ห้องอาหารรับรอง คฤหาสน์วรโชติ
บรรยากาศยามเช้าที่ควรจะสดใส
กลับถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกแห่งความอึดอัด
ซอนโฮ ยืนสงบนิ่งอยู่ด้านหลังเก้าอี้ของ มายด์
มือหนาประสานกันแน่นที่ด้านหลัง
สายตาจับจ้องไปที่แขกผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญ
เควิน
วันนี้เขาไม่ได้มาคนเดียว
แต่มาพร้อมกับทนายความอาวุโสของสภาโลกมืด
และชายชุดดำนับสิบคนที่ยืนล้อมรอบห้องอาหาร
“กาแฟที่นี่รสชาติดีเหมือนเดิมนะ...”
เควินวางแก้วกาแฟกระเบื้องเคลือบทองลงบนจานรอง
รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อเหลานั้นดูเสแสร้งและน่ารังเกียจ
“มีธุระอะไรก็รีบพูดมา”
มายด์เอ่ยเสียงเย็น
มือเรียวหมุนมีดหั่นสเต็กเล่นอย่างใจเย็น
“ฉันมีประชุมตอนสิบโมง... ไม่มีเวลามานั่งดูละครลิงของนาย”
เควินหัวเราะร่วน
เขาดีดนิ้วเรียกทนายความให้ส่งเอกสารปึกหนึ่งมาวางตรงหน้ามายด์
ปกหนังสีดำประทับตราครั่งสีแดงเลือดหมู
ตราสัญลักษณ์ของ ‘ตระกูลวรโชติ’ และ ‘ตระกูลอัศวเหม’ (ตระกูลของเควิน)
“จำนี่ได้ไหมที่รัก?”
“สัญญาเลือดบรรพกาล...”
“ที่คุณพ่อของคุณทำไว้กับคุณพ่อของผมเมื่อ 50 ปีก่อน”
มายด์ปรายตามองเอกสารนั้นเพียงแวบเดียว
“สัญญาหมั้นหมายงี่เง่านั่นน่ะเหรอ?”
“ฉันฉีกทิ้งไปตั้งแต่พ่อตายแล้ว”
“ฉีกกระดาษได้... แต่ฉีกพันธะเลือดไม่ได้หรอกนะ”
เควินโน้มตัวมาข้างหน้า
แววตาเจ้าเล่ห์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ
“กฎของสภาระบุไว้ชัดเจน...”
“ทายาทหญิงแห่งวรโชติ... จะต้องแต่งงานกับทายาทชายแห่งอัศวเหม”
“เพื่อรวมอำนาจและสายเลือดให้แข็งแกร่งที่สุด”
“หากฝ่ายหญิงปฏิเสธ...”
“ทรัพย์สินและอาณาเขตทั้งหมดของวรโชติ... จะตกเป็นของฝ่ายชายทันที”
ปัง!
มายด์ตบโต๊ะเสียงดัง
มีดสเต็กในมือปักลงบนเนื้อความสุกระดับ Rare จนเลือดซึม
“แกขู่ฉันเหรอเควิน?”
“เปล่าครับ... ผมแค่มาทวงสิทธิ์”
เควินยักไหล่
“กำหนดการแต่งงานคือสิ้นเดือนนี้”
“อีก 29 วันพอดี”
“29 วัน...”
ซอนโฮทวนคำนั้นในใจ
ตัวเลขเดียวกับเวลาที่เหลืออยู่ของเขา
“แล้วก็...”
เควินเบนสายตามามองซอนโฮที่ยืนอยู่ด้านหลัง
สายตาเหยียดหยามกวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ช่วยเขี่ย ‘หมาขี้เรื้อน’ ตัวนี้ออกไปจากบ้านด้วย”
“เพราะหลังจากแต่งงาน...”
“ผมคงไม่สะดวกใจที่จะให้เมียของผม... เลี้ยงสัตว์หน้าขนไว้ในห้องนอน”
“แกเรียกใครว่าหมา?”
ซอนโฮถามเสียงต่ำ
รอยสักรูปปีกนกที่กลางหลังเริ่มร้อนวูบวาบ
“ก็แกไง...”
“ไอ้ตัวทดลอง GENESIS-01”
เควินแสยะยิ้ม
“คิดว่ากูไม่รู้เหรอ?”
“ว่ามึงเป็นแค่ระเบิดเวลาเดินได้”
“โยฮันเล่าให้กูฟังหมดแล้ว...”
“มึงมันก็แค่แบตเตอรี่เสื่อมสภาพที่รอวันระเบิดตัวเอง”
“คนอย่างมึง... จะเอาปัญญาที่ไหนมาดูแลมายด์?”
“มึงให้เธอได้แต่ความตาย... แต่กูให้เธอได้ทั้งอำนาจและความเป็นอมตะ!”
คำพูดของเควินเหมือนน้ำมันราดลงบนกองไฟ
ซอนโฮสติขาดผึง
เขาพุ่งตัวข้ามโต๊ะอาหารเข้าหาเควินด้วยความเร็วเหนือมนุษย์
“มึงตาย!!!”
มือหนาคว้าคอเสื้อเควิน แล้วเหวี่ยงร่างสูงกระเด็นไปกระแทกผนัง
โครม!
รูปภาพราคาแพงร่วงลงมาแตกกระจาย
การ์ดชุดดำของเควินชักปืนออกมาเล็งทันที
“หยุด!”
มายด์ตะโกนสั่ง
แต่ซอนโฮไม่ฟังแล้ว
ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ
เส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามใบหน้าและลำคอ
พลังของ GENESIS กำลังปะทุ
“ใครกล้าแตะนายหญิง...”
“กูจะฉีกมันเป็นชิ้นๆ!”
ซอนโฮคำราม
เขากระชากดาบ ‘เขี้ยวอสูร’ ที่วางอยู่ข้างๆ ออกมา
ตวัดเพียงครั้งเดียว
ฉับ!
ปืนในมือของการ์ดคนหนึ่งขาดครึ่ง
พร้อมกับนิ้วมืออีกสามนิ้วที่กระเด็นหายไป
“อ๊ากกกก!”
ความโกลาหลเกิดขึ้นกลางห้องอาหาร
เควินลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นที่เสื้อสูท
เขาไม่ได้ดูตกใจ แต่กลับยิ้มพอใจ
“ดูสิมายด์...”
“มันคุมตัวเองไม่ได้แล้ว”
“สัตว์ป่าก็คือสัตว์ป่า... วันหนึ่งมันจะแว้งกัดเจ้าของ”
“ซอนโฮ! พอได้แล้ว!”
มายด์เดินเข้าไปขวางหน้าซอนโฮ
เธอยกมือขึ้นแตะแก้มที่เปื้อนเลือดของเขา
“มองตาฉัน...”
“กลับมาหาฉันซอนโฮ”
ซอนโฮหอบหายใจหนัก
ดวงตาสีแดงค่อยๆ กลับมาเป็นสีดำสนิทเมื่อสบตาเธอ
เขาลดดาบลง
“ขอโทษครับ... ผมแค่...”
“พอแล้ว...”
มายด์หันไปหาเควิน
“ไสหัวไปซะเควิน”
“เรื่องแต่งงาน... ฉันจะให้คำตอบทีหลัง”
“แต่ถ้าแกยังปากหมาใส่คนของฉันอีก”
“ฉันจะฉีกสัญญาบ้านั่นทิ้ง... แล้วประกาศสงครามกับตระกูลแกซะเดี๋ยวนี้!”
เควินหุบยิ้มทันที
เขารู้ว่ามายด์เอาจริง
“ก็ได้...”
“ผมจะรอคำตอบ”
“แต่จำไว้นะมายด์... คุณหนีชะตากรรมนี้ไม่พ้นหรอก”
เควินเดินออกจากห้องไปพร้อมกับลูกน้อง
ทิ้งไว้เพียงความยับเยินและความเงียบที่น่าอึดอัด
.
.
เมื่อประตูห้องปิดลง
ซอนโฮทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น
เขารู้สึกผิดที่วู่วามจนเกือบทำให้มายด์เดือดร้อน
“ผมขอโทษ...”
“ผมคุมอารมณ์ไม่ได้”
มายด์ไม่พูดอะไร
เธอเดินเข้ามากระชากคอเสื้อเขา
แล้วลากเขาเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอน
“คุณมายด์...?”
เธอผลักเขาเข้าไปในห้อง
แล้วล็อกประตูแน่นหนา
ก่อนจะหันมาผลักเขาลงบนเตียงกว้าง
“แกหึงเหรอซอนโฮ?”
เธอถามเสียงเข้ม
ขึ้นคร่อมบนตัวเขา
“ใช่...”
“ผมหึง... ผมเกลียดที่มันมองคุณ”
“ผมเกลียดที่มันพูดเหมือนคุณเป็นของมัน”
ซอนโฮยอมรับตรงๆ
“ดี...”
มายด์กระตุกยิ้ม
“งั้นก็แสดงความเป็นเจ้าของฉันซะสิ”
“ลบสัมผัสทางสายตาของมันออกไปให้หมด”
“ทำให้ฉันรู้ว่า... ฉันเป็นของใคร”
เธอฉีกเสื้อเชิ้ตของตัวเองจนกระดุมหลุดกระเด็น
เผยให้เห็นร่างกายขาวผ่องที่เย้ายวน
ซอนโฮไม่รอช้า
เขาพลิกตัวกลับมาเป็นฝ่ายคร่อมเธอบ้าง
ก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นอย่างรุนแรง
“คุณเป็นของผม...”
“ของผมคนเดียว!”
เขากัดลงบนไหปลาร้าของเธอจนจมเขี้ยว
เลือดรสหวานซึมออกมา
“อ๊า! ซอนโฮ... แรงอีก!”
มายด์ครางรับความเจ็บปวด
ซอนโฮเลื่อนต่ำลงมา
เขาใช้มือหนาบีบขยำหน้าอกเธอจนเป็นรอยแดง
ริมฝีปากดูดดึงยอดถันอย่างหิวกระหาย
เหมือนสัตว์ป่าที่กำลังหวงเหยื่อ
“อย่าไปแต่งงานกับมัน...”
“ห้ามไป...”
เขาพร่ำบอกชิดอกเธอ
“ถ้าแกทำให้ฉันพอใจ...”
“ฉันก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น”
มายด์ท้าทาย
เธอยกขาเกี่ยวเอวเขาไว้
บดเบียดร่องสวาทเข้ากับเป้ากางเกงที่ตุงแน่นของเขา
ซอนโฮรีบปลดเปลื้องพันธนาการท่อนล่างออก
แล้วแทรกกายเข้าไปในตัวเธอทันที
สวบ!
“อึก... แน่น...”
ความโกรธและความหึงหวงทำให้เขารุนแรงกว่าทุกครั้ง
เขาขยับสะโพกกระแทกกระทั้นเข้าหาเธออย่างบ้าคลั่ง
ตับ! ตับ! ตับ!
“อ๊า! ซอนโฮ... ลึก... มันลึก!”
มายด์จิกเล็บลงบนแผ่นหลังของเขา
กรีดผ่านรอยสัก GENESIS ที่กำลังเรืองแสงสีแดงวาบๆ
“คุณเป็นของใคร? บอกมา!”
ซอนโฮถามเสียงดุ ขณะกระแทกจุดกระสันเน้นๆ
“ของแก... อ๊า! ฉันเป็นของแก!”
“เป็นเมียแก... ซอนโฮ!”
คำตอบนั้นทำให้สติของซอนโฮขาดผึง
เขาจับขาเธอพาดบ่า
แล้วโหมแรงกระแทกจนตัวโยน
เตียงนอนขนาดคิงไซส์สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
เสียงครางระงมของทั้งคู่ดังก้องไปทั่วห้อง
“ผมจะฆ่ามัน...”
“ถ้ามันแตะต้องคุณอีก... ผมจะฆ่ามัน!”
เขาคำราม
ก่อนจะปลดปล่อยทุกความรู้สึกอัดอั้นเข้าไปในกายเธอ
มายด์กอดรัดเขาแน่น
รับรู้ถึงความร้อนระอุที่ฉีดพ่นเข้ามา
มันคือความรัก... ความหวงแหน... และความกลัวที่จะสูญเสีย
.
.
หลังจากพายุอารมณ์สงบลง
ซอนโฮนอนกอดมายด์ไว้แนบอก
เขาลูบหัวเธอเบาๆ
“อีก 29 วัน...”
“ผมจะหาทางแก้คำสาป”
“และผมจะฉีกสัญญาเลือดนั่นทิ้ง”
มายด์เงยหน้ามองเขา
แววตาของเธออ่อนโยนลง
“ฉันเชื่อใจแก”
“แต่ระวังตัวไว้ซอนโฮ...”
“เควินมันไม่ใช่แค่แวมไพร์ไฮโซ”
“ตระกูลของมัน... เชี่ยวชาญเรื่องมนต์ดำ”
“มันอาจจะใช้วิธีสกปรกเล่นงานแก”
ทันใดนั้น
เสียงโทรศัพท์ของมายด์ก็ดังขึ้น
ข้อความสั้นๆ จากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย
[อยากรู้วิธีแก้คำสาป GENESIS ไหม?]
[มาหาฉันคนเดียวที่สุสานรถไฟเก่า... คืนนี้]
[ลงชื่อ: ผู้หวังดีที่ถูกลืม]
ซอนโฮอ่านข้อความนั้น
“กับดักชัดๆ”
“ฉันรู้...”
มายด์แสยะยิ้ม
“แต่ถ้ามันมีทางรอดของแกอยู่จริง...”
“ต่อให้เป็นนรกขุมไหน... ฉันก็จะไป”