เซฟเฮาส์ลับ, ย่านสุขุมวิท เวลา 10:30 น.
แสงแดดที่ลอดผ่านม่านหนาเข้ามาในห้อง ไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกขยะแขยงในใจของมีนาลดน้อยลงเลย
เธอนอนนิ่งอยู่บนเตียงกว้าง สายตามองเหม่อไปยังเพดานห้องที่ว่างเปล่า ความปวดร้าวที่รอยแผลหน้าท้องยังคงอยู่
แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บหน่วงที่กลางกายสาว และรอยแดงช้ำตามซอกคอที่ตอกย้ำถึงเหตุการณ์เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
เคนจิจากไปแล้ว... ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมเย็นๆ และคราบคาวที่แห้งกรังบนแผ่นหลัง มีนาขยับตัวช้าๆ
ความรู้สึกคับแน่นและชื้นแฉะยังคงหลงเหลืออยู่ข้างใน
"ไอ้สารเลว..."
เสียงของเธอแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน เธอยกมือที่ยังคงสั่นเทาขึ้นมาลูบคลำ ปลอกคอหนัง ที่รัดแน่นอยู่รอบคอ
มันไม่ใช่แค่เครื่องประดับ แต่มันคือโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น ที่ล่ามเธอไว้กับสถานะที่น่าอัปยศที่สุดในชีวิต
เธอพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง ผ้าห่มผืนหนาเลื่อนหลุดจากลาดไหล่เนียน เผยให้เห็นรอยจูบสีกุหลาบเข้มที่กระจายตัวอยู่ตามผิวขาวจัด
ราวกับจะประกาศให้โลกรู้ว่าเธอถูกตีตราจองโดยยากูซ่าทมิฬ
มีนาพยายามก้าวลงจากเตียง ขาของเธออ่อนแรงจนเกือบจะทรุดลงกับพื้น เธอคว้าชุดคลุมที่ตกอยู่มาสวมทับอย่างลวกๆ
ก่อนจะค่อยๆ พยุงตัวไปที่หน้าต่างกระจกบานใหญ่
ภาพเบื้องหน้าคือกรุงเทพมหานครที่กำลังวุ่นวาย รถยนต์ที่ติดขัดบนถนนสุขุมวิท ผู้คนที่ใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่รู้เลยว่า...
สารวัตรหญิงที่พวกเขาเคยเชิดชู บัดนี้กลายเป็นเพียงกบฏที่หายใจได้แค่ในกรงทอง
มีนาเดินเข้าไปในห้องน้ำหรูที่บุด้วยหินอ่อนสีดำ เธอยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ จ้องมองเงาของผู้หญิงที่สะท้อนกลับมา
ผู้หญิงคนนั้นดูซีดเซียว ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้ ผมเผ้ายุ่งเหยิง และมีสายรัดคอสีดำที่น่ารังเกียจ
"นี่คือมึงจริงๆ เหรอมีนา..."
เธอเอื้อมมือไปสัมผัสกระจก น้ำตาหยดหนึ่งไหลอาบแก้ม ภาพของพ่อในชุดเครื่องแบบตำรวจที่แสนภาคภูมิใจผุดขึ้นมาในหัว
ถ้าพ่อเห็นเธอในสภาพนี้... พ่อคงผิดหวังจนไม่อยากให้อภัย
เธอเปิดน้ำในอ่างอาบน้ำทิ้งไว้ แล้วค่อยๆ ก้าวลงไปแช่ในน้ำที่อุ่นจัด เธอใช้ฟองน้ำถูตามร่างกายแรงๆ ราวกับจะลบสัมผัสของเคนจิออกไป
แต่ยิ่งถู... ภาพเหตุการณ์ตอนที่เขาโถมทับร่างกายเธอก็ยิ่งชัดเจน
เสียงครางที่เผลอหลุดออกมา... สัมผัสที่ทำให้ร่างกายสั่นสะท้าน... ความรู้สึกสมยอมที่แทรกซึมผ่านความเจ็บปวด...
ทุกอย่างมันทำให้เธอยิ่งเกลียดตัวเองมากขึ้นไปอีก
ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูห้องน้ำทำให้มีนาสะดุ้งสุดตัว เธอรีบคว้าผ้าขนหนูมาพันกายไว้แน่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดระแวง
"สารวัตร... ผมเตรียมเสื้อผ้าชุดใหม่ไว้ให้แล้วครับ"
เสียงที่ดังขึ้นไม่ใช่เสียงของเคนจิ แต่มันเป็นเสียงเรียบเฉยของชายวัยกลางคน มีนาจำได้ว่า
เขาคือ ทานากะ มือขวาคนสนิทของเคนจิ ชายที่ยืนกางร่มให้เคนจิในคืนที่เธอปางตายนั่นเอง
มีนาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเปิดประตูห้องน้ำออกมา ทานากะยืนรออยู่หน้าห้องน้ำด้วยท่าทางนอบน้อม
บนเตียงมีชุดสูทผู้หญิงสีดำสนิทที่สั่งตัดอย่างประณีตวางอยู่ พร้อมกับรองเท้าส้นสูงและกระเป๋าถือ
"เคนจิอยู่ไหน?"
มีนาถามเสียงแข็ง พยายามรักษามาดสารวัตรไว้แม้จะอยู่ในชุดคลุม ทานากะก้มหัวเล็กน้อยก่อนจะตอบโดยไม่สบตา
"นายท่านกำลังประชุมกับบอร์ดบริหารที่สำนักงานใหญ่ครับ"
"และนายท่านสั่งไว้ว่า... ทันทีที่คุณทำธุระส่วนตัวเสร็จ ให้ผมพาคุณไปที่นั่น"
"ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น! บอกเจ้านายแกด้วยว่าฉันไม่ใช่ลูกน้องมัน!"
มีนาตวาดพลางเดินไปที่ประตูห้องหมายจะหนี ทว่าทานากะกลับเดินมาขวางทางไว้อย่างรวดเร็ว แววตาของเขาที่เคยนอบน้อมกลับเปลี่ยนเป็นเยือกเย็น
"คุณสารวัตรครับ... ผมว่าคุณยังไม่เข้าใจสถานการณ์ดีพอ"
"ตอนนี้นอกห้องนี้มีตำรวจจากกองปราบไม่ต่ำกว่ายี่สิบนายซุ่มอยู่รอบๆ"
"นายท่านสั่งคนของเราคุ้มกันที่นี่ไว้ก็เพื่อตัวคุณเอง"
"ถ้าคุณก้าวออกไปจากประตูนี้ด้วยตัวเอง... ผมไม่รับรองว่าคุณจะได้กลับมาในสภาพที่ยังหายใจได้อยู่หรือเปล่า"
คำขู่ของทานากะทำให้มีนานิ่งงัน ความจริงที่ว่าเธอถูกหมายหัวโดยองค์กรที่เธอเคยสังกัดมันช่างขมขื่น เธอไม่มีที่ไป...
ไม่มีใครคุ้มหัวได้นอกจากปีศาจที่ชื่อเคนจิ
"ใส่ชุดที่เตรียมไว้ซะครับ... เรามีเวลาไม่มาก"
ทานากะพูดจบก็เดินออกจากห้องไป ทิ้งให้มีนาอยู่กับความกดดันที่ถาโถมเข้ามา เธอมองชุดสูทสีดำบนเตียง
มันคือชุดของผู้ติดตาม... ชุดของคนที่ต้องรับคำสั่ง
มีนาฝืนใจใส่ชุดนั้น มันพอดีตัวราวกับถูกวัดมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ เนื้อผ้าดีเยี่ยมทำให้เธอดูภูมิฐานและน่าเกรงขาม
แต่ความรู้สึกที่คอ... ปลอกคอที่ถูกซ่อนไว้ใต้ปกเสื้อเชิ้ต กลับเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนตัวตนที่แท้จริง
เธอเดินตามทานากะลงมาที่ลานจอดรถใต้ดิน รถเบนซ์กันกระสุนสีดำสามคันจอดรออยู่ ชายชุดดำนับสิบคนยืนเรียงราย
ทุกคนโค้งหัวให้ทานากะ แต่กลับมองมาที่เธอด้วยสายตาที่สงสัย
"เชิญครับ... คุณมีนา"
ทานากะเปิดประตูรถคันกลางให้ มีนาก้าวเข้าไปนั่งด้านหลัง ความเงียบภายในรถทำให้เธอได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง
เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่ฉายภาพข่าว
[ล่า! สารวัตรหญิงทรยศ ใครพบเบาะแสมีรางวัลนำจับ 1 ล้านบาท]
รางวัลนำจับ... ราคาของชีวิตเธอน้อยกว่าค่าหัวใจของเคนจิที่เธอเคยตั้งไว้นับสิบเท่า
น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เกือบจะไหลออกมาอีกครั้ง แต่เธอก็กัดฟันข่มมันไว้
"ฉันจะไม่ตาย... จนกว่ามึงจะพินาศ ไอ้สันติ"
สำนักงานใหญ่ตระกูลริวโอ, ย่านเพลินจิต เวลา 12:30 น.
ตึกสูงระฟ้าที่เป็นเจ้าของโดยตระกูลเคนจิดูโอ่อ่าและทันสมัย ชั้นบนสุดคืออาณาจักรของมังกรหนุ่ม
ทานากะนำเธอเดินผ่านพนักงานที่โค้งหัวให้ตลอดทาง จนมาถึงหน้าห้องทำงานบานใหญ่ที่ทำจากไม้โอ๊คสีเข้ม
"นายท่านรออยู่ด้านในครับ"
ทานากะเปิดประตูให้ มีนาสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะก้าวเข้าไป ห้องทำงานนั้นกว้างขวางและมองเห็นวิวเมืองได้ 360 องศา
เคนจินั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ เขากำลังเซ็นเอกสารบางอย่างโดยมีหญิงสาวสวยในชุดเลขาฯ ยืนอยู่ข้างๆ
สายตาของเคนจิเงยขึ้นมองการมาถึงของเธอ เขากวาดสายตาสำรวจชุดสูทที่เธอสวม ก่อนจะหยุดอยู่ที่ลำคอของเธอแล้วยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ
"มาเร็วกว่าที่คิดนี่... สารวัตร"
"ฉันบอกแกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกฉันด้วยชื่อนั้น!"
มีนาเดินเข้าไปหาเขาที่โต๊ะทำงานด้วยท่าทางคุกคาม เคนจิไม่ได้ตื่นตระหนก เขาเพียงแค่พยักหน้าให้เลขาฯ ออกไปจากห้อง
เมื่อเหลือกันเพียงสองคน บรรยากาศก็กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง
"แล้วจะให้เรียกอะไรล่ะ? ในเมื่อตัวตนของคุณข้างนอกนั่นมันตายไปแล้ว"
เคนจิลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาเดินอ้อมโต๊ะมาหาเธอช้าๆ จังหวะที่เขาเข้าประชิดตัว มีนาเผลอก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ
แต่เคนจิกลับรวดเร็วกว่า เขาคว้าเอวบางของเธอไว้แล้วดึงเข้าหาตัว
"ปล่อย..."
"วันนี้คุณมีหน้าที่ต้องทำ... งานแรกในฐานะ 'เงา' ของผม"
เคนจิโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนจมูกโด่งแตะที่พวงแก้มขาว เขาเลื่อนมือขึ้นมาลูบปลอกคอหนังของเธอเบาๆ สัมผัสของเขาเย็นเฉียบจนมีนาขนลุกซู่
"งานอะไร?"
"ไปร่วมงานเลี้ยงรับรองทูตญี่ปุ่นที่สถานทูต... คืนนี้"
เคนจิผละออกมาแล้วหันไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลส่งให้เธอ มีนาเปิดดูและพบว่าเป็นรูปถ่ายของชายวัยกลางคนคนหนึ่ง
ซึ่งเธอจำได้ทันทีว่าคือ รองอธิบดีกรมตำรวจ "ไอ้สารเลวนี่... มันไปเกี่ยวอะไรด้วย?"
"มันคือคนที่สั่งให้สันติปิดปากคุณไงล่ะมีนา"
"คืนนี้มันจะไปปรากฏตัวในงาน... และคุณต้องเป็นคนเข้าไปใกล้ตัวมัน"
คำพูดของเคนจิทำให้หัวใจของมีนาเต้นรัวด้วยความแค้น คนที่อยู่เบื้องหลังความตายของลูกน้องเธอ
คนที่ทำลายชีวิตเธอ... กำลังจะอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว
"แกต้องการให้ฉันฆ่ามันเหรอ?"
"เปล่า... ฆ่าน่ะมันง่ายไปสำหรับคนระดับนั้น"
เคนจิยกยิ้มอำมหิตพลางเชยคางเธอขึ้นสบตา "ผมต้องการให้คุณไป 'เตือน' มัน... ให้มันรู้ว่าสารวัตรมีนายังไม่ตาย"
"และตอนนี้เธอกำลังยืนอยู่ใต้อาณัติของยากูซ่าที่มันเคยรับเงินมา"
มีนามองจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเคนจิ เธอรู้ดีว่านี่คือการเอาคืนที่เจ็บแสบที่สุด แต่มันก็เป็นการเอาตัวเธอเข้าเสี่ยงกับอันตรายมหาศาล
ถ้าเธอถูกจำหน้าได้... เธอไม่มีทางรอดออกมาจากงานนั้นแน่
"แล้วแกจะให้อะไรฉันเป็นการแลกเปลี่ยน?"
"ข้อมูลเซฟของมัน... ที่เก็บรายชื่อตำรวจกังฉินทั้งหมดไว้"
ข้อมูลนั่นคือสิ่งที่เธอต้องการที่สุด มันคือกุญแจสำคัญที่จะล้างมลทินให้เธอและพ่อได้ แต่ราคามันช่างแพงเหลือเกิน...
"แล้วฉันต้องแลกด้วยอะไรอีกล่ะ? ร่างกายฉันยังไม่พออีกเหรอ?"
เคนจิหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาเอื้อมมือมาลูบไล้ที่ริมฝีปากล่างของเธอ สัมผัสของเขาดูนุ่มนวลอย่างประหลาดในวินาทีนั้น
"ร่างกายคุณน่ะเป็นของตายอยู่แล้วมีนา..."
"แต่คืนนี้... ผมต้องการให้คุณพิสูจน์ความ 'ภักดี' ให้ผมเห็น"
"ถ้าคุณทำสำเร็จ... ผมจะพาคุณไปสัมผัสรสชาติของสวรรค์ที่มากกว่าเมื่อคืน"
เคนจิกระซิบพลางบดเบียดร่างกายเข้าหาเธออย่างจงใจ ความแข็งขึงที่ตื่นตัวใต้กางเกงสแลคเน้นย้ำถึงความต้องการของเขา
มีนาสะบัดหน้าหนีด้วยความขยะแขยง แต่ในใจกลับวูบไหวอย่างน่ากลัว
"ฉันจะไป..."
"ดีมาก... งั้นเรามา 'ซ้อม' บทบาทของคู่รักกันหน่อยเป็นไง?"
เคนจิไม่รอคำตอบ เขาคว้าท้ายทอยของเธอแล้วบดจูบลงมาอย่างรุนแรง มันเป็นจูบที่เต็มไปด้วยรสชาติของอำนาจและความต้องการ มีนาพยายามขัดขืนในตอนแรก แต่เมื่อมือหนาเริ่มรุกล้ำเข้าไปภายใต้สูทสีดำ บีบคั้นทรวงอกอวบอิ่มผ่านเสื้อเชิ้ตบาง ความรู้สึกเสียวซ่านที่ยังหลงเหลือจากเมื่อคืนก็ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง
เธอเผลอจิกเล็บลงบนบ่ากว้างของเขา เสียงหอบหายใจของคนสองคนดังก้องในห้องทำงานที่เงียบงัน ศัตรูที่ควรจะฆ่ากัน...
กลับกำลังพัวพันกันด้วยราคะที่มืดบอด
"อื้อ... หยุดนะ..."
"อย่าโกหกตัวเองมีนา... ร่างกายคุณกำลังร้องขอผม"
เคนจิผลักเธอไปที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ เขากวาดเอกสารทั้งหมดทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี ก่อนจะอุ้มร่างบางขึ้นไปวางบนโต๊ะไม้ขัดเงา
เขาแยกขาเรียวของเธอออกกว้าง เผยให้เห็นความฉ่ำชื้นที่เปียกชุ่มกางเกงชั้นลอนลูกไม้ มีนาหน้าแดงซ่านด้วยความอัปยศ
แต่เมื่อนิ้วเรียวของเคนจิเริ่มสัมผัสเข้ากับจุดอ่อนไหว เธอกลับแอ่นสะโพกรับด้วยสัญชาตญาณที่ถูกฝึกมาอย่างดีจาก 'บทเรียนแรก'
"อ๊า... คุณเคนจิ..."
"เรียกฉันว่า 'เจ้านาย'... แล้วฉันจะทำให้เธอถึงสวรรค์"
การปะทะกันของอารมณ์และความแค้นเริ่มขึ้นอีกครั้ง บนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารพันล้าน
และภายใต้สายตาของมังกรทมิฬที่กำลังกัดกินหมาป่าสาวทีละน้อย เนื้อเรื่องที่แท้จริง... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น