ตอนที่ 1 : เกียรติยศที่ปลายกระบอกปืน

2053 Words
กรุงเทพมหานคร, เขตคลองเตย เวลา 01:45 น. สายฝนเม็ดหนาเริ่มทิ้งตัวลงมาชำระล้างคราบฝุ่นบนถนนยางมะตอยที่ขรุขระ กลิ่นไอดินผสมกับกลิ่นเน่าเสียของน้ำในคูคลองลอยขึ้นมาแตะจมูก แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ ร.ต.อ. มีนา ให้ความสนใจในตอนนี้ ร่างเพรียวบางในชุดเวสสีดำสนิทของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (S.W.A.T) นั่งนิ่งอยู่เบาะหลังของรถตู้คอมมูเตอร์สีดำที่ดับไฟเงียบสนิท มือเรียวเช็กเชือกผูกรองเท้าคอมแบทให้แน่นอีกครั้ง เธอกระชับปืนพก SIG Sauer P320 ข้างเอว ความเย็นของเหล็กกล้าให้ความรู้สึกมั่นคงอย่างบอกไม่ถูก มีนาหลับตาลงนิ่งๆ เพื่อรวบรวมสมาธิ ภาพของพ่อในชุดตำรวจเต็มยศที่ตั้งอยู่บนหิ้งพระที่บ้านผุดขึ้นมาในหัว พ่อที่สอนเธอเสมอว่าเกียรติของตำรวจไม่ได้อยู่ที่ดาวบนบ่า แต่อยู่ที่ความซื่อสัตย์ต่อประชาชนและคำปฏิญาณตน "เป็นอะไรไปวะผู้กอง? หน้าเครียดเชียว" เสียงทุ้มของ ร.ต.ท. สันติ รองหัวหน้าทีมเอ่ยทักขึ้น สันติเป็นรุ่นพี่ที่สนิทกับเธอมาตั้งแต่สมัยเรียนร้อยตำรวจ เขาเป็นคนตลก อารมณ์ดี และเป็นคนที่เธอไว้ใจที่สุดในทีม มีนาลืมตาขึ้นแล้วยกยิ้มนิดๆ ที่มุมปาก "เปล่าหรอกพี่... แค่รู้สึกว่างานนี้มันเงียบแปลกๆ สายข่าวบอกว่ามันขนของล็อตใหญ่ไม่ใช่เหรอ?" "เออน่ะ ล็อตใหญ่ของยากูซ่าญี่ปุ่นเชียวนะเว้ย ถ้าจับได้รอบนี้ ดาวบนบ่ามึงเพิ่มแน่นอน" สันติหัวเราะเบาๆ พลางตบไหล่เธอ มีนาพยักหน้ารับ แต่ในใจกลับยังคงมีลางสังหรณ์บางอย่าง เธอมองไปที่เพื่อนร่วมทีมอีก 5 คนในรถ ทุกคนกำลังเตรียมความพร้อมของอาวุธและชุดเกราะ คนเหล่านี้คือพี่น้องที่เธอร่วมเป็นร่วมตายมานับครั้งไม่ถ้วน "จำไว้นะทุกคน เป้าหมายคือการจับกุมและยึดของกลาง" มีนาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด แววตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว เธอกลายเป็น หมาบ้าแห่งกองปราบ ที่อาชญากรต่างหวาดกลัว "เป้าหมายหลักคือ 'เคนจิ' ทายาทแก๊งริวโอ สายรายงานว่ามันเข้ามาคุมงานนี้ด้วยตัวเอง" "ถ้ามันขัดขืน... อนุญาตให้วิสามัญได้ทันที" รถตู้เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ไปหยุดอยู่ที่ด้านหลังโกดังหมายเลข 14 สถานที่นี้ตั้งอยู่ท้ายท่าเรือที่มืดสลัวและไร้ผู้คน มีนาส่งสัญญาณมือให้ทุกคนเคลื่อนที่ออกไปตามยุทธวิธี ฟึ่บ! ฟึ่บ! ร่างในชุดดำเคลื่อนที่ผ่านความมืดอย่างคล่องแคล่วดุจเงาพราย มีนานำทีมอ้อมไปทางประตูหลังซึ่งเป็นจุดอับสายตา เธอแนบหลังพิงผนังปูนที่ชื้นแฉะ หูคอยเงี่ยฟังเสียงจากภายใน เสียงเครื่องจักรทำงานหนักๆ ดังลอดออกมา พร้อมกับเสียงคนพูดคุยกันเป็นภาษาญี่ปุ่นที่จับใจความไม่ได้ เธอยกวิทยุสื่อสารขึ้นมาจ่อที่ริมฝีปาก "ทีม 1 ถึงศูนย์สั่งการ... ถึงจุดนัดพบแล้ว กำลังจะเข้าชาร์จ ขออนุมัติคำสั่ง" เสียงซ่าจากวิทยุดังขึ้นครู่หนึ่งก่อนจะมีเสียงตอบกลับ มันคือเสียงของ พ.ต.อ. วิเชียร ผู้กำกับการหัวหน้าหน่วยของเธอ "อนุญาต... ดำเนินการตามแผนได้ มีนา... ระวังตัวด้วยนะ" "รับทราบค่ะ" มีนาเก็บวิทยุลงแล้วหันไปสบตากับสันติ รุ่นพี่หนุ่มพยักหน้าให้สัญญาณว่าพร้อมแล้ว เธอชูนิ้วขึ้นมานับถอยหลังในใจ สาม... สอง... หนึ่ง... โครม! ประตูเหล็กถูกถีบออกอย่างแรงด้วยฝีเท้าที่หนักหน่วง มีนาพุ่งตัวเข้าไปด้านในพร้อมกับปืนกลเบา MP5 ในมือ "ตำรวจ! ทุกคนหยุดอยู่กับที่! ยกมือขึ้น!" เสียงตวาดของเธอดังกึกก้องไปทั่วโกดังที่กว้างขวาง แสงไฟจากกระบอกปืนสาดส่ายไปทั่วบริเวณ เผยให้เห็นชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำนับสิบคน พวกเขากำลังล้อมรอบลังไม้ขนาดใหญ่ที่เปิดอ้าอยู่ แต่สิ่งที่ทำให้มีนาต้องชะงักฝีเท้า คือชายหนุ่มที่ยืนอยู่กึ่งกลางวงล้อมนั้น เขาสวมเชิ้ตสีขาวสะอาดตา ปลดกระดุมบนออกสองเม็ด ท่าทางของเขาดูสงบนิ่งเสียจนน่าประหลาดใจ ใบหน้าคมคายราวกับรูปสลักนั้นนิ่งสนิท ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นไม่ได้มีความตื่นตระหนกเลยสักนิด เขามองดูปลายกระบอกปืนของมีนาเหมือนมองดูของเล่นเด็ก 'เคนจิ' นั่นคือเขาไม่ผิดแน่... ทายาทอาณาจักรยากูซ่าที่เธอตามสืบมานานเกือบสองปี ตัวจริงของเขาดูมีอำนาจและเยือกเย็นกว่าในรูปถ่ายหลายเท่าตัว "ยกมือขึ้น! ฉันบอกให้ยกมือขึ้น!" มีนาตะโกนซ้ำพลางก้าวเท้าเข้าไปใกล้ เคนจิไม่ขยับตัว เขาเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากที่ดูอำมหิต เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นช้าๆ แต่ไม่ใช่เพื่อยอมแพ้ เขายกมือขึ้นมาเพื่อ ดีดนิ้ว เพียงครั้งเดียว พรึ่บ! ทันใดนั้น ไฟสปอร์ตไลท์แรงสูงหลายสิบดวงรอบโกดังก็ถูกเปิดขึ้นพร้อมกัน แสงจ้าทำให้ทีม S.W.A.T ทุกคนต้องหยีตาและเสียจังหวะ "เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้นวะ!" สันติตะโกนขึ้น ก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว เสียงเครื่องยนต์รถหลายคันก็ดังกระหึ่มขึ้น รถกระบะและรถตู้หลายคันพุ่งเข้ามาปิดทางออกทุกด้าน ชายชุดดำพร้อมอาวุธครบมือพุ่งออกมาจากที่ซ่อน "ถอย! ทุกคนถอยไปที่จุดนัดพบ!" มีนาสั่งการเสียงหลง เธอรู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่การบุกจับ แต่มันคือ 'กับดัก' ที่ถูกวางไว้เป็นอย่างดี ปัง! ปัง! ปัง! เสียงปืนนัดแรกดังขึ้นตามมาด้วยห่ากระสุนที่สาดซัดเข้ามา มีนาพุ่งตัวหลบหลังลังไม้ใบหนึ่ง แรงกระแทกของกระสุนทำให้เศษไม้กระเด็นว่อน เธอสวนกลับด้วยการรัวยิงใส่กลุ่มชายชุดดำที่พุ่งเข้ามา "ผู้กอง! พี่โดนยิง!" เสียงของ จ่าสมชาย ดังขึ้นทางด้านซ้าย มีนาหันไปมองเห็นสมชายนอนกุมขาอยู่บนพื้น เลือดสีสดไหลอาบออกมาอย่างรวดเร็ว "พี่สันติ! คุ้มกันจ่าด้วย! ฉันจะอ้อมไปทางนั้นเอง!" มีนาตะโกนบอกรุ่นพี่ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล แต่คำตอบที่ได้รับกลับทำให้เธอต้องเบิกตากว้างด้วยความงุนงง สันติไม่ได้ยิงโต้ตอบยากูซ่า... เขากลับเล็งปืนไปที่จ่าสมชายที่กำลังบาดเจ็บ ปัง! กระสุนเจาะเข้าที่กลางหน้าผากของจ่าสมชายอย่างแม่นยำ ร่างของรุ่นน้องที่เธอรักทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันที สมองและเลือดกระจายเต็มพื้นคอนกรีตที่เย็นเฉียบ "พี่สันติ... ทำอะไรน่ะ!" มีนาตะโกนถามด้วยความช็อกสติแทบหลุด หัวใจของเธอเต้นระรัวจนเหมือนจะระเบิดออกมา โลกทั้งใบเหมือนจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ สันติค่อยๆ หันปากกระบอกปืนมาทางเธอ ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มและดูขี้เล่นของเขา บัดนี้กลับเย็นชาและบิดเบี้ยวด้วยความโลภ "ขอโทษนะมีนา... แต่นายบอกว่ามึงมันตงฉินเกินไป" "มึงไม่ยอมรับส่วย... มึงไม่ยอมทำเป็นมองไม่เห็น" "มึงมันเป็นก้างขวางคอชิ้นใหญ่ที่ต้องเอาออกว่ะ" คำพูดของสันติเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางอก มีนาน้ำตาคลอเบ้าด้วยความโกรธและเสียใจจนเกินจะบรรยาย คนที่เธอเรียกว่าพี่... คนที่เธอไว้ใจยิ่งกว่าชีวิต กลับเป็นคนเดียวที่ลั่นไกฆ่าลูกน้องต่อหน้าต่อตาเธอ "ไอ้สารเลว! มึงฆ่าจ่าทำไม!" "กูก็แค่ทำงานตามคำสั่งผู้กำกับวิเชียรไง... มึงคิดว่าข่าวนี้หลุดมาจากไหนล่ะ?" "ถ้าไม่ใช่จากคนที่มึงเคารพนักหนา" สันติหัวเราะร่าอย่างคนเสียสติ ก่อนจะเริ่มลั่นไกใส่เพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ที่ยังรอดชีวิต เสียงปืนนัดแล้วนัดเล่าดังกึกก้องพร้อมกับเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด มีนาหมอบต่ำลงกับพื้น หัวใจของเธอแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ เพื่อนร่วมทีมของเธอ... พี่น้องของเธอ... ถูกฆ่าตายด้วยน้ำมือของ 'ตำรวจ' ด้วยกันเอง "ยอมแพ้ซะมีนา... มึงหนีไม่พ้นหรอก" สันติเดินย่างสามขุมเข้ามาหาจุดที่เธอซ่อนอยู่ โดยรอบข้างมีกลุ่มยากูซ่ายืนคุมเชิงอยู่เฉยๆ ราวกับพวกเขากำลังดูละครลิงที่ตำรวจฆ่ากันเอง มีนามองไปที่เคนจิ... ชายหนุ่มยากูซ่ายังคงยืนอยู่ที่เดิม เขามองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาที่ว่างเปล่า เหมือนเขารู้อยู่แล้วว่าจุดจบของนิยายเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร "กูไม่ยอมตายด้วยน้ำมือมึงหรอก ไอ้ทรยศ!" มีนารวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย พุ่งตัวออกจากที่ซ่อน เธอรัวยิงใส่สันติจนอีกฝ่ายต้องกระโดดหลบ เธออาศัยจังหวะความวุ่นวายวิ่งฝ่าดงกระสุนไปทางช่องระบายอากาศ "ตามไป! อย่าให้มันรอดไปได้!" เสียงสันติตะโกนสั่งลั่นโกดัง มีนาพุ่งตัวออกไปสู่ด้านนอกท่ามกลางสายฝนที่ยังคงเทกระหน่ำ ความหนาวเหน็บของน้ำฝนยังไม่เท่าความหนาวในใจเธอในตอนนี้ เธอวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตผ่านตรอกแคบๆ เลือดจากแผลที่หน้าท้องเริ่มไหลซึมออกมามากขึ้น ความเหนื่อยหอบและการสูญเสียเลือดทำให้สติของเธอเริ่มเลือนราง "อึก... พ่อ... หนูขอโทษ..." เธอล้มลงกองกับพื้นโคลนท่ามกลางความมืด เสียงหวอของรถตำรวจเริ่มดังแว่วมาไกลๆ แต่มันไม่ใช่เสียงแห่งความหวัง... แต่มันคือเสียงของมัจจุราชที่กำลังตามล่ากบฏอย่างเธอ มีนาพยายามจะยันตัวลุกขึ้นอีกครั้ง แต่เธอกลับรู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่บริเวณหน้าอก เมื่อหันกลับไปมอง... เธอเห็นเลเซอร์สีแดงจุดเล็กๆ วนเวียนอยู่บนตัวเธอ มันคือปืนสไนเปอร์... "ตายซะเถอะ... สารวัตรมีนา" เสียงของสันติดังขึ้นจากทางด้านหลัง เขายืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร พร้อมกับปืนสไนเปอร์ในมือลูกน้องยากูซ่า ปัง! กระสุนเจาะเข้าที่สีข้างของเธออย่างจัง แรงปะทะทำให้ร่างของมีนากระเด็นไปกระแทกกับกองขยะ ความปวดร้าวแล่นพล่านจนเธอไม่สามารถขยับตัวได้อีก เธอนอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้นน้ำที่เปื้อนเลือด ดวงตาที่พร่ามัวมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ไร้แสงดาว น้ำตาไหลปนไปกับหยาดฝน... นี่คือจุดจบของตำรวจน้ำดีงั้นหรือ? ตายไปพร้อมกับคำตราหน้าว่าเป็นกบฏ... ตายไปโดยที่คนร้ายยังคงลอยนวลและเสวยสุขบนกองเงินส่วย ตึก... ตึก... ตึก... เสียงฝีเท้าที่สม่ำเสมอเดินย่ำน้ำเข้ามาหาเธอ มีนาพยายามจะมองดูว่าใครเป็นคนที่จะปลิดชีพเธอเป็นนัดสุดท้าย แต่สิ่งที่เห็นกลับไม่ใช่สันติ... แต่เป็นรองเท้าหนังขัดเงาวับที่หยุดอยู่ตรงหน้า "พวกตำรวจนี่... น่ารำคาญจริงๆ นะครับ" เสียงทุ้มลึกของเคนจิดังขึ้น เขาโน้มตัวลงมาหาเธอ ร่มสีดำสนิทช่วยบดบังเม็ดฝนให้ใบหน้าของเธอ ความอบอุ่นจางๆ จากร่างกายของเขาเป็นสิ่งสุดท้ายที่เธอรู้สึก "อยากตายแบบนี้จริงๆ เหรอครับ?" "ตายไปทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ล้างแค้นไอ้คนที่มันหักหลังคุณน่ะ?" มีนาเค้นเสียงพูดออกมาจากลำคอที่แห้งผาก "ช่วย... ฉัน..." "ช่วยผมก่อนสิครับ... พิสูจน์ว่าคุณมีค่าพอที่ผมจะเก็บไว้" เคนจิช้อนร่างบางที่อาบไปด้วยเลือดขึ้นมา เขามองดูดวงตาที่เริ่มไร้แสงของเธอด้วยความสนใจบางอย่าง เขาไม่สนเสียงตะโกนของสันติที่ตามมาด้านหลัง "เคนจิ! ส่งนั่นมาให้กู! กูต้องปิดงาน!" สันติตะโกนสั่งพร้อมเล็งปืนมาที่ยากูซ่าหนุ่ม เคนจิเพียงแค่ปรายตาไปมองด้วยความสมเพช ลูกน้องของเขาอีกนับสิบคนเล็งปืนสวนกลับไปที่สันติทันที "ที่นี่ถิ่นผมครับ... คุณตำรวจกังฉิน" "คนนี้ผมจองแล้ว... ใครกล้ายุ่ง ผมจะถลกหนังมันออกมาทำพรมเช็ดเท้า" นั่นคือประโยคสุดท้ายที่มีนาได้ยิน ก่อนที่สติของเธอจะดับวูบลงในอ้อมกอดของปีศาจที่เธอเคยตามล่า
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD