เพนท์เฮาส์ชั้นบนสุด, ตึกระฟ้าใจกลางสาทร เวลา 10:00 น.
แสงแดดจ้าสะท้อนกับกระจกบานยักษ์ที่สูงจรดเพดาน
เผยให้เห็นวิวทิวทัศน์ของกรุงเทพมหานครที่ดูเล็กจ้อยราวกับเมืองของเล่น
ร.ต.อ. มีนา ลืมตาตื่นขึ้นมาในความว่างเปล่า
ไม่ใช่ความว่างเปล่าที่โดดเดี่ยว
แต่เป็นความเงียบสงบหลังจากพายุลูกใหญ่ได้พัดผ่านไป
เธอขยับตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงคิงไซส์สีขาวสะอาด
ความเจ็บปวดทางกายเริ่มทุเลาลง
แต่ความทรงจำในคืนที่ผ่านมายังคงชัดเจน
ภาพเปลวไฟที่เผาผลาญร่างของ พล.ต.อ. อดุลย์
และเสียงปืนที่เธอลั่นไกด้วยมือตัวเอง
มันไม่ได้ทำให้เธอฝันร้าย... แต่มันทำให้เธอ 'ตื่น'
ตื่นจากโลกแห่งอุดมการณ์จอมปลอม
เข้าสู่โลกแห่งความจริงที่ขับเคลื่อนด้วยอำนาจและเลือด
"ตื่นแล้วเหรอ..."
เสียงทุ้มต่ำดังมาจากระเบียงด้านนอก
เคนจิ ยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงนั้น
เขาสวมเพียงกางเกงสแลคขายาว เปลือยท่อนบนโชว์รอยสักมังกรเต็มแผ่นหลัง
ควันสีเทาลอยอวลไปในอากาศ
ดูเหมือนเขากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างที่เคร่งเครียด
มีนาลุกจากเตียง เดินเท้าเปล่าเหยียบลงบนพรมขนนุ่ม
เธอเดินออกไปหาเขาที่ระเบียง
ลมแรงบนยอดตึกพัดผมยาวสลวยของเธอจนยุ่งเหยิง
เคนจิหันกลับมามอง
สายตาของเขาสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า
แววตาที่เคยดุดัน วันนี้กลับดูสงบนิ่งและลึกล้ำกว่าเดิม
"วิวสวยไหม?"
เขาถามพลางพ่นควันบุหรี่ออกทางจมูก
"สวย..."
มีนาตอบเสียงเรียบ
"แต่ดูห่างไกลจากความจริง"
"นั่นแหละคือที่ที่เธอต้องอยู่ต่อจากนี้"
เคนจิบี้บุหรี่ลงกับที่เขี่ยแก้วคริสตัล
เขาเดินเข้ามาหาเธอ รวบเอวบางดึงเข้ามาแนบชิด
"สารวัตรมีนาตายไปในกองไฟเมื่อคืนแล้ว"
"คนที่ยืนอยู่ตรงนี้... คือผู้หญิงของเคนจิ ริวโอ"
"เธอไม่มีชื่อ... ไม่มีประวัติ... ไม่มีตัวตนในระบบราชการอีกต่อไป"
เขายกมือขึ้นสัมผัสแก้มเธอ
"เสียใจไหมที่เลือกทางนี้?"
มีนาส่ายหน้าช้าๆ
"ฉันไม่ได้เลือก... แกเป็นคนเลือกให้ฉัน"
"แต่ฉันก็ไม่เสียใจ... เพราะอย่างน้อยฉันก็ได้ฆ่าคนที่สมควรตาย"
เคนจิยิ้มมุมปากอย่างพอใจ
เขาชอบแววตาของเธอตอนนี้
มันไม่ใช่แววตาของเหยื่อที่หวาดกลัวอีกแล้ว
แต่มันเป็นแววตาของคนที่ผ่านนรกมาแล้วและพร้อมจะเผาผลาญทุกอย่าง
"ดี... งั้นวันนี้เรามาทำพิธี 'รับขวัญ' สมาชิกใหม่กันหน่อย"
"พิธีอะไร?"
"พิธีที่จะทำให้เธอเป็นของฉันอย่างสมบูรณ์... ทั้งทางกายและจิตวิญญาณ"
...
ห้องทำงานส่วนตัว
เคนจิพามีนาเข้ามาในห้องที่ถูกจัดเตรียมไว้เป็นพิเศษ
กลิ่นน้ำหมึกและแอลกอฮอล์ลอยจางๆ ในอากาศ
บนเตียงสักหนังสีดำ มีอุปกรณ์การสักแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น (Tebori) วางเรียงราย
มีนาชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นเข็มสักด้ามยาว
"แกจะสักฉันเหรอ?"
"ใช่... ฉันจะประทับตราของตระกูลลงบนตัวเธอ"
"เพื่อให้รู้ว่า... แม้แต่ผิวหนังของเธอก็เป็นกรรมสิทธิ์ของฉัน"
เคนจิถอดเสื้อคลุมของเธอออก
เหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าที่งดงามและเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งการต่อสู้
เขาจับเธอให้นอนคว่ำลงบนเตียงสัก
ปลายนิ้วเย็นเฉียบไล่ไปตามแนวสันหลัง
ก่อนจะหยุดอยู่ที่ ท้ายทอย บริเวณที่เขาเคยสวมปลอกคอให้เธอ
"ตรงนี้แหละ..."
"ที่ที่เธอเคยถูกล่ามโซ่... ฉันจะเปลี่ยนมันเป็นพันธสัญญาชั่วนิรันดร์"
เคนจิสวมถุงมือยางสีดำ
เขาจุ่มเข็มลงในน้ำหมึกสีดำสนิท
สายตาของเขาจดจ้องที่ผิวเนียนละเอียดของเธอด้วยสมาธิขั้นสูง
ความรักในศิลปะและความซาดิสม์ในตัวเขาผสมผสานกันอย่างลงตัว
"เจ็บหน่อยนะ... แต่เธอชอบความเจ็บปวดอยู่แล้วนี่"
ฉึก!
เข็มแรกแทงลงบนผิวเนื้ออ่อน
มีนากัดฟันแน่น มือจิกหมอนระบายความเจ็บ
ความรู้สึกแสบร้อนแล่นพล่านไปทั่วท้ายทอย
แต่มันกลับทำให้เธอรู้สึกถึงการมีอยู่ของตัวเอง
เคนจิขยับข้อมืออย่างเป็นจังหวะ
ตอกย้ำหมึกลงไปซ้ำๆ ด้วยความอดทน
เสียงลมหายใจของทั้งคู่สอดประสานกันในความเงียบ
เลือดสีสดซึมออกมาผสมกับน้ำหมึก
เคนจิใช้ผ้าซับเลือดนั้นออกอย่างเบามือ
"ทนหน่อยคนดี... อีกนิดเดียว"
เขาโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเธอ
พร้อมกับจูบซับเหงื่อที่ไหลซึมตามขมับ
เวลาผ่านไปนานนับชั่วโมง
ในที่สุดลวดลายก็ปรากฏชัดเจน
มันไม่ใช่รูปมังกรตัวใหญ่ที่ดูน่ากลัว
แต่มันคือ ตัวอักษรคันจิคำว่า 'ริว' (มังกร) ขนาดเล็กที่วิจิตรบรรจง
ล้อมรอบด้วยดอกซากุระที่กำลังร่วงโรย
สัญลักษณ์ของความงดงามที่อันตราย
"เสร็จแล้ว..."
เคนจิวางเข็มลง
เขามองดูผลงานศิลปะบนเรือนร่างของเธอด้วยความหลงใหล
เขาประทับจูบลงบนรอยสักสดใหม่นั้น
รับรู้ถึงรสชาติคาวเลือดและกลิ่นหมึก
มีนาสะดุ้งเฮือกด้วยความแสบระคนเสียวซ่าน
"นี่คือตราประทับ..."
"ไม่ว่าเธอจะหนีไปที่ไหน... ตรานี้จะบอกทุกคนว่าเธอเป็นของใคร"
มีนาค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง
เธอเอื้อมมือไปสัมผัสรอยนูนที่ท้ายทอย
ความเจ็บปวดยังคงเต้นตุบๆ
แต่มันกลับทำให้เธอรู้สึกมั่นคงอย่างประหลาด
เหมือนเธอได้รับเกราะคุ้มกันชั้นดีจากปีศาจ
"ขอบใจ..."
เธอเอ่ยสั้นๆ
เคนจิเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจ
"ขอบใจ? ที่ฉันทำให้เธอเจ็บเนี่ยนะ?"
"ขอบใจที่ทำให้ฉันรู้ว่า... ฉันยังมีที่ไป"
เคนจิหัวเราะในลำคอ
เขาดึงเธอเข้ามาจูบอย่างดูดดื่ม
จูบที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจในคำตอบ
"ทานากะเตรียมเสื้อผ้าชุดใหม่ไว้ให้แล้ว"
"ไปเปลี่ยนซะ... เพราะเรามีแขกสำคัญรออยู่"
...
ห้องรับรองแขก
มีนาเดินออกมาในลุคใหม่ที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ผมยาวสลวยถูกเกล้าขึ้นโชว์รอยสักที่ท้ายทอย
ชุดกิโมโนสีแดงเลือดนกปักลายทองขับผิวขาวจัดให้ดูโดดเด่น
ท่าทางของเธอดูสง่างาม เยือกเย็น และทรงอำนาจ
ราวกับราชินีที่เพิ่งขึ้นครองบัลลังก์
ทานากะ ที่ยืนรออยู่ถึงกับต้องก้มหัวให้ต่ำกว่าปกติ
ด้วยความเคารพยำเกรงที่เพิ่มขึ้นจากรัศมีของเธอ
"นายท่านรออยู่ที่ห้องประชุมครับ... นายหญิง"
คำว่า "นายหญิง" ดังชัดเจนเป็นครั้งแรก
มีนาชะงักเล็กน้อย แต่ก็ยอมรับมันโดยดุษณี
เธอเดินตามทานากะเข้าไปในห้องประชุมใหญ่
ที่นั่น... เคนจินั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ
และฝั่งตรงข้ามคือชายชาวญี่ปุ่นวัยกลางคนสามคน
ท่าทางดูน่าเกรงขามและไม่เป็นมิตร
"มาแล้วเหรอ..."
เคนจิผายมือเรียกเธอให้ไปนั่งข้างๆ
มีนาเดินเข้าไปนั่งลงอย่างสงบ
สายตาของเหล่าผู้อาวุโสจากญี่ปุ่นจ้องมองเธอด้วยความสงสัยและดูแคลน
"เคนจิ... นี่น่ะเหรอ 'จุดอ่อน' ของแกที่เขาลือกัน?"
ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นเป็นภาษาญี่ปุ่น
"เอาผู้หญิงไทยธรรมดาๆ มานั่งเสมอพวกเรา... แกคิดอะไรอยู่?"
เคนจิยังไม่ทันตอบ
มีนาก็หันไปสบตากับชายคนนั้น
เธอตอบกลับเป็นภาษาญี่ปุ่นที่ชัดเจน (จากการที่เคนจิเคยสอนและบังคับให้เรียนรู้)
"ฉันไม่ใช่จุดอ่อน..."
"แต่ฉันคือดาบที่เพิ่งตัดหัวอธิบดีตำรวจไทยมาเมื่อคืน"
"ท่านอยากจะลองพิสูจน์ความคมดูไหมคะ?"
ห้องทั้งห้องเงียบกริบ
ผู้อาวุโสทั้งสามเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
เคนจิระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
เขาโอบไหล่มีนาแน่น
"ได้ยินแล้วใช่ไหมท่านลุง..."
"นี่ไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา... แต่เป็นราชินีของผม"
"และใครที่คิดจะขวางทางเรา... ไม่ว่าจะเป็นศัตรูในไทย หรือสภาอาวุโสที่ญี่ปุ่น"
"ผมจะไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น"
บรรยากาศในห้องประชุมตึงเครียดขึ้นทันที
การเปิดตัวของมีนาในฐานะนายหญิงแห่งริวโอ
ไม่ใช่เรื่องสวยหรู... แต่มันคือการประกาศสงครามครั้งใหม่
สงครามแย่งชิงอำนาจภายในตระกูลที่กำลังจะปะทุขึ้น
และมีนา... คือหมากตัวสำคัญที่สุดในกระดานนี้