า... มายด์? “หึ...” มายด์หัวเราะในลำคอ เมื่อเห็นข้อความนั้น เธอเอื้อมมือไปปิดหนังสือเล่มนั้นดัง ปัง! แล้วดันร่างซอนโฮไปกระแทกกับชั้นหนังสือ “ตกใจเหรอ?” “ที่รู้ว่าตัวเองเป็นระเบิดเวลาที่ถูกส่งมาฆ่าฉัน” มายด์เงยหน้ามองเขา ดวงตาสีแดงฉานไม่มีความหวาดกลัว มีแต่ความท้าทายและความปรารถนา “ผม... ผมไม่รู้” ซอนโฮละล่ำละลัก “ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายคุณ...” “ชู่ว์...” มายด์เอานิ้วชี้แตะปากเขา “ฉันรู้ว่าแกไม่รู้” “แต่ตอนนี้... ฉันอยากรู้ว่า ‘อาวุธ’ ที่ถูกสร้างมาเพื่อฆ่าฉัน” “มันจะมีฤทธิ์เดชแค่ไหน” เธอคุกเข่าลงตรงหน้าเขา ท่ามกลางกองหนังสือเก่าและฝุ่นผง มายด์แหวกสาบเสื้อคลุมของตัวเองออก และ... ปลดเข็มขัดกางเกงของซอนโฮ “คุณมายด์... ที่นี่มัน...” “เงียบ!” เธอสั่งเสียงดุ “นี่คือห้องสมุด... ห้ามส่งเสียงดัง” “ถ้าแกครางออกมาแม้แต่แอะเดียว...” “ฉันจะกัดลิ้นแกให้ขาด” เธอควักแก่นกายของเขาออกมา มันแข็งขึงและสั่นระริก มายด์ใช้ลิ้นเลียที่ส่วนปลายหัวหยักช้าๆ เหมือนกำลังชิมไอศกรีม “อึก...” ซอนโฮกัดริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นเสียง ความเสียวซ่านแล่นพล่าน บรรยากาศที่เงียบสงัดของห้องสมุด ยิ่งทำให้เสียงเฉอะแฉะของการดูดเลียดังชัดเจนก้องหู จ๊วบ... จ๊วบ... มายด์ครอบครองตัวตนของเขาเข้าไปจนสุดความลึก เธอผงกหัวขึ้นลงเป็นจังหวะ ดวงตาช้อนมองเขาด้วยสายตายั่วยวน มือเรียวของเธอลูบไล้ไปตามหน้าขาแกร่ง “อื้ม... อื้ม...” เสียงครางอู้อี้ในลำคอของเธอกระตุ้นอารมณ์เขาจนแทบระเบิด ซอนโฮทนไม่ไหว เขาสอดมือเข้าไปในกลุ่มผมยาวสลวยของเธอ กดศีรษะเธอให้รับเขาเข้าไปลึกขึ้น “คุณมัน... ร้ายกาจ” เขาพ่นลมหายใจร้อนแรง มายด์ถอนริมฝีปากออกมา น้ำลายใสยืดติดออกมาเป็นสาย เธอลุกขึ้นยืน ผลักซอนโฮให้หันหน้าเข้าหาชั้นหนังสือ “หันหลังไป...” “เกาะชั้นหนังสือไว้แน่นๆ” ซอนโฮทำตามอย่างว่าง่าย เขาวางมือยันชั้นหนังสือไว้ มายด์เลิกชายเสื้อคลุมขึ้น เธอไม่ได้ใส่อะไรไว้ข้างในเลย เธอแนบกายเข้าหาแผ่นหลังของเขา ถูไถหน้าอกนุ่มนิ่มกับแผ่นหลังกว้าง แล้วเอื้อมมือมาจับแก่นกายของเขา ชักรูดขึ้นลงด้วยจังหวะที่รัวเร็ว “ดูสิซอนโฮ...” “ดูหนังสือพวกนั้น...” “บันทึกความเจ็บปวดของแก...” เธอเบียดหน้าขาของตัวเองเข้าที่หว่างขาเขาจากด้านหลัง “แต่ตอนนี้... ฉันกำลังจะลบมันออก” “ด้วยความเสียวซ่านที่แกจะไม่มีวันลืม” มือของเธอปรนเปรอเขาอย่างเชี่ยวชาญ ส่วนปากของเธอก็ขบกัดที่ต้นคอเขา สร้างรอยรักสีแดงจางๆ เพิ่มขึ้นอีกรอย “อึก... อ๊า...” ซอนโฮเผลอครางออกมา มายด์กัดที่ไหล่เขาเต็มแรงเพื่อลงโทษ “บอกแล้วไงว่าห้ามส่งเสียง!” “กลั้นไว้!” ความเจ็บปวดที่ไหล่ผสมกับความเสียวที่ส่วนล่าง มันคือส่วนผสมที่ลงตัวของ BDSM ซอนโฮเกร็งตัวจนเส้นเลือดปูดโปน ชั้นหนังสือสั่นไหวตามแรงเกร็งของเขา หนังสือสองสามเล่มร่วงตกลงมาที่พื้น ตุ้บ! ตุ้บ! “จะแตก... ผมจะแตกแล้ว!” “แตกออกมา... แตกใส่หนังสือพวกนั้นเลย!” “ลบคำสาปแช่งพวกนั้นด้วยน้ำรักของแก!” มายด์เร่งจังหวะมือจนข้อมือแทบมองไม่ทัน ซอนโฮกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง เขาปลดปล่อยน้ำกามสีขาวขุ่นพุ่งกระฉูดออกไป เลอะรดสันหนังสือ ‘PROJECT: GENESIS’ ที่วางอยู่ตรงหน้า เลอะทับคำว่า ‘ล้มเหลว’ จนมองไม่เห็น “แฮ่ก... แฮ่ก...” ซอนโฮหอบหายใจหนัก เขาทรุดตัวลงพิงชั้นหนังสืออย่างหมดแรง มายด์กอดเขาจากด้านหลัง ซบหน้าลงกับไหล่กว้าง “เห็นไหม...” “แกไม่ใช่ความล้มเหลว” “แกคือความสมบูรณ์แบบ... ของฉัน” เธอผละออกมา หยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมา ใช้นิ้วปาดคราบน้ำรักที่เปรอะเปื้อนออก แล้วเปิดไปที่หน้าสุดท้าย หน้าที่ซอนโฮยังอ่านไม่ถึง “แต่แกพลาดไปอย่างหนึ่งนะซอนโฮ...” มายด์ยิ้มมุมปาก “ลองอ่านบรรทัดสุดท้ายดูสิ” ซอนโฮเพ่งมองไปที่หน้ากระดาษ ลายมือหวัดๆ ของโยฮันเขียนกำกับไว้ที่ท้ายเล่ม “หมายเหตุ: หากตัวทดลองเกิดความรักกับเป้าหมาย...” “กลไกทำลายล้างตัวเองจะทำงานภายใน 30 วัน” “หัวใจของมันจะหยุดเต้น... และระเบิดพลังวิญญาณเพื่อทำลายล้างทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว” ซอนโฮเบิกตากว้าง หน้าซีดเผือด “ระเบิด... ตัวเอง?” “หมายความว่า... ถ้าผมรักคุณ...” “ผมจะตาย? และคุณก็จะตายด้วย?” มายด์ปิดหนังสือดัง ปัง! เธอโยนมันทิ้งไปในความมืด “ใช่...” “โรแมนติกดีไหมล่ะ?” “ความรักของเรา... คือระเบิดเวลาดีๆ นี่เอง” เธอเดินเข้ามาลูบแก้มเขา “แต่น่าเสียดายนะโยฮัน...” “ที่แกไม่รู้ว่า... ปีศาจอย่างฉัน” “ชอบเล่นกับระเบิดที่สุด” “เรามีเวลา 30 วันซอนโฮ...” “ที่จะหาทางแก้คำสาปนี้” “หรือไม่อย่างนั้น...” “เราก็จะตายไปพร้อมกัน... ในอ้อมกอดของกันและกัน” “เริ่มจากคืนนี้เลยเป็นไง?” เธอดึงคอเขาลงมาจูบ “ไปต่อกันที่ห้องนอน...” “ฉันจะสอนให้แกรู้ว่า... เวลาทุกวินาทีมีค่าแค่ไหน”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD