ตอนที่ 10 : หน้ากากโอนิและคราบเลือด

1298 Words
แสงไฟจากโคมไฟกระดาษญี่ปุ่นสีนวลส่องสว่างไปทั่วคฤหาสน์ทรงยุโรปของ พล.ต.ท. ธนา บรรยากาศในงานเลี้ยงดูหรูหราและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของชนชั้นสูง แขกเหรื่อทุกคนสวมหน้ากากตามธีมงานที่เจ้าภาพกำหนด ไม่มีใครรู้ว่าภายใต้หน้ากากเหล่านั้น... ซ่อนความโสมมหรือความลับอะไรไว้บ้าง ร.ต.อ. มีนา ยืนนิ่งอยู่หลังม่านสีแดงผืนหนาที่กั้นโซนเวทีการแสดง เธอมองลอดช่องว่างออกมายังโต๊ะ VIP ที่ตั้งเด่นอยู่กลางห้องโถง ที่นั่นมีชายร่างท้วมในชุดเครื่องแบบเต็มยศกำลังนั่งหัวเราะอย่างมีความสุข เขาคือ พล.ต.ท. ธนา... คนที่ทำลายชีวิตเธอ และคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาด้วยท่าทีสง่างามผิดมนุษย์คือ เคนจิ มีนารู้สึกถึงน้ำหนักของหน้ากากโอนิสีดำที่กดทับลงบนใบหน้า มันบดบังตัวตนของสารวัตรหญิงที่ตายไปแล้ว แต่ที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคือ ปลอกคอหนัง ที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าพันคอสีดำ มันคอยย้ำเตือนว่าเธอกลายเป็นเพียงสัตว์เลี้ยงที่ยากูซ่าส่งมาล่าเนื้อ สายตาของเคนจิที่ปรายมองมายังม่านผืนนั้น... เย็นยะเยือกดุจน้ำแข็ง "จำที่ฉันสอนได้ไหม... มีนา" เสียงของเคนจิที่กระซิบข้างหูเธอก่อนลงจากรถยังดังก้อง "อย่าฆ่ามันเพราะความแค้นของเธอ... แต่จงฆ่ามันเพื่อพิสูจน์ความภักดีต่อฉัน" ความภักดีงั้นเหรอ? เธออยากจะถ่มน้ำลายใส่คำนี้ เธอไม่ได้ภักดีต่อปีศาจอย่างเขา เธอเพียงแค่ต้องอาศัยอำนาจของเขาเพื่อลากไอ้พวกสีกากีลงนรกไปพร้อมกัน เสียงกลองไทโกะเริ่มบรรเลงด้วยจังหวะที่หนักแน่นดุดัน ม่านสีแดงเปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของนักแสดงระบำดาบ มีนาก้าวออกไปกลางเวทีด้วยท่วงท่าที่เคนจิเคี่ยวกรำมาตลอดทั้งวัน ชุดฮากามะสีดำสนิทขยับไหวตามจังหวะก้าวที่มั่นคง ดาบซามูไรในมือถูกชูขึ้นสูงสะท้อนแสงไฟวับวาวดูน่าเกรงขาม แขกทุกคนนิ่งเงียบด้วยความตกตะลึงในความงามที่แฝงไปด้วยความตาย มีนาเริ่มร่ายรำดาบช้าๆ ในตอนแรก คมดาบกรีดผ่านอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิวที่เป็นเอกลักษณ์ เธอจ้องมองธนาผ่านช่องเล็กๆ ของหน้ากาก ไอ้ฆาตกรในเครื่องแบบ... มันกำลังยิ้มราวกับถูกใจในการแสดง จังหวะกลองเริ่มเร่งเร้าขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขีดสุด มีนาเคลื่อนตัวว่องไวราวกับเงาพรายผ่านโต๊ะแขกเหรื่อ เธอไม่ได้มองหาเสียงปรบมือ แต่มองหาจังหวะที่จะปิดบัญชีเลือดที่ค้างคามานาน เคนจิยกจอกสาเกขึ้นจิบอย่างใจเย็น สายตาของเขาจดจ้องที่ลำคอของเธอ "เชิญครับท่าน... นี่คือไฮไลต์ของการแสดง" เคนจิเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มที่ธนาไม่มีวันรู้ว่ามันคือรอยยิ้มของมัจจุราช มีนาพุ่งตัวเข้าประชิดโต๊ะ VIP ในจังหวะที่กลองรัวเร็วที่สุด ดาบซามูไรถูกตวัดจากล่างขึ้นบนด้วยความเร็วที่เหนือสายตาคนธรรมดา ฉัวะ! เสียงใบมีดตัดผ่านเนื้อดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางเสียงดนตรีที่ดังกึกก้อง ลำคอของ พล.ต.ท. ธนา ถูกกรีดเป็นทางยาว เลือดสีสดพุ่งกระจายอาบหน้ากากโอนิของมีนาในทันที ดวงตาของธนาเบิกโพลงด้วยความตกใจและสับสน เขายกมือขึ้นกุมลำคอที่ขาดวิ่น... ก่อนจะฟุบลงกับโต๊ะอาหารที่หรูหรา ความวุ่นวายเกิดขึ้นในพริบตา แขกเหรื่อกรีดร้องและวิ่งหนีตาย ลูกน้องของธนาชักปืนขึ้นมาเล็งที่มีนาอย่างรวดเร็ว "หยุดอยู่ตรงนั้น! ถ้าไม่อยากตายกันหมด!" เคนจิคำรามเสียงต่ำพลางลุกขึ้นยืนขวางทางปืนไว้อย่างสง่างาม รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขาน่ากลัวจนไม่มีใครกล้าลั่นไก ยากูซ่าหนุ่มก้าวเดินผ่านซากศพของธนาเข้าไปหามีนาที่ยังยืนนิ่ง มีนาหายใจหอบถี่ มือที่กุมดาบยังคงสั่นเทาด้วยแรงแค้น เคนจิเอื้อมมือมาถอดหน้ากากโอนิออกจากใบหน้าของเธอช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าสวยที่เปื้อนคราบเลือดดูเย้ายวนและอำมหิต "ทำได้ดีมาก... หมาบ้าของฉัน" เคนจิกระซิบพลางเชยคางเธอขึ้นสบตาด้วยแววตาของผู้ชนะ "ปล่อย... ฉันทำตามที่แกต้องการแล้ว" มีนาเค้นเสียงบอกพลางพยายามจะสะบัดหน้าหนี แต่เคนจิกลับบีบกรามเธอไว้แน่นกว่าเดิม เขามองดูเธอที่อยู่ในสภาพชุดที่หลุดลุ่ยและร่างกายที่ชุ่มไปด้วยเลือด ความสะใจและความกระหายในตัวเธอพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เขากระชากแขนเธอให้เดินตามออกไปทางประตูหลังอย่างรวดเร็ว ลูกน้องของตระกูลริวโอทำหน้าที่เคลียร์ทางและจัดการหลักฐานอย่างเป็นมืออาชีพ มีนาถูกผลักเข้าไปในรถลีมูซีนสีดำสนิทที่จอดรออยู่ ประตูปิดล็อกเสียงดังสะท้อนถึงกรงขังที่ไม่เคยเปิดออก ภายในรถมืดสนิท... และเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่ติดมากับตัวเธอ "แกพาฉันมาฆ่าคน... แกทำให้ฉันกลายเป็นฆาตกรเหมือนพวกมัน!" มีนาตะโกนใส่หน้าเขาด้วยความอัดอั้นและเสียใจ เธอพยายามจะยกดาบขึ้นสู้แต่เคนจิกลับคว้าข้อมือเธอไว้ เขากดร่างบางให้นอนราบลงกับเบาะหนังราคาแพงทันที แรงกดทับจากร่างกายแกร่งทำให้เธอหายใจลำบาก "อย่ามาทำเป็นนักบุญตอนนี้เลยมีนา... เธอเห็นไหมว่าดวงตาเธอตอนฆ่ามันน่ะ..." "มันเต็มไปด้วยความสะใจ... เธอชอบมันไม่ใช่เหรอ?" เคนจิซุกไซ้ซอกคอขาวอย่างรุนแรงโดยไม่สนว่าเธอยังเจ็บแผล เขากระชากผ้าที่พันคอเธอออก เผยให้เห็นปลอกคอที่ดูดุดันภายใต้แสงไฟสลัว "ปล่อยกู! ไอ้โรคจิต! อย่ามาแตะต้องกูในสภาพนี้!" มีนาพยายามดิ้นรนและใช้เล็บจิกเข้าที่ไหล่หนาของเขา แต่เคนจิกลับไม่สะทกสะท้าน เขาบดเบียดริมฝีปากลงมาอย่างป่าเถื่อน มันไม่ใช่จูบที่นุ่มนวลเหมือนในเรือนญี่ปุ่นเมื่อเช้า แต่มันคือการข่มขู่และย้ำเตือนสถานะทาสที่เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ มือหนาเริ่มรุกล้ำเข้าไปภายใต้ชุดฮากามะที่ขาดวิ่น เขารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียว ส่วนอีกข้างบีบคั้นทรวงอกอวบอิ่มอย่างแรงจนมีนาต้องนิ่วหน้า "แกมันปีศาจ... แกหักหลังความไว้ใจของฉัน..." "ฉันไม่เคยบอกให้เธอไว้ใจมีนา... ฉันบอกให้เธอ 'ภักดี' " เคนจิแยกเรียวขาขาวของเธอออกกว้างท่ามกลางความมืด สายตาของเขาจับจ้องที่ความงดงามที่เปื้อนเลือดอย่างหลงใหล เขาแทรกกายเข้าสู่ความคับแน่นของเธอในคราเดียวอย่างดุดัน "อึก...! อ๊าาาาา!" มีนากรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและความอัปยศที่ถมทับ เธอเกลียดร่างกายตัวเองที่เริ่มสั่นสะท้านและตอบรับสัมผัสที่ถูกบังคับนี้ เคนจิขยับสะโพกสอบอย่างรุนแรงและสม่ำเสมอในรถที่เคลื่อนที่ไปตามถนน ทุกจังหวะกระแทกกระทั้นเน้นย้ำว่าเธอเป็นเพียงของเล่นในมือยากูซ่า มีนาหลับตาลงนิ่งๆ น้ำตาไหลอาบแก้มที่เปื้อนเลือด ความแค้นที่เพิ่งชำระไป... กลับถูกแทนที่ด้วยความพ่ายแพ้ทางร่างกาย เคนจิจิกผมของเธอให้เงยขึ้นมารับจูบที่จาบจ้วงซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาไม่ได้ต้องการความรักจากเธอ... เขาต้องการเพียงความสยบยอมที่เกิดจากความเจ็บปวดและตัณหาเท่านั้น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD