แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านบานเลื่อนไม้ไผ่ กลิ่นหอมสะอาดของเสื่อทาทามิผสมกับกลิ่นถ่านที่ยังกรุ่นอยู่ในเตาชงชา
ภายในเรือนรับรองสไตล์ญี่ปุ่นที่แยกตัวออกมา บรรยากาศเงียบสงบจนได้ยินเสียงหยดน้ำจากกระบอกไม้ไผ่ในสวนหิน
ร.ต.อ. มีนา ยืนนิ่งอยู่กลางห้องในชุดฝึกสีดำสนิท ในมือของเธอคือดาบซามูไรเล่มยาวที่เคนจิมอบให้เมื่อคืน
น้ำหนักของมันไม่ได้มากเกินไป แต่ความหมายของมันกลับหนักอึ้ง มันคืออาวุธที่พรากชีวิตได้เงียบเชียบและงดงามกว่าปืนที่เธอเคยใช้
"ดาบ... ไม่ใช่แค่เหล็กที่ถูกตีจนคม"
เสียงทุ้มของ เคนจิ ดังขึ้นจากทางด้านหลัง เขาอยู่ในชุดยูกาตะสีน้ำเงินเข้ม เดินวนรอบตัวเธอด้วยสายตาที่ประเมินค่า
ท่วงท่าของเขามั่นคงและสง่างามราวกับซามูไรที่หลุดออกมาจากภาพวาดโบราณ
"แต่มันคือส่วนต่อขยายของวิญญาณเธอ"
"ถ้าใจเธอสั่น... คมดาบก็จะไร้ทิศทาง"
เคนจิหยุดยืนเบื้องหลังเธอ เขาโน้มตัวลงมาชิดจนแผ่นหลังของเธอสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น
มือหนาเอื้อมมาจับทับบนมือของเธอที่กุมด้ามดาบไว้ เขาบังคับให้เธอชูมันขึ้นในระดับสายตา
"จ้องไปที่คมของมัน... เห็นอะไรในนั้นไหม?"
มีนาจ้องมองเงาสะท้อนของดวงตาตัวเองบนใบดาบสีเงินวาว ดวงตาของเธอไม่ได้มีแต่ความโกรธแค้นอีกต่อไป
แต่มันมีความว่างเปล่าที่ถูกเติมเต็มด้วยเงาของมังกรตรงหน้า
"เห็นกบฏ... ที่ไม่มีทางถอยหลังกลับ"
เธอตอบเสียงเรียบ เคนจิยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ เขาเลื่อนมือขึ้นมาลูบปลอกคอหนังของเธอเบาๆ
สัมผัสของเขาในยามเช้านี้นุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยอำนาจการครอบครอง
"ดี... เพราะวันนี้เราจะเริ่มเปิด 'บัญชีเลือด' ของพวกมัน"
เคนจิผละออกช้าๆ เขาเดินไปที่โต๊ะไม้โบราณแล้วเปิดหน้าจอแท็บเล็ต
ข้อมูลจากแฟลชไดรฟ์ของสันติถูกประมวลผลออกมาเป็นโครงข่ายขนาดใหญ่ มีรายชื่อนายตำรวจระดับสูงหลายสิบคนโชว์หราอยู่บนนั้น
หนึ่งในรายชื่อที่ถูกกากบาทสีแดงตัวใหญ่ที่สุดคือ พล.ต.ท. ธนา... ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ
"ไอ้ธนา... มันคือคนที่เป็นหัวเรือใหญ่ในการฟอกเงินให้แก๊งค้ายา"
"และมันคือคนที่เซ็นอนุมัติคำสั่งเก็บทีม S.W.A.T ของเธอ"
มีนาก้าวเข้าไปดูรูปถ่ายของธนาด้วยสายตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟแค้น ชายหน้าตาภูมิฐานที่ออกสื่อบ่อยๆ ในฐานะตำรวจตัวอย่าง
ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังมันคือปีศาจที่กัดกินประเทศนี้จนเน่าเฟะ
"มันคุ้มกันแน่นหนามากนะเคนจิ... คฤหาสน์ของมันมีตำรวจอารักขาตลอด 24 ชั่วโมง"
"สำหรับคนอื่นอาจจะใช่... แต่ไม่ใช่สำหรับ 'เงา' ของตระกูลริวโอ"
เคนจิเดินไปที่ตู้ไม้ที่เก็บสะสมหน้ากากโอนิ (ยักษ์ญี่ปุ่น) หลากหลายรูปแบบ เขาส่งหน้ากากสีดำทมิฬอันหนึ่งให้มีนา
"คืนนี้จะมีงานเลี้ยงปิดกล้องโครงการการกุศลที่บ้านของมัน"
"มันชอบวัฒนธรรมญี่ปุ่นเข้าเส้น... และฉันได้รับเชิญไปในฐานะแขกคนสำคัญ"
มีนารับหน้ากากมาถือไว้ เธอเริ่มเข้าใจแผนการของเขา เคนจิรักประเทศเกิดและวัฒนธรรมของเขามาก
เขาจึงมักจะใช้ความประณีตของมันมาซ่อนความอำมหิตไว้เสมอ
"แกจะให้ฉันเข้าไปในฐานะอะไร? เมียเก็บชาวญี่ปุ่นเหมือนเมื่อวานเหรอ?"
"รอบนี้ไม่ใช่... รอบนี้เธอจะเป็น 'นักแสดงระบำดาบ' ของตระกูล"
เคนจิเชยคางเธอขึ้นสบตา แววตาของเขาเข้มข้นขึ้นจนเมีนาต้องกลั้นหายใจ ความ Exclusive ของงานนี้คือการที่แขกทุกคนต้องสวมหน้ากาก
และไม่มีใครคาดคิดว่าหนึ่งในนักแสดง... คือสารวัตรที่ตายไปแล้ว
"การแก้แค้นที่มีระดับ... คือการฆ่ามันต่อหน้าผู้คนโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าใครลงมือ"
"ฉันจะทำให้มันตายไปพร้อมกับความภาคภูมิใจในอำนาจจอมปลอมของมัน"
มีนามองหน้ากากโอนิในมือ ความรู้สึกตื่นเต้นปนหวาดเสียวแล่นพล่าน เธอเริ่มหลงใหลในวิธีการที่เยือกเย็นและซับซ้อนของเคนจิ
เขาไม่ได้สอนให้เธอบู๊บ้าพลัง แต่เขาสอนให้เธอล่าอย่างมีระดับ
"ฉันต้องทำยังไงบ้าง?"
"เริ่มจากการเรียนรู้วิธีการ 'ร่ายรำ' ที่แท้จริง..."
เคนจิรวบเอวบางของเธอเข้าหาตัวอีกครั้ง ครั้งนี้เขาไม่ได้รุกรานเพื่อราคะ แต่เขาเริ่มนำพาเธอเคลื่อนไหวตามจังหวะ เท้าที่ก้าวอย่างมั่นคง
มือที่กุมดาบอย่างนิ่งสงบ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ถักทอผ่านคมดาบและการเคลื่อนไหวที่เป็นหนึ่งเดียว
กลิ่นหอมของชาเขียวและหยาดเหงื่อจางๆ ทำให้บรรยากาศในห้องดูขลังอย่างประหลาด เคนจิจ้องมองทุกการขยับตัวของมีนาด้วยความหลงใหล
เธอคือผลงานชิ้นเอกที่เขาเป็นคนซ่อมแซมขึ้นมาใหม่
"จำไว้มีนา... ทันทีที่เสียงขลุ่ยญี่ปุ่นจบลง"
"นั่นคือเวลาที่หัวของมันต้องหลุดออกจากบ่า"
มีนาพยักหน้ารับอย่างเด็ดเดี่ยว เธอยอมรับในอาณัติของเขาอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่แค่เพราะความกลัวหรือความต้องการรอดชีวิต
แต่เพราะเคนจิทำให้เธอมองเห็น 'ความยุติธรรม' ในอีกรูปแบบหนึ่ง
รูปแบบที่กฎหมายไม่มีทางมอบให้เธอได้ รูปแบบที่แลกมาด้วยเลือด... และความภักดีที่ไม่มีวันตาย
คืนนั้น... แสงจันทร์ถูกเมฆดำบดบัง คฤหาสน์หรูของ พล.ต.ท. ธนา เต็มไปด้วยรถยุโรปราคาสูงลิ่ว เสียงดนตรีญี่ปุ่นบรรเลงคลอเคล้าเบาๆ
โดยที่เจ้าของบ้านไม่รู้เลยว่า...
ความตายที่งดงามที่สุด... กำลังจะมาร่ายรำต่อหน้าเขาในอีกไม่กี่นาที
เคนจิเดินเข้างานในชุดยูกาตะกึ่งสูทสีเทาเงิน ข้างกายของเขาคือนักแสดงสาวที่สวมหน้ากากโอนิสีดำสนิท
ทุกสายตาจับจ้องมาที่ความลึกลับและทรงพลังของทั้งคู่
เคนจิกระตุกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นเป้าหมายกำลังหัวเราะร่ากับแขกเหรื่อ เขากระซิบเบาๆ ที่ข้างหูของคนใต้หน้ากาก
"ไปสิ... มอบบทเรียนสุดท้ายให้มัน"
มีนาก้าวออกไปข้างหน้าช้าๆ ตามเสียงจังหวะกลองไทโกะ ดาบในมือสั่นสะท้านด้วยความแค้นที่สุกงอม บัญชีเลือดหน้าแรก...
กำลังจะถูกปิดลงอย่างสมบูรณ์แบบ