กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในรถลีมูซีนเริ่มจางไป
แต่กลิ่นอายของความอัปยศกลับยังคงวนเวียนอยู่รอบกาย
ร.ต.อ. มีนา นั่งเหม่อมองเพดานรถที่มืดสลัว
ร่างกายของเธอไร้เรี่ยวแรงจะขัดขืน
ความเจ็บปวดจากการถูกกระแทกกระทั้นอย่างป่าเถื่อนเมื่อครู่
ยังคงย้ำเตือนสติว่าเธอไม่ได้อยู่ในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อีกต่อไป
แต่เธอคือฆาตกร...
และคือทาสอุ่นเตียงที่ไม่มีสิทธิ์แม้จะเลือกความตาย
เคนจิ นั่งลงข้างกายเธออย่างสงบ
เขาจัดการสวมเสื้อเชิ้ตและเนกไทให้เข้าที่ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
สายตาของเขามองผ่านกระจกออกไปภายนอก
ดูเย็นชาและไร้ความรู้สึกจนน่ากลัว
"อย่ามองฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นแบบนั้นสิมีนา"
เขาเอ่ยขึ้นโดยไม่หันมามอง
มือหนาเอื้อมมาลูบไล้เส้นผมที่ยุ่งเหยิงของเธออย่างเบามือ
แต่สำหรับมีนา...
สัมผัสนั้นกลับให้ความรู้สึกเหมือนงูพิษที่กำลังรัดพันลำคอ
"แกฆ่าฉันไปแล้วเคนจิ... แกฆ่าสารวัตรมีนาไปแล้ว"
เธอเค้นเสียงบอกพลางน้ำตาไหลพราก
ความภาคภูมิใจในเครื่องแบบที่พ่อเคยสอน
บัดนี้มันแหลกสลายไปพร้อมกับการลงมือฆ่า พล.ต.ท. ธนา
"สารวัตรคนนั้นตายไปเพราะความโง่เขลาของตัวเองต่างหาก"
"คนที่จะอยู่รอดในโลกนี้... คือคนที่กล้าก้าวข้ามเส้นความถูกต้องเพื่อเป้าหมาย"
เคนจิเชยคางเธอขึ้นมาบังคับให้สบตา
ดวงตาสีรัตติกาลของเขาสะท้อนภาพผู้หญิงที่ดูแตกสลายและไร้ทางสู้
"จำไว้นะมีนา... รอยเลือดที่หน้ากากโอนิของเธอ"
"มันคือเครื่องเตือนใจว่าเธอเป็นคนของตระกูลริวโออย่างสมบูรณ์แบบ"
รถลีมูซีนเลี้ยวเข้าสู่เขตคฤหาสน์หรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา
รั้วเหล็กขนาดใหญ่ปิดตัวลงช้าๆ
เหมือนประตูนรกที่ต้อนรับเธอกลับเข้าสู่กรงขังอีกครั้ง
เคนจิอุ้มร่างของเธอลงจากรถฝ่าสายลมยามค่ำคืนที่หนาวเหน็บ
เขาไม่ได้พาเธอไปที่ห้องนอนเดิม
แต่กลับมุ่งหน้าไปยัง 'เรือนรับรองริมน้ำ' ที่ตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ
กลิ่นหอมของไม้ฮิโนกิและเสียงกระบอกไม้ไผ่กระทบหิน
บรรยากาศที่ดูสงบเงียบกลับทำให้มีนารู้สึกหวาดระแวงจนถึงขีดสุด
เคนจิวางเธอลงบนเบาะรองนั่งกลางห้องโถงกว้าง
เขาสั่งให้ลูกน้องนำอ่างน้ำอุ่นที่ผสมสมุนไพรญี่ปุ่นเข้ามา
ก่อนจะหันมามองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยการครอบครอง
"ถอดชุดนั่นออกซะ... คราบเลือดของไอ้สวะนั่นไม่คู่ควรกับร่างกายเธอ"
มีนานั่งนิ่งไม่ขยับตัว
เธอกอดอกตัวเองไว้อย่างหวงแหน
ศักดิ์ศรีที่เหลือเพียงน้อยนิดสั่งให้เธอขัดขืนเป็นครั้งสุดท้าย
"ไม่... ฉันจะไม่ยอมทำตามคำสั่งแกอีกแล้ว"
เคนจิเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
เขาไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเกรี้ยว
แต่นั่นคือสัญญาณอันตรายที่เมีนาเริ่มเรียนรู้ว่ามันน่ากลัวที่สุด
เขาย่างสามขุมเข้ามาหาเธอช้าๆ
ก่อนจะกระชากโซ่ที่ปลอกคอหนังของเธออย่างแรง
จนร่างบางถลาเข้าไปปะทะอกแกร่งของเขาอย่างจัง
"ลืมกฎข้อแรกไปแล้วเหรอมีนา?"
"ใต้อาณัติของฉัน... คำว่า 'ไม่' คือคำต้องห้าม"
เคนจิลงมือฉีกทึ้งชุดฮากามะที่เปื้อนเลือดของเธอออกด้วยตัวเอง
เขากระชากผ้าพันอกสีดำที่ปกปิดความงดงามไว้ออกอย่างไม่ใยดี
เผยให้เห็นเรือนร่างที่เต็มไปด้วยรอยช้ำและคราบเลือด
เขาอุ้มเธอลงไปในอ่างน้ำอุ่นอย่างรวดเร็ว
ความร้อนของน้ำปะทะกับร่างกายทำให้มีนาสะดุ้งสุดตัว
เคนจิใช้ฟองน้ำถูตามผิวเนื้อของเธออย่างแรงราวกับจะขยี้ให้แหลก
"ล้างมันออกไป! ล้างคราบความใจอ่อนของเธอออกไปให้หมด!"
"แกมันบ้าไปแล้วเคนจิ! อึก... ฉันเจ็บ!"
เมีนาพยายามจะหนีออกจากอ่าง
แต่เคนจิกลับกดไหล่เธอไว้แน่น
เขามองดูเธอที่ดิ้นรนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหลในความพ่ายแพ้
"เจ็บสิดี... จะได้จำไว้ว่าใครเป็นเจ้าของชีวิตเธอ"
เมื่อล้างคราบเลือดออกจนหมด
เคนจิก็ยื่นแฟลชไดรฟ์อีกอันออกมาตรงหน้าเธอ
มันคือข้อมูลลับที่ลูกน้องของเขาเพิ่งถอดรหัสออกมาได้จากคฤหาสน์ของธนา
"รายชื่อต่อไป... คือคนที่เธอคาดไม่ถึงแน่นอนมีนา"
มีนาจ้องมองแฟลชไดรฟ์นั่นด้วยความรู้สึกที่สับสน
ความแค้นที่ยังหลงเหลือผลักดันให้เธออยากรู้
แต่สถานะทาสที่เขาตอกย้ำทำให้เธออยากจะหนีไปให้พ้น
"ใคร..."
"อดีตคู่หมั้นของเธอไงล่ะ... สารวัตรภวัต"
คำพูดของเคนจิเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางอก
มีนานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
ภวัต... คนที่เธอคิดว่าเป็นตำรวจน้ำดีเพียงไม่กี่คนที่เหลืออยู่
"ไม่จริง... ภวัตไม่มีวันทำเรื่องแบบนั้น"
เคนจิหัวเราะในลำคออย่างเยือกเย็น
เขากดเล่นไฟล์เสียงบางอย่างจากแท็บเล็ตให้เธอฟัง
เสียงของภวัตที่กำลังเจรจาเรื่องการแบ่งเปอร์เซ็นต์ส่วยยาเสพติดกับวิเชียร
หัวใจของมีนาแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ อีกครั้ง
คนรอบตัวเธอ... ทุกคนที่เธอเคยรักและไว้ใจ
ล้วนแต่สวมหน้ากากและหักหลังเธอเพื่อเงิน
"เห็นไหมล่ะมีนา... โลกที่เธอเคยเชื่อมั่นมันไม่มีจริง"
"มีเพียงฉันเท่านั้น... ที่ซื่อสัตย์กับความเลวร้ายของตัวเองต่อหน้าเธอ"
เคนจิโน้มใบหน้าลงมาจูบซับที่หน้าผากของเธออย่างอ่อนโยนขัดกับการกระทำก่อนหน้า
สัมผัสที่ดูเหมือนจะปลอบประโลมแต่กลับพันธนาการเธอไว้แน่นขึ้น
"ฆ่ามันซะมีนา... ฆ่าผู้ชายที่มันหลอกลวงเธอ"
"แล้วฉันจะยอมให้เธอมีตัวตนขึ้นมาอีกครั้ง... ในฐานะราชินีของตระกูลริวโอ"
มีนาหลับตาลงนิ่งๆ
ความเกลียดชังต่อเคนจิยังคงอยู่
แต่ความแค้นต่อพวกตำรวจกังฉินมันเริ่มจะบดบังทุกสิ่ง
เธอเกลียดตัวเองที่ต้องยอมตกเป็นทาสของเขา
แต่เธอก็ต้องการพลังของปีศาจตนนี้เพื่อทำลายล้างทุกคน
เคนจิอุ้มเธอขึ้นจากอ่างน้ำ
เขาพามีนาไปที่เตียงกว้างที่มีกลิ่นหอมของใบชา
เขาวางเธอลงอย่างเบามือและโน้มตัวลงมาคร่อมร่างเธอไว้
"แกจะเอาอะไรจากฉันอีก... ฉันให้แกไปหมดแล้ว"
"ฉันต้องการให้เธอ 'ขืนใจ' ตัวเองให้ยอมรับอาณัติของฉันอย่างแท้จริง"
เคนจิเริ่มรุกรานร่างกายของเธออีกครั้งด้วยความดุดัน
ครั้งนี้เขาไม่ได้ใช้เพียงแค่กำลัง
แต่เขาใช้ความจริงที่โหดร้ายมาบีบคั้นจิตใจของเธอไปพร้อมๆ กัน
จังหวะกระแทกกระทั้นที่รุนแรงเน้นย้ำถึงความพ่ายแพ้ของเธอ
มีนากรีดร้องออกมาด้วยความอัดอั้น
เธอจิกเล็บลงบนหลังของเคนจิจนเลือดซึม
ร่างกายของเธอสั่นเทิ้มด้วยแรงอารมณ์ที่ตีกันนัวเนีย
ความรู้สึกเสียวซ่านที่เกิดขึ้นจากการถูกบังคับมันช่างน่าอัปยศ
แต่เธอก็หยุดมันไม่ได้... เธอหยุดเสียงครางที่ทรยศต่อศักดิ์ศรีไม่ได้
"อ๊า... เคนจิ... แกมันไอ้คนสารเลว..."
"เรียกชื่อฉัน... เรียกสิว่าใครคือเจ้าชีวิตของเธอ!"
"อึก... คุณเคนจิ... เจ้านาย..."
เคนจิกระตุกยิ้มอย่างผู้ชนะก่อนจะพาเธอไปถึงจุดขีดสุดท่ามกลางความมืด
สัญญาในนรกได้เริ่มขึ้นแล้ว
และเหยื่อรายต่อไป...
คือคนที่จะทำลายเศษเสี้ยวหัวใจที่เหลืออยู่ของเธอให้ยับเยิน