เสียงล้อรถบดไปกับถนนคอนกรีตยามค่ำคืน
เป็นเสียงเดียวที่ดังก้องอยู่ในรถลีมูซีนกันกระสุน
ร.ต.อ. มีนา นั่งหอบหายใจแผ่วเบาอยู่ที่มุมหนึ่งของเบาะหลัง
เสื้อสูทตัวใหญ่ของ เคนจิ คลุมร่างที่สั่นเทาของเธอไว้
แต่ไม่อาจปกปิดกลิ่นคาวเลือดและเขม่าดินปืนที่ติดตัวมาได้
ความรู้สึกเจ็บแปลบที่ต้นแขนเริ่มประท้วง
มันคือรอยกระสุนเฉี่ยวที่เธอเพิ่งได้รับจากการเอาตัวเข้าบังกระสุนให้เขา
เธอก้มมองมือตัวเองที่ยังเปื้อนคราบเลือดแห้งกรัง
มือคู่นี้... เพิ่งกวัดแกว่งดาบเพื่อปกป้องชีวิตของอาชญากร
"เจ็บมากไหม?"
เคนจิเอ่ยถามทำลายความเงียบ
เขาไม่ได้ขยับเข้ามาใกล้ แต่สายตคมกริบจ้องมองบาดแผลที่แขนเธอ
"ไกลหัวใจเยอะ... แค่นี้ไม่ตายหรอก"
มีนาตอบเสียงแข็ง พยายามกดความรู้สึกอ่อนแอลงไป
เธอไม่อยากให้เขาเห็นว่าเธอกำลังเจ็บปวด
"หึ... ปากเก่งเหมือนเดิม"
"แต่วันนี้เธอทำให้ฉันประทับใจนะมีนา"
"สัญชาตญาณสัตว์ป่าของเธอ... มันตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว"
เคนจิขยับตัวเข้ามาหาเธอช้าๆ
เขาดึงแขนข้างที่เจ็บของเธอมาดู
นิ้วเรียวแตะลงรอบปากแผลอย่างเบามือจนน่าประหลาด
แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความพึงพอใจที่บิดเบี้ยว
"ฉันไม่ได้ทำเพื่อแก..."
"ฉันแค่ไม่อยากตายในรังของศัตรู"
มีนาเถียงกลับ แม้ในใจจะรู้ดีว่า
วินาทีที่เธอกระโจนออกไปขวางกระสุนนั้น
สมองของเธอไม่ได้คิดเรื่องความตายของตัวเองเลยแม้แต่น้อย
เธอคิดแค่ว่า... ผู้ชายคนนี้ต้องห้ามตาย
"ข้อแก้ตัวของตำรวจผู้ผดุงความยุติธรรม..."
"ยอมรับมาเถอะว่าเธอกำลังหลงใหลในกลิ่นเลือดและการฆ่าฟัน"
"เหมือนกับฉัน..."
รถจอดสนิทที่หน้าคฤหาสน์หรู
เคนจิไม่รอให้คนขับรถมาเปิดประตู
เขาอุ้มร่างของมีนาลงจากรถทันที
โดยไม่สนว่าเลือดจากแผลของเธอจะเปรอะเปื้อนเสื้อเชิ้ตราคาแพงของเขา
"ทานากะ! เตรียมชุดทำแผลและเสื้อผ้าใหม่ไปไว้ที่ห้องนอนฉัน"
"และห้ามใครรบกวนเด็ดขาด"
คำสั่งเฉียบขาดดังก้อง
มีนาซุกหน้าลงกับอกแกร่ง
เธอรู้ดีว่า 'รางวัล' ที่เขากำลังจะมอบให้
มันคงไม่ใช่สิ่งที่เธอจะปฏิเสธได้
...
ห้องนอนใหญ่ของเคนจิ
เคนจิวางมีนาลงบนเตียงกว้างอย่างระมัดระวัง
เขาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปปลดเสื้อสูทที่คลุมตัวเธอออก
เผยให้เห็นชุดกี่เพ้าสีแดงที่ขาดวิ่นจนแทบไม่เหลือชิ้นดี
รอยขาดเผยให้เห็นผิวขาวเนียนที่มีรอยถลอกและรอยช้ำ
"สภาพดูไม่ได้เลยนะ... แม่เสือสาว"
เขาหยิบสำลีชุบแอลกอฮอล์มาเช็ดรอบปากแผลที่ต้นแขนให้เธอ
มีนาสะดุ้งเล็กน้อยจากความแสบ
แต่เคนจิกลับเป่าลมเบาๆ ใส่แผลให้
การกระทำที่ดูเหมือนจะอ่อนโยนขัดกับตัวตนยากูซ่าของเขา
ทำให้หัวใจของมีนาสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้
"ทำไมต้องทำดีกับฉัน..."
"เดี๋ยวก็ตบ เดี๋ยวก็จูบ... แกเป็นบ้าหรือไง"
เคนจิหยุดมือ แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ
"ฉันดูแลของของฉัน... มันแปลกตรงไหน?"
"ยิ่งของชิ้นนั้นยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องฉัน"
"ฉันก็ยิ่งต้องดูแล... ให้คุ้มค่าราคา"
เขาปิดพลาสเตอร์ยาที่แผลให้เธอจนเสร็จ
ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออก
เผยให้เห็นแผงอกกำยำและรอยสักมังกรที่ขยับไหวตามกล้ามเนื้อ
"เอาล่ะ... ถึงเวลาทวงรางวัลแล้ว"
"รางวัลที่ฉันสัญญาไว้ที่บ่อน"
มีนาขยับถอยหลังจนชิดหัวเตียง
"ฉันเหนื่อย... ฉันเจ็บแผล..."
"แผลแค่นั้นไม่ทำให้เธอตายหรอกมีนา"
"แต่ถ้าฉันไม่เติมเต็มเธอคืนนี้... เธออาจจะขาดใจตายก็ได้"
เคนจิคลานขึ้นมาบนเตียงคร่อมร่างเธอไว้
สายตาของเขาลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนาที่รุนแรงกว่าทุกครั้ง
มันไม่ใช่แค่ความใคร่
แต่มันคือความต้องการที่จะ 'หลอมรวม' กับคนที่เพิ่งผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน
เขากระชากเศษผ้ากี่เพ้าที่เหลืออยู่ออกจนหมดสิ้น
เรือนร่างเปลือยเปล่าของมีนาปรากฏต่อสายตาเขา
รอยเลือดและคราบฝุ่นยิ่งทำให้เธอดูเย้ายวนแบบดิบเถื่อน
"สวย..."
"สวยยิ่งกว่าตอนใส่เครื่องแบบตำรวจเป็นไหนๆ"
เคนจิก้มลงจูบซับที่หน้าท้องแบนราบ
ก่อนจะไล่ลิ้นร้อนขึ้นมาเรื่อยๆ ผ่านเนินอกอวบอิ่ม
จนถึงริมฝีปากบางที่สั่นระริก
เขาบดจูบลงมาอย่างหนักหน่วง
ดูดกลืนลมหายใจและเสียงประท้วงของเธอจนหมดสิ้น
รสจูบครั้งนี้เจือไปด้วยรสชาติของชัยชนะ
มือหนาบีบเค้นไปทั่วร่างกายเพื่อสำรวจทุกตารางนิ้ว
ว่าเธอปลอดภัยดีและยังเป็นของเขา
"อื้อ... เคนจิ..."
มีนาเผลอครางออกมาเมื่อมือร้ายกาจเลื่อนลงไปสัมผัสจุดอ่อนไหว
ความเสียวซ่านแล่นพล่านจนเธอลืมความเจ็บปวดที่แผล
ร่างกายที่เพิ่งผ่านสถานการณ์ตึงเครียดมา
ต้องการการปลดปล่อยอย่างรุนแรง
"เปียกแล้วนี่... ร่างกายเธอมันซื่อสัตย์กว่าปากเธอเยอะ"
เคนจิกระซิบชิดใบหู
ก่อนจะแทรกตัวตนที่แข็งขึงเข้าสู่ช่องทางรักของเธอ
"อ๊าาา!"
มีนาแอ่นกายรับสัมผัสที่เติมเต็มเข้ามา
ความอึดอัดคับแน่นเปลี่ยนเป็นความสุขสมที่วาบหวาม
เคนจิขยับกายเข้าออกเนิบนาบแต่หนักหน่วง
จ้องมองใบหน้าของเธอทุกวินาที
"มองฉันมีนา... มองคนที่เธอปกป้อง"
"จำไว้ว่าชีวิตนี้เป็นของฉัน... และชีวิตฉันก็อยู่ในมือเธอ"
คำพูดนั้นพันธนาการเธอแน่นหนายิ่งกว่าโซ่ตรวน
มีนายกแขนข้างที่ไม่เจ็บขึ้นโอบรอบคอเขา
เล็บจิกเข้าที่แผ่นหลังกว้างเพื่อระบายอารมณ์
"คนเอาแต่ใจ... ฮึก..."
"ใช่... และฉันจะเอาแต่ใจกับเธอคนเดียว"
จังหวะรักทวีความรุนแรงขึ้นตามแรงอารมณ์
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องในห้องกว้าง
ผสานกับเสียงหอบหายใจของคนสองคนที่เพิ่งรอดตาย
มันคือการเฉลิมฉลองการมีชีวิตอยู่ที่ดิบเถื่อนที่สุด
เคนจิกระแทกกระทั้นจุดกระสันซ้ำๆ
จนมีนาหวีดร้องและกระตุกเกร็ง
ความสุขสมแตกซ่านไปทั่วร่างราวกับพลุที่จุดระเบิด
เคนจิกดแช่ตัวตนไว้แนบแน่น
ซึมซับความรู้สึกที่ได้เป็นหนึ่งเดียวกับเธอ
ก่อนจะฟุบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น
"เธอหนีฉันไม่พ้นแล้วมีนา..."
"ไม่ว่าจะในนรกหรือสวรรค์... เธอก็ต้องอยู่กับฉัน"
...
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้
มีนานอนหมดแรงอยู่ในอ้อมกอดของเคนจิ
ผ้าห่มผืนหนาคลุมร่างเปลือยเปล่าของทั้งคู่ไว้
เคนจิลูบหัวเธอเบาๆ ราวกับกล่อมเด็ก
แต่สายตาของเขากลับจ้องมองไปยังแท็บเล็ตที่วางอยู่หัวเตียง
หน้าจอแสดงข้อมูลข่าวสารล่าสุด
[ด่วน! เจ้าสัวมงคล หลบหนีการจับกุม มุ่งหน้าสู่ชายแดน]
[พบหลักฐานการโอนเงินโยงใยนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ 'พล.ต.อ. ...']
เคนจิหรี่ตามองชื่อย่อของนายตำรวจคนนั้น
บิ๊กบอสตัวจริง... คนที่อยู่เหนือทุกกฎหมาย
และเป็นคนที่สั่งการเจ้าสัวมงคลอยู่เบื้องหลัง
"พักผ่อนซะมีนา..."
"เพราะพรุ่งนี้... สงครามของจริงกำลังจะเริ่ม"
"เราต้องเด็ดหัวมังกรตัวที่ใหญ่ที่สุด... ก่อนที่มันจะกินเรา"
มีนาปรือตามองหน้าจอแท็บเล็ตนั้น
ชื่อย่อนั่น... ทำให้เธอชาวาบไปทั้งตัว
มันคือชื่อของคนที่เธอเคารพรักเสมือนพ่อคนที่สอง
คนที่เคยมอบเหรียญกล้าหาญให้เธอ
"ท่านอธิบดี..."
เธอพึมพำออกมาเสียงเบาหวิว
น้ำตาหยดสุดท้ายไหลริน
โลกของเธอมันเน่าเฟะจนไม่เหลือที่ว่างให้แสงสว่างอีกแล้ว
มีเพียงเคนจิเท่านั้น... ที่เป็นความมืดมิดที่โอบกอดเธอไว้จริงที่สุด