ตอนที่ 5 : ข้อมูลสีเลือด (NC20+)

2376 Words
ความเย็นยะเยือกของอากาศยามค่ำคืนพัดผ่านระเบียงไม้ของสถานทูตญี่ปุ่น แต่มันกลับไม่ได้ช่วยให้เหงื่อที่ซึมตามไรผมของเธอลดน้อยลงเลย ร.ต.อ. มีนา พยายามจัดสาบชุดกิโมโนสีดำสนิทให้เข้าที่อย่างเร่งรีบ เธอยังคงรู้สึกถึงความร้อนผ่าวและความเจ็บหน่วงที่กึ่งกลางกายสาว สัมผัสจาบจ้วงจากปลายนิ้วและริมฝีปากของยากูซ่าทมิฬยังติดตรึงอยู่ทุกอณู กลิ่นมัทฉะเข้มข้นและกลิ่นน้ำหอมแนวไม้ของเขาฝังลึกลงไปในโสตประสาท แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งสมเพชตัวเองหรือจมอยู่กับรสสัมผัสที่เพิ่งผ่านพ้น เธอมีเวลาไม่ถึงสิบนาทีก่อนที่ พล.ต.ท. วิเชียร จะกลับเข้าไปในห้องรับรองพิเศษ มีนาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติที่กระเจิงให้กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาที่เคยสั่นระริกด้วยไฟราคะเปลี่ยนเป็นเฉียบคมดุจแม่เสือสาวในพริบตา เธอใช้ทักษะการเคลื่อนที่เงียบเชียบที่ถูกฝึกฝนมาอย่างหนักจากหน่วย S.W.A.T ย่องผ่านทางเดินไม้ระแนงที่ทอดยาวไปสู่ปีกซ้ายของอาคารสถานทูต เสียงฝีเท้าของเธอเบาจนแทบไม่ได้ยินแม้แต่เสียงนกร้องในยามค่ำคืน แม้จะอยู่ในชุดกิโมโนที่รัดกุมและหนักอึ้งด้วยผ้าไหมหลายชั้นก็ตาม ทุกก้าวย่างของเธอเต็มไปด้วยความระมัดระวังและสัญชาตญาณนักล่า สายตาคอยกวาดมองกล้องวงจรปิดและเวรยามที่เดินตรวจตราอย่างถถี่ถ้วน "นี่มันบ้าชัดๆ ... ถ้าพลาดขึ้นมา กูตายแน่" เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆ ในใจพลางกำหมัดที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกว้าง มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อความตายที่รออยู่ข้างหน้า แต่เป็นเพราะความแค้นที่สุมอกจนแทบจะระเบิดออกมาทุกวินาทีที่หายใจ เธอกำลังจะเข้าใกล้ศัตรูที่ทำลายชีวิตเธอและฆ่าลูกน้องเธอเข้าไปทุกที มีนาหยุดอยู่หน้าประตูไม้บานเลื่อนที่ประดับด้วยลวดลายพู่กันญี่ปุ่นโบราณ ป้ายหน้าห้องระบุชัดเจนว่าเป็นพื้นที่ส่วนตัวสำหรับแขกบ้านแขกเมืองระดับสูง เธอรอจังหวะให้ทหารยามเดินลับสายตาไปที่หัวมุมตึกไม้ทรงคลาสสิก ก่อนจะใช้การ์ดคีย์ที่เคนจิแอบยัดใส้มือเธอเมื่อครู่แตะลงที่เซนเซอร์อย่างเบามือ ติ๊ด... เสียงปลดล็อกแผ่วเบาดังขึ้นท่ามกลางเสียงจิ้งหรีดที่กรีดร้องในสวนหิน มีนาแทรกตัวเข้าไปด้านในห้องที่มืดสลัวและเงียบสงัดทันที ภายในห้องรับรองถูกตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์ญี่ปุ่นขนานแท้ มีเสื่อทาทามิปูเต็มพื้นที่และกลิ่นหอมของไม้สนที่อบอวลชวนให้รู้สึกนิ่งสงบ มีนาปรี่เข้าไปที่โต๊ะทำงานไม้โอ๊คสีเข้มตรงมุมห้องอย่างรวดเร็ว เธอเห็นโน้ตบุ๊กเครื่องสีดำวางอยู่ มันคือเป้าหมายหลักของภารกิจเสี่ยงตายนี้ เธอดึงแฟลชไดรฟ์ขนาดจิ๋วที่เคนจิเตรียมไว้ให้ออกมาจากสายโอบิที่รัดเอว ก่อนจะกดปุ่มเปิดเครื่องอย่างระมัดระวังไม่ให้เกิดเสียงดัง หน้าจอเรืองแสงขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของห้องที่ปิดสนิท หัวใจของมีนาเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอกเมื่อเห็นช่องใส่รหัสผ่าน "รหัสเหรอ... ไอ้แก่ชั่วนั่นมันใช้รหัสอะไรวะ" เธอขบคิดอย่างหนักพลางนึกถึงข้อมูลประวัติเชิงลึกของวิเชียรที่เธอเคยสืบ เธอลองกดรหัสวันเกิดลูกสาวคนเดียวของมัน... ผิด เธอลองรหัสเลขประจำตัวข้าราชการที่มันภาคภูมิใจ... ผิด มีนาเริ่มมีหยาดเหงื่อซึมตามหน้าผากและแผ่นหลังจนเปียกชุ่มผ้าไหม เวลาแต่ละวินาทีที่ผ่านไปเหมือนเข็มนาฬิกาที่กรีดลงบนผิวหนังเธออย่างช้าๆ เธอนึกถึงคำพูดหนึ่งของพ่อที่เคยบอกเกี่ยวกับนิสัยของวิเชียร ว่ามันเป็นคนหลงในอำนาจและยึดติดกับชัยชนะครั้งแรกในชีวิตข้าราชการ มีนาตัดสินใจพิมพ์รหัสรุ่นนักเรียนนายร้อยที่มันชอบเอามาคุยโว คลิก... หน้าจอปลดล็อกเข้าสู่ระบบปฏิบัติการทันทีด้วยความแม่นยำ มีนาลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกแต่ยังไม่ยอมวางใจ เธอรีบเสียบแฟลชไดรฟ์และเริ่มทำการคัดลอกข้อมูลทั้งหมดทันที แถบเปอร์เซ็นต์ความคืบหน้าค่อยๆ ขยับไปอย่างเนิบนาบจนน่ารำคาญใจ 15%... 30%... 45%... ขณะที่รอนั้น สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นโฟลเดอร์ที่ซ่อนอยู่ชั้นลึกที่สุด มันถูกตั้งชื่อรหัสลับที่เธอจำได้แม่นยำว่า "Project Lawless" มีนาอดใจไม่ไหวที่จะกดเข้าไปดูความจริงที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรม และสิ่งที่เธอเห็นผ่านดวงตาก็ทำให้เธอแทบจะหยุดหายใจไปชั่วขณะ มันคือเอกสารรายการจ่ายส่วยย้อนหลังกว่าห้าปีเต็มของกรมตำรวจ มีรายชื่อนายตำรวจแทบจะทั้งกรม... ตั้งแต่ระดับสารวัตรยันระดับบิ๊กสีกากี และที่ร้ายกาจที่สุด... คือแผนการจัดฉากฆ่าปิดปากทีม S.W.A.T ของเธอ มีการระบุชื่อ สันติ ในฐานะผู้ปฏิบัติการสังหารและรับผลประโยชน์ "ไอ้พวกสัตว์นรก... มึงทำกับพวกกูขนาดนี้เลยเหรอ" น้ำตาแห่งความแค้นที่พยายามสะกดกั้นไว้ไหลอาบแก้มที่แต่งแต้มไว้สวยงาม เธอมองเห็นความตายของเพื่อนร่วมทีมที่ถูกแลกด้วยเงินไม่กี่ร้อยล้านบาท ความยุติธรรมที่เธอเคยศรัทธามาทั้งชีวิตมันไม่มีอยู่จริงตั้งแต่วันแรก ทุกอย่างเป็นเพียงหมากบนกระดานที่ผู้มีอำนาจใช้เดินเพื่อผลประโยชน์ตนเอง แกร๊ก... เสียงฝีเท้าและเสียงหัวเราะที่ดังขึ้นหน้าห้องทำให้มีนาสะดุ้งสุดตัว เธอรีบหันไปมองทางประตูไม้บานเลื่อนด้วยความตื่นตระหนกถึงขีดสุด "ครับท่าน... เดี๋ยวผมเข้าไปเอาเอกสารลับแล้วจะตามไปที่ห้องโถงครับ" เสียงของวิเชียร! มันกำลังเดินตรงเข้ามาในห้องนี้ในระยะที่กระชั้นชิดมาก! มีนาหันกลับมามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงทำการคัดลอกข้อมูล 85%... 90%... "เร็วเข้าสิโว้ย! เร็วอีกนิดเดียว!" เธอภาวนาในใจพลางกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือจนห่อเลือด เสียงลูกบิดประตูเริ่มขยับช้าๆ มีนาไม่มีทางเลือกอื่นที่ปลอดภัยกว่านี้ เธอรีบดึงแฟลชไดรฟ์ออกทั้งที่ยังคัดลอกไม่เสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ก่อนจะมุดตัวลงไปซ่อนใต้โต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ทันทีอย่างว่องไว ประตูเปิดออกพร้อมกับแสงไฟจากโถงทางเดินที่สาดเข้ามาในห้อง วิเชียรเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางเร่งรีบและดูเคร่งเครียด มีนาหมอบนิ่งอยู่ใต้โต๊ะทำงาน หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าเขาจะได้ยินเสียง เธอมองเห็นรองเท้าหนังขัดมันของศัตรูอยู่ห่างจากใบหน้าเธอเพียงไม่กี่คืบ "อ้าว... ใครแอบมาเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ล่ะเนี่ย" วิเชียรพึมพำกับตัวเองด้วยความแปลกใจขณะมองไปที่หน้าจอ เขานั่งลงบนเก้าอี้ทำงาน... ซึ่งตำแหน่งของมันอยู่เหนือศีรษะของมีนาพอดี มีนากลั้นหายใจจนหน้าแดงซ่าน ร่างกายเกร็งกระตุกด้วยความเครียด เธอพยายามไม่ให้ผ้าก๊อซหรือชุดกิโมโนที่พองโตไปสะกิดโดนขาของเขา วิเชียรกดแป้นพิมพ์อยู่ครู่หนึ่งเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย ก่อนจะสบถออกมาเบาๆ เมื่อเห็นว่าระบบแจ้งเตือนการดึงข้อมูลผิดปกติ "บ้าจริง... เครื่องมันรวนหรือมีใครแอบเข้ามาวะ" เขากวาดสายตามองไปรอบห้องอย่างระแวดระวังตามสัญชาตญาณตำรวจเก่า เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ แล้วก้มลงมองที่ใต้โต๊ะทำงานอย่างช้าๆ! มีนาหลับตาปี๋เตรียมใจที่จะชักมีดพกสั้นที่ซ่อนอยู่ในสายโอบิออกมา เธอพร้อมจะปลิดชีพมันทิ้งที่นี่แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตตัวเองก็ตาม แต่ในวินาทีที่วิเชียรกำลังจะก้มลงมาเห็นร่างของเธอที่ซ่อนอยู่... "ท่านวิเชียรครับ... คุณเคนจิเรียกพบด่วนที่สุดที่ห้องรับรองใหญ่ครับ" เสียงลูกน้องคนสนิทของเคนจิดังขึ้นที่หน้าประตูห้องอย่างถูกจังหวะ มันช่วยชีวิตมีนาไว้ได้อย่างหวุดหวิดจากการถูกจับได้ในที่เกิดเหตุ "เออๆ บอกเขาว่าฉันกำลังไป เดี๋ยวนี้แหละ!" วิเชียรตอบกลับเสียงดังพลางปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ลงอย่างแรง เขาหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะแล้วรีบเดินออกจากห้องไปทันที มีนาทรุดตัวลงพิงกับขาโต๊ะทำงานอย่างหมดแรงและสั่นเทาไปทั้งร่าง เธอนั่งหอบหายใจรัวรินด้วยความโล่งใจที่รอดตายมาได้แบบปาฏิหาริย์ "เกือบไปแล้ว... ไอ้เคนจิ แกมาช่วยกูถูกเวลาจริงๆ" เธอรอจนแน่ใจว่าข้างนอกไม่มีใครหลงเหลืออยู่หรือเดินผ่านมา ก่อนจะปีนออกทางหน้าต่างไม้ที่เชื่อมต่อไปยังสวนหย่อมด้านหลังอาคาร มีนาวิ่งลัดเลาะไปตามพุ่มไม้ประดับจนมาถึงจุดนัดพบที่กำแพงสถานทูต ที่นั่นมีรถยนต์สีดำเงาวับจอดรออยู่พร้อมกับเครื่องยนต์ที่สตาร์ททิ้งไว้ เมื่อเธอก้าวขึ้นไปบนรถด้วยความเหนื่อยหอบจากการวิ่ง เธอก็พบกับเจ้าของนัยน์ตาสีรัตติกาลที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วในมุมมืด เคนจิจ้องมองเธอที่อยู่ในสภาพชุดกิโมโนหลุดลุ่ยและใบหน้าซีดเซียว เขายกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะที่เห็นเหยื่อรอดกลับมาพร้อมรางวัล "ได้ของที่ฉันต้องการมาไหม... สุนัขตัวน้อยของฉัน?" มีนาไม่พูดอะไรออกมาในทันทีด้วยความเหนื่อยล้าที่ถาโถม เธอเพียงแต่ชูแฟลชไดรฟ์ในมือขึ้นด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยชัยชนะ เคนจิคว้าข้อมือเธอแล้วดึงร่างบางเข้าไปปะทะอกแกร่งของเขา เขาบีบคั้นเอวคอดกิ่วของเธออย่างแรงจนมีนาต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ "ทำได้ดีมากมีนา... สมกับที่เป็นบอดี้การ์ดของตระกูลริวโอ" เคนจิรับแฟลชไดรฟ์ไปเก็บไว้ในกระเป๋าสูทอย่างใจเย็น ก่อนจะเชยคางเธอขึ้นมาสบตาในระยะประชิดที่ลมหายใจเป่ารดกัน "แกจะเอาข้อมูลพวกนี้ไปทำอะไรกันแน่ เคนจิ?" "เอาไปทำลายพวกที่มันคิดว่าตัวเองอยู่เหนือกฎหมายไงล่ะ" เคนจิพูดพลางใช้นิ้วโป้งลูบไล้ไปตามริมฝีปากที่สั่นระริกของเธอ เขามองเห็นความแค้นที่ยังคุกรุ่นและความเหนื่อยล้าในดวงตาคู่สวย "แต่ตอนนี้... ผมว่าเราควรไป 'ให้รางวัล' คนเก่งกันหน่อยนะ" "ไม่... ฉันเหนื่อยมากแล้ว ฉันอยากพักผ่อน" "ทาสไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธรางวัลที่เจ้านายตั้งใจมอบให้หรอกนะมีนา" เคนจิกระซิบเสียงต่ำพลางสั่งให้คนขับรถออกรถไปที่คฤหาสน์ทันที รถลีมูซีนเคลื่อนตัวออกสู่ถนนใหญ่ท่ามกลางแสงไฟของเมืองกรุง ภายในรถที่มืดสนิทและเงียบสงัดด้วยระบบกันเสียงอย่างดี เคนจิเริ่มรุกรานร่างกายของเธออีกครั้งอย่างไม่ปราณีและดุดัน เขากระชากชุดกิโมโนที่ยุ่งเหยิงออกช้าๆ จนมันหลุดลุ่ยไปกองที่พื้นรถ เผยให้เห็นเรือนร่างเนียนละเอียดที่เต็มไปด้วยรอยรักสีเข้มจากเมื่อครู่ "อึก... เคนจิ... ตรงนี้ไม่ได้นะ..." "เงียบซะ... แล้วรับผิดชอบความปรารถนาที่เธอปลุกมันขึ้นมา" เคนจิแทรกกายเข้าไปกึ่งกลางระหว่างขาเรียวขาวที่สั่นสะท้าน มือหนาจิกผมของเธอให้เงยหน้าขึ้นรับจูบที่ดุดันและเร่าร้อนที่สุด ลิ้นร้อนสำรวจทุกซอกทุกมุมของโพรงปากหวานอย่างโหยหาและบ้าคลั่ง เขาใช้มืออีกข้างบีบเค้นทรวงอกอวบอิ่มผ่านผ้าพันอกที่หลุดลุ่ย มีนาบิดกายเร่าด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งทะยานแตะขีดสุด ร่างกายของเธอทรยศต่อความเหนื่อยล้า... มันกลับตอบสนองต่อเขา "เรียกชื่อฉัน... เรียกสิว่าใครคือเจ้าของชีวิตเธอ" "อ๊า... คุณเคนจิ... เจ้านายของฉัน..." เสียงครางหวานหูทำให้ยากูซ่าหนุ่มพอใจอย่างมากจนถึงที่สุด เขาปลดเปลื้องกางเกงออกเผยให้เห็นตัวตนที่ร้อนผ่าวและแข็งขึง เขาจับสะโพกของมีนาให้มั่นคงก่อนจะกระแทกกายเข้าสู่ภายในคราเดียว "อึก...! อ๊าาา!" ความใหญ่โตและร้อนระอุทำให้มีนารู้สึกเหมือนร่างจะฉีกออกเป็นเสี่ยง แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เติมเต็มความต้องการที่ถูกเก็บกดไว้อย่างประหลาด เคนจิขยับสะโพกสอบอย่างดุดันและสม่ำเสมอในจังหวะที่ป่าเถื่อน ทุกจังหวะกระแทกกระทั้นเน้นย้ำถึงอำนาจเหนือกว่าและการครอบครอง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องประสานไปกับเสียงหอบหายใจที่พร่ามัว มีนาจิกเล็บลงบนไหล่หนาของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่านที่ท่วมท้น เธอแอ่นอกรับสัมผัสที่รุนแรงนั้นอย่างลืมตัวและโหยหาเพิ่มมากขึ้น ในวินาทีนี้... เธอไม่ใช่ตำรวจหญิงผู้ทรงเกียรติอีกต่อไปแล้ว เธอคือทาสรักใต้อาณัติของมังกรทมิฬที่ชื่อเคนจิอย่างสมบูรณ์แบบ ร่างกายและวิญญาณของเธอถูกหลอมรวมเข้ากับปีศาจตนนี้ "เธอเป็นของฉันคนเดียวมีนา... ตลอดกาล" เคนจิคำรามเสียงต่ำก่อนจะเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นจนถึงจุดสูงสุด เขาปลดปล่อยสายธารที่ร้อนผ่าวเข้าสู่ตัวเธอจนล้นเอ่อออกมา มีนากระตุกรัวในอ้อมแขนเขาก่อนจะฟุบลงกับอกแกร่งอย่างหมดแรง น้ำตาหยดเล็กๆ ไหลซึมออกมาจากหางตาด้วยความรู้สึกที่สับสน รถลีมูซีนเคลื่อนเข้าสู่คฤหาสน์หรูริมน้ำอย่างสง่างามและเยือกเย็น เคนจิอุ้มร่างที่เปลือยเปล่าและอ่อนแรงของมีนาลงจากรถด้วยตัวเอง "พักผ่อนซะคนดี... เพราะพรุ่งนี้ การแก้แค้นที่แท้จริงจะเริ่มขึ้น" เคนจิเดินนำเธอเข้าไปในคฤหาสน์ ที่ซึ่งจะเป็นกรงขังและฐานทัพใหม่ ในโลกที่กฎหมายทำอะไรไม่ได้ ความแค้นและความใคร่คือทางรอดเดียว มีนาหลับตาลงในอ้อมแขนของศัตรูที่เธอกำลังจะตกหลุมพรางหัวใจ เธอรู้ดีว่านับจากนี้... เธอจะไม่มีวันหวนคืนสู่แสงสว่างได้อีกต่อไปแล้ว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD