ความรู้สึกแรกที่แล่นเข้าสู่โสตประสาทคือความเงียบ เงียบเสียจนได้ยินเสียงจังหวะหัวใจของตัวเองที่เต้นรัวสลับกับแผ่วเบา
กลิ่นยาฆ่าเชื้อจางๆ ปะทะเข้าที่จมูกเป็นอย่างแรก ตามมาด้วยความนุ่มหยุ่นของที่นอนที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต
ร.ต.อ. มีนา ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก เปลือกตาของเธอหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว
แสงแดดอ่อนยามเช้าที่ลอดผ่านผ้าม่านเนื้อดีสีเทาหม่นทำให้เธอต้องหยีตา เธอกะพริบตาซ้ำๆ เพื่อปรับโฟกัสภาพตรงหน้า
เพดานห้องสีขาวสะอาดตาดูสูงโปร่ง มันไม่ใช่เพดานโรงพยาบาลตำรวจที่เต็มไปด้วยรอยคราบน้ำฝน ไม่ใช่ห้องเช่าราคาถูกที่เธออาศัยอยู่
เธอยันกายลุกขึ้นนั่งช้าๆ ทว่าความเจ็บปวดที่หน้าท้องกลับกระชากสติเธอให้คืนกลับมา
"อึก...!"
มีนาครางออกมาด้วยความเจ็บปวด มือเรียวรีบกุมที่สีข้าง บาดแผลถูกเย็บและพันผ้าก๊อซไว้อย่างสะอาดสะอ่าน
ร่างกายของเธอถูกสวมทับด้วยชุดคลุมอาบน้ำผ้าไหมสีขาว สัมผัสของมันลื่นเนียนไปกับผิวจนน่าแปลกใจ
แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอเกือบหยุดเต้นคือสิ่งที่อยู่ที่ข้อมือ
แกริ๊ก... แกริ๊ก...
เสียงโลหะกระทบกันดังกังวานในห้องที่เงียบสงบ ข้อมือทั้งสองข้างของเธอถูกล็อกไว้ด้วยกุญแจมือเหล็กกล้า
สายโซ่ยาวประมาณหนึ่งเมตรยึดติดกับหัวเตียงไม้มะฮอกกานีอย่างหนาแน่น
"ตื่นมาสำรวจคอกใหม่แล้วเหรอครับ... คุณสารวัตร"
เสียงทุ้มลึกที่คุ้นหูดังมาจากมุมห้อง มีนาสะดุ้งสุดตัวพลางหันขวับไปมองตามเสียงทันที
เธอมองเห็นชายหนุ่มร่างสูงนั่งไขว่ห้างอยู่บนอาร์มแชร์หนังตัวใหญ่
เคนจิ นั่งอยู่ที่นั่น เขาสวมเพียงกางเกงสแลคสีดำและเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมบนออกสามเม็ด
ในมือเขามีแก้วกาแฟดำที่ควันจางๆ ยังคงลอยอวล ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นจ้องมองเธอด้วยความสงบนิ่ง... และทรงอำนาจ
"แก... ไอ้สารเลว! ปล่อยกูเดี๋ยวนี้!"
มีนาตวาดลั่นพลางกระชากข้อมืออย่างสุดแรง แรงดึงทำให้กุญแจมือบาดเข้าที่ผิวเนื้อจนเริ่มขึ้นสีแดงก่ำ
แต่โซ่นั้นกลับไม่มีทีท่าว่าจะสะเทือนเลยแม้แต่น้อย เคนจิจิบกาแฟช้าๆ ก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะข้างตัว
"อย่าใช้แรงเปลืองนักเลยมีนา... กุญแจมือนั่นสั่งทำพิเศษ"
"ต่อให้เธอเป็น S.W.A.T มือหนึ่งของประเทศ ก็ไม่มีทางกระชากมันขาด"
เขาเดินลุกขึ้นแล้วย่างสามขุมเข้ามาหาเธอที่เตียง จังหวะการเดินที่มั่นคงทำให้มีนาเผลอถอยร่นไปจนชิดหัวเตียง
เคนจิหยุดยืนอยู่ที่ขอบเตียง เขามองดูเธอด้วยสายตาที่เหมือนกำลังมองสัตว์ป่าในกรง
"แกจับกูมาทำไม! ต้องการความลับอะไรของกรมตำรวจก็บอกมา!"
มีนาตะโกนใส่หน้าเขา แววตาของเธอวาวโรจน์ไปด้วยความแค้น เคนจิโน้มตัวลงมาหาเธอ
มือหนาเอื้อมมาเชยคางมนขึ้นอย่างถือวิสาสะ มีนาพยายามจะสะบัดหน้าหนีแต่เขากลับบีบกรามเธอไว้แน่น
"ความลับพวกนั้นฉันหาเองได้... ไม่ต้องพึ่งเธอ"
"ฉันพาเธอมาที่นี่ เพราะฉันสนใจใน 'ของที่ถูกทิ้ง' อย่างเธอต่างหาก"
"ถุย! ของที่ถูกทิ้งงั้นเหรอ? มึงสิไอ้ขยะยากูซ่า!"
มีนาถ่มน้ำลายใส่หน้าเขาด้วยความรังเกียจ เคนจินิ่งไปครู่หนึ่ง เขาหลับตาลงช้าๆ ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าสีดำออกมาซับน้ำลายที่แก้มอย่างใจเย็น
บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกลงทันที รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเคนจิทำให้มีนาเริ่มหายใจติดขัด เขาไม่ได้โวยวาย ไม่ได้ตบตีเธอ
แต่เขากลับกดยิ้มที่มุมปาก... รอยยิ้มที่ทำให้เธอรู้ว่าเธอกำลังทำผิดมหันต์
"ปากดีแบบนี้... แสดงว่าร่างกายคงหายดีแล้วสินะ"
เคนจิคว้าโซ่กุญแจมือแล้วกระชากร่างของมีนาเข้ามาปะทะอกแกร่ง ความเจ็บจากแผลที่หน้าท้องทำให้เธอหน้าซีดเผือด
เขาซุกไซ้ใบหน้าเข้าที่ซอกคอขาว สูดดมกลิ่นกายสาวอย่างรุนแรง
"ปล่อยกู! ไอ้โรคจิต! อื้อออ!"
เคนจิไม่ได้ฟังคำประท้วง เขาขบเม้มเนื้ออ่อนที่ลำคอจนเกิดรอยรักสีกุหลาบเข้ม
มือหนาเลื่อนลงไปบีบคั้นทรวงอกอวบอิ่มภายใต้ชุดคลุมอาบน้ำอย่างแรง มีนาบิดกายเร่าพยายามดิ้นรนแต่กุญแจมือกลับรั้งเธอไว้จนเจ็บแสบ
"จำไม่ได้เหรอมีนา? เมื่อคืนเธอเป็นคนอ้อนวอนขอให้ฉันช่วยชีวิตเองนะ"
เคนจิผละออกมาสบตาเธอ แววตาของเขาลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนาที่แสนดิบเถื่อน เขาหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาแล้วเปิดหน้าข่าวล่าสุดให้เธอเห็น
ภาพหน้าจอโชว์พาดหัวข่าวที่ทำเอาใจมีนาหล่นวูบ
[ประกาศจับ! สารวัตรมีนา ตำรวจกังฉิน ฆ่าปิดปากเพื่อนร่วมทีมหนีซบยากูซ่า]
[พบหลักฐานการรับเงินสินบนในบ้านพัก ยอดเงินพุ่งสูงร้อยล้านบาท]
"ร้อยล้านบาทเชียวนะมีนา... นั่นคือราคาที่หัวหน้าเธอ 'ขาย' เธอให้กับกรมตำรวจ"
"ตอนนี้เธอตายไปแล้ว... ชื่อเสียงของเธอ พ่อของเธอ... พังทลายไม่เหลือชิ้นดี"
มีนานิ่งอึ้ง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลอาบแก้ม เงินร้อยล้าน... มันมีค่ามากกว่าชีวิตและอุดมการณ์ของเธอขนาดนั้นเลยหรือ?
เคนจิใช้นิ้วโป้งเกลี่ยน้ำตาให้เธอเบาๆ แต่น้ำเสียงของเขากลับเต็มไปด้วยยาพิษ
"ที่นี่คือที่เดียวที่เธอจะรอด... และฉันคือคนเดียวที่จะมอบการล้างแค้นให้เธอ"
"แต่ของฟรีไม่มีในโลก... โดยเฉพาะกับยากูซ่าอย่างฉัน"
เคนจิผลักร่างของมีนาลงบนเตียงกว้าง เขากระชากสายรัดเอวชุดคลุมอาบน้ำของเธอออกจนขาดสะบั้น
เผยให้เห็นเรือนร่างเนียนละเอียดที่มีเพียงผ้าพันแผลปกปิดบางส่วน
มีนาสะอื้นด้วยความอัปยศ เธอพยายามหุบขาหนีแต่กลับถูกมือหนาจับแยกออก เคนจิแทรกกายเข้าไปตรงกลางระหว่างขาขาวผ่อง
เขามองดู 'เหยื่อ' ที่สั่นเทาอยู่ใต้ร่างด้วยความพึงพอใจ
"แกมันไอ้ปีศาจ... ไอ้สารเลวเคนจิ!"
"ด่าสิ... ด่าฉันอีก ยิ่งเธอด่า ฉันยิ่งอยากขยี้เธอให้แหลกคามือ"
เคนจิโน้มลงไปบดเบียดริมฝีปากอย่างรุนแรง ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปเกี่ยวกระหวัดลิ้นเล็กอย่างจาบจ้วง
มันไม่ใช่จูบที่อ่อนหวาน แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของ
มือหนาเลื่อนลงไปสัมผัสความอ่อนไหวเบื้องล่าง เคนจิสะกิดเม็ดทับทิมสีหวานเบาๆ แต่เน้นย้ำจนมีนาเผลอครางออกมา
ร่างกายของเธอทรยศต่อความรู้สึก... มันกำลังตอบรับสัมผัสจากศัตรูอย่างบ้าคลั่ง
"อ๊ะ... อื้อออ..."
"เห็นไหม? ร่างกายเธอมันเรียกร้องหาฉัน... ทาสตัวน้อยของฉัน"
เคนจิถอนจูบออกพลางกระซิบชิดใบหูที่แดงซ่าน เขาหยิบบางอย่างออกมาจากลิ้นชักข้างเตียง มันคือปลอกคอหนังสีดำสนิทที่มีโซ่เส้นเล็กๆ ติดอยู่
"ใส่มันซะ... ถ้าอยากได้หลักฐานไปล้างแค้นหัวหน้าเธอ"
"ใส่ปลอกคอนี่... แล้วหมอบลงแทบเท้าฉันเหมือนสุนัขที่ซื่อสัตย์"
มีนาเบิกตากว้าง ศักดิ์ศรีตำรวจสาวหน่วย S.W.A.T กำลังจะถูกทำลาย แต่ภาพใบหน้าของเพื่อนร่วมทีมที่ถูกยิงตายต่อหน้าต่อตาผุดขึ้นมา
ความแค้นในอกมันร้อนระอุยิ่งกว่าไฟนรก
ถ้าต้องยอมตกเป็นทาสของปีศาจเพื่อฆ่าปีศาจอีกตน... เธอก็จะทำ
มีนาเอื้อมมือที่สั่นเทาไปรับปลอกคอนั่นมา เธอมองหน้าเคนจิด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและราคะที่ถูกปลุกเร้า
เธอสวมปลอกคอนั่นลงบนคอระหง... เสียงล็อกดัง 'แกร๊ก' เหมือนเสียงปิดประตูนรก
"ดีมาก... เด็กดี"
เคนจิกดยิ้มพอใจ เขาเอื้อมมือไปไขกุญแจมือที่ล่ามเธอไว้กับหัวเตียงออก แต่แทนที่เธอจะหนี มีนากลับค่อยๆ
คลานเข้าไปหาเคนจิบนเตียงกว้าง เธอคุกเข่าลงตรงหน้าเขา... ตามคำสั่งที่แสนอัปยศ
เคนจิคว้าโซ่ที่ติดกับปลอกคอแล้วกระชากให้เธอเงยหน้าขึ้น เขาเริ่มปลดเปลื้องอาภรณ์ของตัวเองออกช้าๆ
เผยให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นลอนสวยและรอยสักมังกรที่พันพาดผ่านแผ่นหลัง
"เริ่มงานแรกของเธอซะมีนา... ปรนนิบัติฉันให้ถึงที่สุด"
มีนาหลับตาลงนิ่งๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปจับความแข็งขึงที่ตื่นตัวของเขา สัมผัสที่ร้อนผ่าวทำเอาเธอสะดุ้ง
แต่เธอก็ยอมก้มลงไปใช้ริมฝีปากครอบครองมัน เสียงหอบหายใจของเคนจิดังขึ้นอย่างพอใจ
"อ่า... แบบนั้นแหละ... ใช้ลิ้นของเธอซะ"
เคนจิจิกผมของมีนาให้ขยับเข้าออกตามจังหวะที่เขาต้องการ ความรุนแรงและป่าเถื่อนเริ่มทวีคูณขึ้นในห้องหรู
เคนจิอุ้มร่างของมีนาขึ้นมานั่งบนตัก ก่อนจะกระแทกกายเข้าสู่ภายในของเธอในคราเดียว
"อ๊าาาา!"
มีนากรีดร้องออกมาสุดเสียงเมื่อความใหญ่โตทะลวงผ่านปราการ มันคับแน่นและร้อนระอุจนเธอรู้สึกเหมือนจะแตกสลาย
เคนจิเริ่มขยับสะโพกสอบอย่างดุดัน ทุกจังหวะกระแทกกระทั้นเน้นย้ำถึงอำนาจที่เขาเหนือกว่า
"เป็นยังไง? รสชาติของอาณัติยากูซ่า... มันถึงใจเธอไหม!"
"อึก... คุณ... เคนจิ... แรงอีก... อ๊ะ!"
มีนาเผลอครางเรียกชื่อเขาด้วยความลุ่มหลง มือเรียวจิกเข้าที่ไหล่หนาจนเกิดรอยเลือด เคนจิเร่งจังหวะให้เร็วและรุนแรงขึ้นจนเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้อง
สะโพกหนากระแทกย้ำจุดกระสันภายในจนมีนาบิดเกร็ง ความเสียวซ่านพุ่งทะยานแตะขีดสุดจนโลกทั้งใบหมุนคว้าง
เคนจิจูบซับน้ำตาของเธออย่างดุเดือด ก่อนจะปลดปล่อยสายธารสีขาวขุ่นเข้าสู่ร่างกายของเธอจนล้นปรี่
"จำความรู้สึกนี้ไว้มีนา... ร่างกายนี้เป็นของฉันคนเดียว"
มีนาฟุบหน้าลงกับอกแกร่ง หอบหายใจโรยริน กรงขังนี้อาจจะหรูหราราคาร้อยล้าน... แต่พันธนาการที่เขาสร้างขึ้นบนร่างกายเธอ
มันมีค่ามากกว่าชีวิตที่เธอเคยรู้จักมาทั้งชีวิต
เคนจิอุ้มเธอไปวางบนเตียงอย่างแผ่วเบา เขาลูบหัวเธอราวกับจะปลอบประโลมสัตว์เลี้ยง แต่คำพูดถัดมากลับย้ำเตือนถึงสถานะที่แท้จริง
"พักผ่อนซะ... เพราะคืนนี้เรามีภารกิจแรกที่ต้องทำ"
"และจำไว้... ตราบใดที่ปลอกคอนี้ยังอยู่ที่คอเธอ... เธอคือทาสของฉัน"
เคนจิเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้มีนาอยู่กับความมืดและกลิ่นอายของเขา น้ำตาที่แห้งเหือดไปแล้วไหลออกมาอีกครั้ง
สารวัตรมีนาคนเดิมตายไปแล้วจริงๆ ... เหลือเพียงกบฏสาวที่กำลังจะกลายเป็นเครื่องมือที่อันตรายที่สุดของมังกรทมิฬ