คฤหาสน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา, นนทบุรี เวลา 08:30 น.
เสียงคลื่นกระทบตลิ่งดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท มันเป็นเสียงที่สงบ แต่สำหรับคนที่เพิ่งผ่านสมรภูมิเลือดและราคะมาอย่างหนัก
มันกลับทำให้น่าอึดอัดจนหายใจลำบาก
ร.ต.อ. มีนา ลืมตาขึ้นบนเตียงขนาดมหึมาที่ถูกปูด้วยผ้าปูที่นอนไหมสีเทาเข้ม ร่างกายของเธอหนักอึ้งราวกับถูกหินก้อนใหญ่ทับไว้
บาดแผลที่หน้าท้องประท้วงด้วยความเจ็บแปลบทันทีที่เธอพยายามจะขยับตัว
เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องนอนที่กว้างขวางและโอ่อ่า ที่นี่ไม่ใช่เซฟเฮาส์ห้องชุดที่สุขุมวิท
แต่มันคือคฤหาสน์ส่วนตัวของเคนจิที่ตั้งอยู่อย่างลึกลับริมแม่น้ำ การตกแต่งยังคงเน้นความเรียบง่ายแต่พรีเมียมตามสไตล์ญี่ปุ่นที่เจ้าของลุ่มหลง
มีนาพยายามพยุงตัวลุกขึ้นนั่งช้าๆ สายตาของเธอเหลือบไปเห็นเสื้อเชิ้ตผู้ชายสีขาววางอยู่ที่ปลายเตียง พร้อมกับกางเกงขาสั้นผ้าเนื้อดี
เธอก้มลงมองตัวเอง... ร่างกายเปลือยเปล่ามีเพียงผ้าห่มปกปิด รอยรักสีกุหลาบเข้มที่เคนจิฝากไว้เมื่อคืนเด่นชัดอยู่บนหน้าอกและซอกคอ
มันคือนิยามของคำว่า 'การตีตราจอง' ที่แสนอัปยศ
"ไอ้สารเลวเคนจิ... มึงมันปีศาจจริงๆ"
เธอสบถรอดไรฟันพลางหยิบเสื้อเชิ้ตนั่นมาสวมใส่ช้าๆ กลิ่นหอมสะอาดของเคนจิยังคงติดอยู่ที่ปกเสื้อ
มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกเขาโอบกอดไว้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เธอเกลียดแต่กลับโหยหาอย่างน่ากลัว
มีนาเดินพยุงร่างกายที่บอบช้ำไปที่ระเบียงห้อง ภาพที่เห็นเบื้องล่างทำให้เธอต้องหยุดชะงัก
ท่ามกลางสนามหญ้าสีเขียวขจีที่ถูกตัดแต่งอย่างเป็นระเบียบ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดฮากามะสีดำสนิทกำลังยืนนิ่ง
ในมือของเขาถือดาบไม้ด้วยท่าทางที่มั่นคง
เคนจิ กำลังฝึกซ้อมฟันดาบยามเช้า ท่วงท่าของเขานุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความรุนแรงและแม่นยำ
ทุกครั้งที่เขาเหวี่ยงดาบอากาศจะเกิดเสียงดัง 'หวืด' สะท้อนถึงพละกำลังมหาศาลที่ซ่อนอยู่ภายใต้กล้ามเนื้อที่สมบูรณ์แบบนั่น
เขารักในวิถีบูชิโดและวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างเข้าเส้น แม้จะอยู่ในประเทศไทย แต่เขากลับสร้างอาณาจักรเล็กๆ
ที่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎระเบียบของตระกูลริวโออย่างเคร่งครัด
"มองพอหรือยัง... สุนัขตัวน้อยของฉัน?"
เคนจิเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมามอง เขาลดดาบลงช้าๆ ก่อนจะใช้ผ้าขาวซับเหงื่อที่ลำคอแกร่ง
สายตาของเขายังคงจดจ้องไปที่ความว่างเปล่าเบื้องหน้าอย่างสงบนิ่ง
มีนาสะดุ้งเล็กน้อยที่ถูกจับได้ เธอเดินออกไปยืนที่ขอบระเบียงพลางจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยโทสะ
"ข้อมูลนั่น... แกดูหรือยัง?"
"ของสำคัญขนาดนั้น... ฉันไม่ปล่อยให้มันรอนานหรอก"
เคนจิหันกลับมามองเธอ ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นเย็นชาและยากจะหยั่งถึง เขาเดินข้ามสนามหญ้าเข้ามาหยุดอยู่ที่ใต้ระเบียงที่เธอยืนอยู่
"ในนั้นมีมากกว่าแค่รายชื่อตำรวจเลวมีนา... มันมี 'แผนผัง' ทั้งหมด"
"แผนผังอะไร?"
"แผนผังการส่งออกยาเสพติดและอาวุธสงครามที่ใช้ชื่อกรมตำรวจเป็นเกราะกำบัง"
คำพูดของเคนจิทำให้มีนาชาวาบไปทั้งตัว ความยุติธรรมที่เธอเคยศรัทธามันฟอนเฟะกว่าที่เธอจินตนาการไว้หลายเท่า
องค์กรที่เธอสังกัด... กลายเป็นรังของอาชญากรในเครื่องแบบไปเสียแล้ว
"แกจะทำยังไงต่อไป?"
"ทำลายพวกมันทีละคน... เริ่มจากไอ้คนที่ยิงเพื่อนเธอ"
เคนจิโยนดาบไม้ให้ลูกน้องที่ยืนรออยู่ ก่อนจะก้าวเดินขึ้นมาบนตัวอาคารด้วยท่าทางสง่างาม ทิ้งให้มีนายืนอยู่กับความแค้นที่เริ่มจะปะทุขึ้นมาอีกครั้ง
ห้องทำงานของเคนจิ เวลา 10:00 น.
มีนาเดินเข้าไปในห้องทำงานที่บุด้วยไม้หอมราคาแพง เธอยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่มีจอมอนิเตอร์หลายจอแสดงผลข้อมูล
เคนจินั่งอยู่ที่นั่นในชุดสูทสีเทาเข้มที่ดูเนี๊ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า
บนหน้าจอแสดงรูปถ่ายของชายคนหนึ่งที่เธอรู้จักดี ร.ต.ท. สันติ... อดีตรุ่นพี่ที่เธอเคยนับถือ
"ตอนนี้มันกบดานอยู่ที่โกดังแถวสมุทรปราการ"
"มันทำหน้าที่เป็นคนคุมงานส่งมอบอาวุธล็อตใหม่คืนนี้"
เคนจิอธิบายพลางชี้ไปที่แผนที่ดาวเทียมบนหน้าจอ มีนากำหมัดแน่นจนสั่นเทา ดวงตาของเธอวาวโรจน์ไปด้วยไฟแค้นที่ไม่มีอะไรมาดับได้
"ฉันจะไปฆ่ามัน..."
"ไปในสภาพนี้น่ะเหรอ? สภาพสุนัขบาดเจ็บที่ยังเดินไม่ตรงทางเนี่ยนะ?"
เคนจิพ่นลมหายใจออกมาอย่างสมเพช เขาลุกขึ้นเดินเข้ามาหาเธอช้าๆ มือหนาเอื้อมมาบีบคางมนให้เงยหน้าขึ้นสบตา
"แกดูถูกฉันเกินไปแล้วเคนจิ! ฉันคือ S.W.A.T มือหนึ่งนะโว้ย!"
"นั่นมันอดีตมีนา... ตอนนี้เธอเป็นแค่ 'เงา' ของฉัน"
"ถ้าอยากได้หัวมัน... เธอต้องทำตามแผนของฉัน"
เคนจิโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนปลายจมูกชนกับแก้มของเธอ กลิ่นกายหอมเย็นของเขาทำให้เธอรู้สึกหายใจติดขัด
ความอัดอั้นที่สะสมมาทำให้มีนาอยากจะระเบิดอารมณ์ใส่เขา
"แผนของแกคืออะไร?"
"ล่อเสือออกจากถ้ำ... คืนนี้ฉันจะส่งเธอเข้าไปในฐานะ 'สินค้า'"
"สินค้า? แกจะขายฉันให้มันเหรอ!"
มีนาตวาดลั่นพลางพยายามจะสะบัดหน้าหนี แต่เคนจิกลับบีบกรามเธอไว้แน่นกว่าเดิม แรงบีบทำให้เธอต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
"สุนัขที่ดื้อ... ก็ต้องถูกลงโทษให้จำ"
"ฉันไม่ได้ขายเธอ... แต่ฉันจะส่งเธอไปเป็น 'นางบำเรอ' ของกำนัลให้ไอ้สันติ"
"เมื่อมันตายใจ... นั่นคือเวลาที่เธอต้องเสียบมีดเข้าที่คอของมัน"
คำพูดของเคนจิทำให้มีนาเย็นวาบไปถึงกระดูก แผนการของเขามันอำมหิตและไร้ความปราณี
เขาใช้ร่างกายของเธอเป็นเหยื่อล่อ โดยไม่สนว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร
"แกมันไอ้ปีศาจ... แกไม่เคยเห็นฉันเป็นคนเลยใช่ไหม"
"ฉันบอกแล้วไง... ที่นี่ไม่มีคนชื่อมีนา มีแต่ทาสของฉัน"
เคนจิผลักร่างของเธอไปที่โซฟาหนังตัวยาว เขาก้าวตามลงไปคร่อมร่างเธอไว้ทันที แรงกดทับทำให้อากาศในปอดของมีนาแทบจะหมดสิ้น
"คืนนี้เธอต้องทำให้มันเชื่อว่าเธอถูกฉันทรมานจนหมดสภาพ"
"เหมือนที่ฉันกำลังจะทำกับเธอ... เดี๋ยวนี้"
เคนจิไม่รอให้เธอได้ประท้วง เขากระชากเชิ้ตสีขาวที่เธอสวมอยู่ออกจนกระดุมหลุดกระจาย
เผยให้เห็นเรือนร่างเนียนละเอียดที่เต็มไปด้วยรอยแดงจากการกระทำของเขาก่อนหน้า
เขารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะ ก่อนจะใช้เนกไทผ้าไหมสีดำของเขามัดมันไว้กับขาโซ่อย่างรวดเร็ว
"แกจะทำอะไร! หยุดนะ!"
"เงียบ! ทาสไม่มีสิทธิ์สั่งเจ้านาย"
เคนจิซุกไซ้ซอกคอขาวอย่างรุนแรง เขาขบเม้มเนื้ออ่อนจนเกิดรอยใหม่ทับรอยเก่า
มีนาสะอื้นด้วยความอัปยศแต่ร่างกายกลับเริ่มสั่นเทาด้วยความเสียวซ่าน
"แกมันซาดิสม์... ไอ้เคนจิ อื้อออ!"
เคนจิไม่สนใจคำด่า เขาเลื่อนมือลงไปบีบคั้นทรวงอกอวบอิ่ม ปลายนิ้วร้ายกาจสะกิดยอดอกสีหวานอย่างเน้นย้ำ
จนมีนาต้องแอ่นอกรับสัมผัสอันดุดันนั้นอย่างลืมตัว
"ร่างกายเธอมันชอบความรุนแรงแบบนี้ไม่ใช่เหรอมีนา?"
"ดูสิ... หัวใจเต้นแรงขนาดนี้ ยอดอกก็ชูชันสู้มือฉัน"
เขาใช้นิ้วเรียวยาวลากผ่านหน้าท้องแบนราบลงไปสู่จุดสงวน เคนจิสัมผัสได้ถึงความฉ่ำชื้นที่เอ่อล้นออกมาประท้วงความรู้สึก
ร่างกายของตำรวจสาวช่างซื่อสัตย์ต่อสัญชาตญาณดิบเหลือเกิน
เคนจิกดปลายนิ้วเข้าไปทักทายความนุ่มหยุ่นภายใน มีนากรีดร้องออกมาไม่เป็นภาษาเมื่อถูกรุกล้ำอย่างไม่ทันตั้งตัว
จังหวะนิ้วที่รวดเร็วและหนักหน่วงทำให้เธอแทบจะเสียสติ
"อ๊ะ... อ๊าาา... คุณเคนจิ... หยุด..."
"หยุดงั้นเหรอ? แต่ข้างล่างนี่มันกำลังตอดนิ้วฉันแน่นเชียวนะ"
เขาเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นจนเสียงแฉะชื้นดังก้องห้องทำงาน มีนาบิดกายเร่า น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความรู้สึกที่ปนเปกัน
ทั้งโกรธ ทั้งเกลียด และทั้งเสียวซ่านจนถึงขีดสุด
เคนจิปลดเข็มขัดและกางเกงออกช้าๆ เผยให้เห็นตัวตนที่ร้อนผ่าวและแข็งขึงจนดูน่ากลัว เขามองดูเหยื่อสาวที่นอนหอบพร่าอยู่ใต้ร่างด้วยสายตาของผู้ชนะ
"จำรสชาตินี้ไว้... เพื่อที่จะเอาไปใช้ล่อลวงไอ้สันติคืนนี้"
"ทำให้มันตายใจ... เหมือนที่เธอพ่ายแพ้ให้ฉันในตอนนี้"
เคนจิกระชากเรียวขาขาวให้แยกออกกว้าง ก่อนจะแทรกกายแกร่งเข้าสู่ความคับแน่นในคราเดียว "อึก...! อ๊าาาาา!"
ความใหญ่โตทำให้มีนารู้สึกเหมือนร่างจะฉีกออกเป็นเสี่ยงๆ ความเจ็บปวดพุ่งปรี๊ดขึ้นสมอง แต่ในขณะเดียวกันมันก็กลับกลายเป็นความซ่านสยิว
ที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกเส้นประสาท
เคนจิเริ่มขยับสะโพกสอบอย่างรุนแรงและป่าเถื่อน ทุกจังหวะกระแทกกระทั้นเน้นย้ำถึงอาณัติที่เขามีเหนือเธอ
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกึกก้องประสานไปกับเสียงโซ่ปลอกคอที่สั่นระรัว
มีนาจิกเล็บลงบนหลังมือของตัวเองที่ถูกมัดไว้ เธอเบือนหน้าหนีน้ำตาที่ไหลพราก ร่างกายของเธอถูกขยี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยชายที่เธอควรจะเกลียดที่สุด
"อ๊า... แรงอีก... คุณเคนจิ... อื้อออ"
คำพูดที่หลุดออกมาจากปากทำให้เธออยากจะฆ่าตัวตาย แต่ร่างกายมันกลับต้องการความดิบเถื่อนนี้อย่างห้ามไม่ได้
สัญชาตญาณของหมาป่าสาวพ่ายแพ้ต่อพญามังกรอย่างสิ้นเชิง
เคนจิเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นจนถึงขีดสุด เขากระแทกเน้นย้ำจุดกระสันภายในจนมีนาตัวสั่นเทิ้ม
เขาก้มลงมอบจูบที่ดูดดื่มและดุดันเพื่อกลืนกินเสียงครางของเธอ
"เธอเป็นของฉันคนเดียวมีนา... จำไว้"
เคนจิคำรามเสียงต่ำก่อนจะปลดปล่อยสายธารที่ร้อนผ่าวเข้าสู่ตัวเธอ ความอุ่นร้อนที่ล้นทะลักทำให้มีนากระตุกรัวในอ้อมแขนเขา
ก่อนจะฟุบลงกับโซ่อย่างหมดแรง
เคนจิถอนตัวตนออกช้าๆ เขามองดูผลงานของตัวเองบนร่างกายของเธอด้วยความพอใจ เขารู้ดีว่าคืนนี้มีนาจะทำภารกิจสำเร็จ
เพราะเธอมีไฟแค้นที่ถูกจุดขึ้นด้วยไฟราคะของเขา
"ทานากะ! เข้ามา!"
เคนจิสั่งเสียงเข้ม ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับทานากะที่เดินเข้ามาอย่างนอบน้อม โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองสภาพกึ่งเปลือยของมีนา
"พามิซากิไปเตรียมตัว... จัดชุดที่ 'เย้ายวน' ที่สุดให้เธอ"
"และอย่าลืมเตรียมยาพิษชนิดออกฤทธิ์เร็วที่ฉันสั่งไว้ด้วย"
"ครับนายท่าน"
ทานากะรับคำสั่งพลางเดินเข้ามาแก้มัดให้มีนา มีนามองเคนจิด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความชิงชัง
แต่เธอก็ยอมลุกขึ้นยืนและเดินตามทานากะไปอย่างเงียบเชียบ
เคนจิมองตามแผ่นหลังบางของเธอไป เขายกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบช้าๆ แผนการซ้อนแผนของเขากำลังเริ่มขึ้น
การล้างแค้นของมีนาเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่การยึดครองอาณาจักรที่โสมมนี่ต่างหากคือเป้าหมายที่แท้จริงของริวโอ
"สนุกแน่... คืนนี้"
เคนจิกระตุกยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มที่บอกว่าสงครามเลือดครั้งใหญ่กำลังจะปะทุขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมง
และไม่มีใครรอดพ้นไปจากเงื้อมมือของมังกรทมิฬตนนี้ได้เลย