ตอนที่ 8 : รอยร้าวที่เคลือบด้วยทอง

1185 Words
ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มซาลงเหลือเพียงละอองไอเย็นพัดผ่านผิวน้ำ รถลีมูซีนสีดำสนิทเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตคฤหาสน์ริมน้ำอย่างเงียบเชียบ บรรยากาศภายในรถตกอยู่ในความเงียบงันที่มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสาน ร.ต.อ. มีนา นั่งนิ่งสนิทอยู่บนเบาะหนัง ดวงตาคู่สวยเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างที่มืดมิด มือที่เคยถือปืนบัดนี้ยังคงสั่นเทาจนต้องซุกไว้ใต้เสื้อสูทของเคนจิ ภาพของสันติที่สิ้นใจต่อหน้าต่อตาฉายซ้ำอยู่ในหัวราวกับหนังวนลูป เธอฆ่าคน... ฆ่าคนที่เป็นทั้งอดีตรุ่นพี่และเพื่อนร่วมอาชีพ แม้เขาจะเลวทรามเพียงใด แต่ความรู้สึกที่พรากชีวิตคนด้วยมือตัวเอง มันก็คือตราบาปที่กรีดลึกลงบนวิญญาณของสารวัตรสาวผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์ เคนจิ นั่งไขว่ห้างอยู่ข้างกายเขาไม่ได้เอ่ยคำพูดใดปลอบประโลม เขาเพียงแต่จ้องมองใบหน้าด้านข้างของเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ในมือนิ่งสงบของเขาถือถ้วยชาเซรามิกที่ลูกน้องเตรียมไว้ให้ในรถ ความนิ่งขรึมของเขาราวกับผิวน้ำที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง รถจอดสนิทหน้าเรือนรับรองไม้ทรงญี่ปุ่นโบราณ เคนจิก้าวลงจากรถก่อนจะหันกลับมามองคนในรถที่ยังคงนั่งนิ่ง เขาไม่ได้อุ้มเธอเหมือนทุกครั้ง แต่กลับยื่นมือหนาออกมาตรงหน้า "ก้าวออกมามีนา... ทิ้งความตายไว้ข้างหลัง" เสียงทุ้มต่ำของเขาเรียกสติของเมีนาให้คืนกลับมา เธอมองมือที่สวมถุงมือหนังสีดำนั่นด้วยความรู้สึกสับสน สุดท้ายเธอก็ยอมวางมือลงบนฝ่ามือของเขาแล้วก้าวลงจากรถ ความเย็นของพื้นหินที่เปียกชื้นย้ำเตือนว่าเธอยังคงมีชีวิตอยู่ เคนจินำเธอเดินเข้าไปในห้องโถงกว้างที่ปูด้วยเสื่อทาทามิ กลิ่นหอมของ ไม้สน และ ใบชา อบอวลช่วยให้จิตใจที่ฟุ้งซ่านเริ่มสงบลง เขานั่งลงบนเบาะรองนั่งพลางพยักหน้าให้เธอนั่งลงตรงข้าม บนโต๊ะไม้เตี้ยมีชุดกาน้ำชาโบราณตั้งอยู่ เคนจิเริ่มลงมือชงชาด้วยท่าทางที่เชื่องช้าและพิถีพิถัน ทุกท่วงท่าของเขามีระเบียบแบบแผนดุจงานศิลปะที่ถูกฝึกฝนมานับปี "ญี่ปุ่นมีศิลปะอย่างหนึ่งที่เรียกว่า 'คินสึงิ' เขาเอ่ยขึ้นขณะรินน้ำร้อนลงในถ้วยชา ควันสีขาวลอยอวลบดบังใบหน้าคมคายไปชั่วขณะ "มันคือการซ่อมแซมเครื่องปั้นดินเผาที่แตกสลายด้วยทองคำ" "เพื่อให้รอยร้าวพวกนั้น กลายเป็นส่วนที่งดงามและแข็งแกร่งที่สุดของชิ้นงาน" เคนจิส่งถ้วยชาให้เธอ แววตาของเขานิ่งสงบแต่แฝงไปด้วยความกดดัน มีนารับถ้วยชามาถือไว้ ความอุ่นของเซรามิกแผ่ซ่านเข้าสู่ฝ่ามือที่เย็นเฉียบ "แกจะบอกว่าฉันคือเครื่องปั้นที่แตกงั้นเหรอ?" มีนาถามเสียงแผ่วพลางสบตาเขานิ่ง "เธอไม่ได้แค่แตกมีนา... เธอแหลกสลายไปพร้อมกับอุดมการณ์โง่ๆ นั่นแล้ว" เคนจิวางกาน้ำชาลงช้าๆ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น เขายื่นมือมาลูบไล้ที่ลำคอระหงซึ่งยังมีปลอกคอหนังรัดแน่นอยู่ "แต่รอยร้าวที่เธอได้รับจากการหักหลัง... ฉันจะใช้เลือดและอำนาจซ่อมมันให้เธอเอง" "รอยแผลที่เธอฆ่าไอ้สันติ... มันคือทองคำที่จะทำให้เธอเป็นกบฏที่สมบูรณ์แบบ" คำพูดของเขาเหมือนคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลเดิม แต่ในขณะเดียวกัน มันกลับทำให้มีนารู้สึกถึงความมั่นคงที่น่าประหลาด เธอกลายเป็นคนไร้บ้าน ไร้ตัวตน และไร้ความถูกต้อง มีเพียงชายตรงหน้าคนนี้เท่านั้นที่ยอมรับในความพินาศของเธอ "แกต้องการให้ฉันเป็นอะไรกันแน่เคนจิ... เป็นบอดี้การ์ด เป็นมือสังหาร หรือเป็นแค่ของเล่น?" มีนาถามพร้อมกับวางถ้วยชาลง แรงอารมณ์ที่อัดอั้นเริ่มปะทุขึ้นในดวงตา เคนจิไม่ตอบแต่เขากลับรวบเอวบางของเธอแล้วดึงเข้ามาประชิดตัว จนหน้าอกอวบอิ่มเบียดเสียดกับแผงอกกว้างภายใต้ชุดยูกาตะ "ฉันต้องการให้เธอเป็น 'อาณัติ' ของฉัน... ในทุกความหมาย" "เป็นเงาที่คอยติดตาม... เป็นดาบที่คอยฟาดฟัน..." "และเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ได้รับอนุญาตให้เห็นความอ่อนแอของมังกรตัวนี้" เคนจิโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกัน กลิ่นมัทฉะหอมกรุ่นผสมกับกลิ่นกายชายชาตรีทำเอาเมีนาหายใจติดขัด มือหนาเลื่อนขึ้นมาจิกผมของเธอให้แหงนหน้าขึ้นรับสายตาของเขา "วันนี้เธอทำได้ดีกว่าที่ฉันคาดไว้... เธอพิสูจน์แล้วว่าเธอมีค่าพอที่จะอยู่เคียงข้างฉัน" เคนจิไม่ได้เริ่มบทรักที่ดุดันเหมือนทุกครั้ง เขากลับกดจูบลงบนหน้าผากของเธออย่างแผ่วเบาและเนิ่นนาน มันเป็นสัมผัสที่ดู 'Exclusive' และลึกซึ้งจนมีนาหัวใจสั่นไหว ความเงียบปกคลุมคนทั้งคู่ท่ามกลางแสงโคมไฟสีส้มสลัว มีนาเผลอหลับตาลงรับสัมผัสที่ดูเหมือนจะอ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยการครอบครอง เธอกำลังจมดิ่งลงสู่กรงขังที่เต็มไปด้วยทองคำของเขา... ทีละน้อย "เคนจิ... แกจะไม่มีวันเสียใจที่เลือกฉัน" มีนากระซิบพลางซบหน้าลงกับไหล่กว้างของเขา น้ำตาหยดหนึ่งไหลออกมาโดยที่เธอไม่รู้ตัว มันคือน้ำตาของการบอกลาตัวตนเก่า... และต้อนรับตัวตนใหม่ที่มืดมนยิ่งกว่าเดิม เคนจิยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เขาโอบกอดร่างบางไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปกับสายฝน ภารกิจสังหารสันติเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆ เท่านั้น "เตรียมตัวให้พร้อมมีนา... เพราะรายชื่อต่อไปในแฟลชไดรฟ์" "มันคือคนที่จะทำให้โลกสีกากีของเธอต้องลุกเป็นไฟ" เคนจิผละออกช้าๆ ก่อนจะเดินไปที่ตู้ไม้โบราณ เขาหยิบดาบซามูไรเล่มยาวออกมาวางลงตรงหน้าเธอ ตัวดาบสีเงินวาววับสะท้อนแสงไฟดูน่าเกรงขาม "จากวันนี้ไป... เธอจะไม่ใช้ปืนที่เป็นสัญลักษณ์ของพวกหักหลัง" "แต่เธอจะใช้ดาบของตระกูลริวโอ... เพื่อประกาศว่าเธอคือคนของฉัน" มีนาเอื้อมมือไปสัมผัสฝักดาบที่สลักลายมังกรอย่างประณีต ความเย็นของมันแล่นเข้าสู่หัวใจที่เคยหนาวเหน็บ เธอยกดาบขึ้นมาแนบอก... กบฏสาวได้รับอาวุธใหม่ที่จะใช้ทวงคืนทุกอย่าง ภายใต้หลังคาเรือนญี่ปุ่นที่เงียบสงบ สัญญาที่ไม่ได้พูดออกมาถูกบันทึกไว้ในดวงตาของทั้งคู่ สงครามที่แท้จริงกำลังจะเริ่ม... และไม่มีใครรอดพ้นจากอาณัติแห่งรักนี้ได้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD