สำนักงานใหญ่ตระกูลริวโอ เวลา 15:00 น.
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องทำงานกว้างอีกครั้ง หลังจากพายุอารมณ์ที่เพิ่งมอดดับลงบนโต๊ะไม้ราคาแพง
กลิ่นกายของเคนจิที่ผสมกับกลิ่นชาเขียวเข้มข้นยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูกของมีนา
ร.ต.อ. มีนา นั่งหอบหายใจอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ เธอกำลังพยายามจัดเสื้อเชิ้ตที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่
ขณะที่เคนจิเดินไปที่มุมห้องเพื่อทำบางอย่างที่ดูใจเย็นจนน่าหมั่นไส้
เขาหยิบแปรงพู่กันและฝนหมึกดำอย่างประณีต เคนจิกำลังเขียนอักษรคันจิลงบนกระดาษสาเนื้อดี
มันคือการทำสมาธิในแบบของยากูซ่าที่เคร่งครัดในวิถีบูชิโด
"ญี่ปุ่นมีคำกล่าวว่า... ความงดงามที่แท้จริงต้องมาจากระเบียบที่สมบูรณ์"
เคนจิเอ่ยขึ้นโดยไม่หันมามอง มือของเขาที่เพิ่งจะรุกรานร่างกายเธออย่างรุนแรง บัดนี้กลับตวัดพู่กันได้อย่างนุ่มนวลและแม่นยำ
"ที่นี่อาจจะเป็นกรุงเทพฯ แต่ในอาณาจักรของฉัน... ทุกอย่างต้องเป็นไปตามวิถีของริวโอ"
"แกจะให้ฉันทำอะไรกันแน่ เคนจิ?"
มีนาถามเสียงสั่นพรือขณะพยายามลุกขึ้นยืน ขาของเธอยังคงสั่นเทาจากบทเรียนอันเร่าร้อนเมื่อครู่ เคนจิวางพู่กันลงช้าๆ แล้วหันกลับมาสบตาเธอ
"คืนนี้ที่สถานทูตญี่ปุ่น... จะมีการจัดงานฉลองวันครบรอบตระกูล"
"เธอจะไม่ไปในชุดสูทบอดี้การ์ดทื่อๆ แบบนั้น"
"แต่เธอจะไปในฐานะ 'เมียเก็บ' ชาวญี่ปุ่นของฉัน"
เคนจิเดินเข้ามาหาเธอช้าๆ เขาสั่งให้ลูกน้องนำกล่องไม้ใบใหญ่เข้ามาวางตรงหน้า เมื่อเปิดออก... มีนาก็ต้องเบิกตากว้าง
มันคือชุดกิโมโนผ้าไหมสีดำสนิทปักลายมังกรสีทอง งานฝีมือประณีตที่ดูออกว่ามีมูลค่ามหาศาล แต่มันดูหนักและสวมใส่ยากเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้
"แกจะบ้าเหรอ? ฉันเป็นตำรวจไทยนะ ให้ฉันใส่ชุดญี่ปุ่นเนี่ยนะ!"
"เธอไม่ใช่ตำรวจแล้วมีนา... ลืมไปแล้วหรือไง?"
เคนจิเชยคางเธอขึ้นสบตา แววตาของเขาดูหลงใหลในวัฒนธรรมบ้านเกิดอย่างลึกซึ้ง เขารักความสมบูรณ์แบบของญี่ปุ่นพอๆ กับที่เขาชอบควบคุมเธอ
"กิโมโนตัวนี้คือเกียรติของตระกูลฉัน... และปลอกคอที่เธอใส่"
"มันจะถูกซ่อนไว้ภายใต้ผ้าไหมหนาๆ นี่... เพื่อย้ำเตือนว่าใครคือเจ้านายเธอ"
สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย, ถนนวิทยุ เวลา 19:30 น.
รถลีมูซีนสีดำเงาวับเคลื่อนตัวเข้ามาจอดที่หน้าอาคารทรงญี่ปุ่นโบราณ พนักงานรักษาความปลอดภัยโค้งคำนับอย่างพร้อมเพรียง
เมื่อประตูรถเปิดออก... สายตาทุกคู่ก็ต้องหยุดอยู่ที่คนทั้งสอง
เคนจิเดินลงมาในชุดยูกาตะกึ่งสูทที่ดูภูมิฐานและทรงอำนาจ เขาหันกลับไปยื่นมือให้หญิงสาวที่ก้าวตามลงมา
มีนาในชุดกิโมโนสีดำดูสวยสะกดจนแทบหยุดหายใจ ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มอย่างประณีตดูนิ่งเฉยดุจตุ๊กตากระเบื้อง แต่ภายใต้ผ้าไหมหลายชั้น...
หัวใจของเธอกำลังเต้นรัวด้วยความประหม่าและความแค้น
"จำไว้มีนา... เดินตามหลังฉันสามก้าว ตามธรรมเนียมญี่ปุ่น"
เคนจิกระซิบขณะที่เธอเดินเข้ามาขนาบข้าง มือหนาของเขาโอบเอวเธอไว้แน่น บังคับให้เธอเดินในจังหวะที่เขากำหนด
"และห้ามพูดภาษาไทย... ถ้าจำเป็น ให้ใช้ภาษาอังกฤษหรือเงียบไว้"
มีนาพยักหน้าแกนๆ เธอรู้สึกอึดอัดกับผ้าพันอกที่รัดแน่นจนหายใจลำบาก แต่นั่นยังไม่เท่ากับ ความรู้สึกของปลอกคอ ที่สีกับผิวเนื้อทุกครั้งที่เธอขยับตัว
งานเลี้ยงเต็มไปด้วยนักธุรกิจและข้าราชการระดับสูง กลิ่นหอมของสาเกและอาหารญี่ปุ่นชั้นเลิศอบอวลไปทั่วงาน
เคนจิพาเธอก้าวข้ามสะพานไม้จำลองผ่านสวนหินอย่างสง่างาม จนกระทั่งถึงจุดที่มีชายวัยกลางคนสวมชุดข้าราชการเต็มยศยืนอยู่
พล.ต.ท. วิเชียร... อดีตหัวหน้าทีมที่หักหลังเธอ
มีนารู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่พุ่งพล่านไปทั่วกาย มือเรียวภายใต้แขนเสื้อกิโมโนกว้างจิกเข้าหากันจนเล็บฝังลงในฝ่ามือ
ไอ้คนตรงหน้านี้คือคนที่สั่งฆ่าลูกน้องเธอ... และทำลายชีวิตเธอ
"ยินดีที่ได้พบครับท่านวิเชียร... ไม่เจอกันนานนะครับ"
เคนจิเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เขายกแก้วสาเกขึ้นชนกับอีกฝ่ายอย่างสนิทสนม วิเชียรหัวเราะร่าโดยไม่รู้เลยว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างเคนจิคือใคร
"โอ้! คุณเคนจิ... ผู้หญิงคนนี้สวยจริงๆ ครับ สมแล้วที่เป็นทายาทริวโอ"
วิเชียรจ้องมองมีนาด้วยสายตาจาบจ้วง เขาสำรวจใบหน้าของเธอโดยไม่รู้เลยว่าภายใต้เครื่องสำอางหนานั้น คือคนที่เขาสั่งให้ไปตายในกองเพลิง
"เธอชื่อ 'มิซากิ' ครับ... เป็นเงาที่ซื่อสัตย์ของผม"
เคนจิแนะนำพลางลูบไล้ที่ต้นคอของมีนาเบาๆ นิ้วหนาจงใจกดลงไปที่ตำแหน่งของปลอกคอที่ซ่อนอยู่ ส่งสัญญาณเตือนให้เธอสงบอารมณ์ไว้
"มิซากิงั้นเหรอ? ชื่อเพราะดีครับ... ดูนิ่งเหมือนตุ๊กตาเลยนะ"
วิเชียรยื่นมือมาหมายจะแตะที่ไหล่ของเธอ มีนาขยับตัวหลบโดยสัญชาตญาณ แววตาที่ดุดันวูบหนึ่งเกือบทำให้ความแตก
เคนจิรีบคว้ามือของวิเชียรไว้ก่อนจะเปลี่ยนเป็นบทสนทนาเรื่องธุรกิจ
"เธอขี้อายครับท่าน... พอดีผมสอนมาดีไปหน่อย"
"ไปเอาเครื่องดื่มมาให้ฉันหน่อยสิมิซากิ... ไป!"
เคนจิสั่งเสียงเข้ม แฝงไปด้วยอำนาจที่ทำให้มีนาต้องจำยอม เธอโค้งศีรษะให้ทั้งคู่ตามธรรมเนียมญี่ปุ่นที่เคนจิฝึกมาอย่างหนัก
ก่อนจะเดินเลี่ยงออกมาทางโซนอาหารที่มืดสลัวกว่า
มีนาเดินหลบออกมาที่ระเบียงไม้ที่มองเห็นสวนญี่ปุ่นยามค่ำคืน เธอยืนหอบหายใจอย่างหนัก ความโกรธแค้นทำให้เธอแทบจะควบคุมร่างกายไม่อยู่
"ใจเย็นไว้มีนา... แกต้องเอาหลักฐานมาให้ได้"
เธอกระซิบปลอบใจตัวเอง ภารกิจของเธอคือการแอบเข้าไปในห้องรับรองพิเศษของวิเชียร เพื่อคัดลอกข้อมูลจากโน้ตบุ๊กที่เขาพกติดตัวมางานนี้
แต่ก่อนที่เธอจะทันได้ขยับตัว... แรงดึงจากด้านหลังก็กระชากร่างของเธอให้เข้าไปในเงามืด แผ่นหลังของเธอถูกกระแทกเข้ากับเสาไม้อย่างแรง
"อื้อ...!"
มือหนาอุดปากเธอไว้แน่น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่เบียดเสียดเข้ามา กลิ่นชาเขียวและน้ำหอมที่คุ้นเคย...
เคนจิ "เกือบไปแล้วนะมีนา... สายตาเธอเมื่อกี้มันจะฆ่ามันตายอยู่แล้ว"
เคนจิปล่อยมือจากปากเธอ แต่เขากลับเปลี่ยนเป็นบีบคางเธอให้เงยขึ้น สายตาของเขาดุดันและร้อนแรงภายใต้แสงจันทร์
"แกพาฉันมาทดสอบสภาพจิตใจหรือไงเคนจิ!"
"ฉันพากเธอมาพิสูจน์ความภักดีต่างหาก... และตอนนี้เธอสอบตก"
เคนจิกระชากคอเสื้อกิโมโนของเธอให้แยกออก เผยให้เห็นปลอกคอหนังสีดำที่รัดแน่นอยู่รอบคอระหง
เขาใช้นิ้วเกี่ยวโซ่เส้นเล็กที่ซ่อนอยู่ขึ้นมาดึงรั้ง จนใบหน้าของเธอต้องเชิดขึ้นรับสัมผัสจากเขา
"ร่างกายเธอกำลังสั่น... เพราะความโกรธ หรือเพราะต้องการฉันกันแน่?"
"แกมันบ้าไปแล้ว! ที่นี่สถานทูตนะ!"
"ยากูซ่าไม่เคยสนสถานที่... ยิ่งเสี่ยง ฉันยิ่งชอบ"
เคนจิไม่รอช้า เขาซุกไซ้ซอกคอขาวอย่างรุนแรง ชุดกิโมโนที่สวมใส่อย่างยากลำบากถูกเขาเลิกขึ้นจนถึงโคนขา
ความเย็นของอากาศยามค่ำคืนปะทะเข้ากับผิวเนื้อที่ร้อนผ่าว
เขาแทรกกายเข้ามาระหว่างขาเรียว นิ้วเรียวหนาเริ่มรุกรานเข้าสู่ความฉ่ำชื้นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าไหม มีนาครางประท้วงในลำคอ
แต่ความเสียวซ่านกลับพุ่งเข้าใส่จนเธอขาอ่อนแรง
"อื้อ... หยุด... เดี๋ยวใครมาเห็น..."
"ไม่มีใครกล้าเข้ามาที่นี่หรอก... เพราะฉันคือคนคุมกฎของงานนี้"
เคนจิเริ่มบทเรียนลงโทษที่แสนป่าเถื่อน เขาเร้าอารมณ์เธอด้วยจังหวะที่ดุดันดั่งพายุ มือหนึ่งดึงรั้งโซ่ที่คอ
อีกมือบีบคั้นทรวงอกอวบอิ่มผ่านผ้าพันอกที่รัดแน่น
ความรู้สึกของการถูกครอบครองในสถานที่ที่เต็มไปด้วยศัตรู มันทำให้สัญชาตญาณของมีนาตื่นตัวถึงขีดสุด
เธอกลายเป็นกบฏที่พ่ายแพ้ต่อสัมผัสของยากูซ่าอีกครั้ง
จังหวะรักที่ดุเดือดเกิดขึ้นท่ามกลางเสียงจิ้งหรีดในสวนญี่ปุ่น เคนจิกระแทกกระทั้นเน้นย้ำความดุดันจนมีนาบิดกายเร่า
เสียงหอบหายใจของเธอถูกกลืนหายไปกับริมฝีปากของเขา
"จำรสชาตินี้ไว้... นี่คือบทลงโทษที่เธอคุมอารมณ์ไม่ได้"
เคนจิกระซิบพลางปลดปล่อยความร้อนผ่าวเข้าสู่ตัวเธอ เขาทิ้งรอยรักสีเข้มไว้ที่ไหล่เนียนเพื่อตีตราจองอีกครั้ง
หลังจากพายุอารมณ์สงบลง เคนจิจัดชุดกิโมโนให้เธออย่างประณีตราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขามองดูเธอที่ยืนหน้าแดงซ่านด้วยสายตาที่พอใจ
"เอาล่ะ... ไปเอาข้อมูลนั่นมาให้ฉัน"
"ถ้าพลาด... บทลงโทษครั้งหน้าจะหนักกว่านี้สิบเท่า"
มีนาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอจัดทรงผมให้เข้าที่ ก่อนจะก้าวเดินออกไปจากเงามืดด้วยแววตาที่เยือกเย็นกว่าเดิม
ความเจ็บหน่วงระหว่างขาเตือนให้เธอรู้ว่า... ตอนนี้เธอไม่ใช่ตำรวจที่ทำงานตามกฎหมาย
แต่เธอคือ กบฏ ที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด ใต้อาณัติของยากูซ่าที่ร้ายกาจที่สุดในโลก