ตอนที่ 18 : น้ำตาแห่งการทรยศ

1267 Words
เซฟเฮาส์ลับส่วนตัวของ พล.ต.อ. อดุลย์, ชานเมืองกรุงเทพฯ เวลา 02:00 น. สายฝนหยุดตกไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงความชื้นแฉะและกลิ่นดินที่ลอยคลุ้งในอากาศ ความเงียบสงัดปกคลุมบ้านทรงไทยประยุกต์หลังใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่กลางสวนลึก ที่นี่คือป้อมปราการสุดท้ายของ พล.ต.อ. อดุลย์ อธิบดีกรมตำรวจผู้ยิ่งใหญ่... ที่กำลังจะกลายเป็นผู้ลี้ภัยแผ่นดิน ร.ต.อ. มีนา ยืนซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของต้นไม้ใหญ่หน้าบ้าน ในมือของเธอไม่ใช่ดาบซามูไร หรือมีดสั้นตันโตะ แต่เป็น ปืนพก Glock 19 กระบอกเก่า ปืนกระบอกแรกในชีวิต... ที่ท่านอธิบดีเป็นคนมอบให้เธอในวันจบการศึกษา "มือสั่นอีกแล้วนะ..." เสียงกระซิบเย็นเยียบของ เคนจิ ดังขึ้นที่ข้างหู เขายืนซ้อนหลังเธอ มือหนาโอบประคองมือที่ถือปืนของเธอไว้ ช่วยประคองไม่ให้มันสั่นไหวไปตามแรงอารมณ์ "ปืนกระบอกนี้เขาให้เธอมาเพื่อปกป้องความยุติธรรมไม่ใช่เหรอ?" "คืนนี้... จงใช้มันทำหน้าที่นั้นซะ" "หน้าที่ในการส่งเขากลับไปสู่ความยุติธรรมที่แท้จริง... ในนรก" มีนากัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด น้ำตาที่แห้งเหือดไปแล้วเอ่อล้นขึ้นมาอีกครั้ง การฆ่าศัตรูที่เกลียดชังนั้นง่ายดาย แต่การฆ่าคนที่รักเสมือนพ่อ... มันคือการฉีกวิญญาณตัวเองออกเป็นชิ้นๆ "ฉัน... ฉันกลัว..." "กลัวอะไร? กลัวความจริงที่ว่าเขาไม่เคยรักเธอเลยงั้นเหรอ?" เคนจิพูดแทงใจดำ เขาดันหลังเธอเบาๆ ให้ก้าวเดินไปข้างหน้า "เข้าไปถามเขาด้วยตัวเองสิ" "ถามให้แน่ใจ... ก่อนที่จะลั่นไก" ... มีนาเดินฝ่าความมืดเข้าไปในตัวบ้าน ระบบรักษาความปลอดภัยทั้งหมดถูกลูกน้องของเคนจิเคลียร์เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงชายชราคนหนึ่งที่กำลังนั่งเผาเอกสารอยู่ในเตาผิง พล.ต.อ. อดุลย์ ในชุดนอนผ้าไหมดูแก่ชราลงไปมาก ใบหน้าที่เคยเปี่ยมด้วยบารมี บัดนี้เต็มไปด้วยความเครียดและหวาดระแวง เขาโยนแฟ้มคดีทุจริตลงในกองไฟทีละเล่ม เปลวไฟสะท้อนในดวงตาของเขา... ดวงตาที่เต็มไปด้วยความโลภ "ท่านคะ..." เสียงเรียกแผ่วเบาทำให้ชายชราสะดุ้งสุดตัว เขาหันขวับมามองพร้อมกับชักปืนที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมาเล็ง แต่เมื่อเห็นว่าเป็นใคร... เขาก็ลดปืนลงช้าๆ ด้วยความตกตะลึง "มีนา... หนูยังไม่ตาย?" "หนูน่าจะตายไปตั้งแต่วันนั้นแล้วค่ะ... ถ้าไม่ได้ปีศาจช่วยไว้" มีนาเดินเข้าไปใกล้ ปืนในมือเล็งตรงไปที่หัวใจของคนที่เธอเคารพ น้ำตาไหลอาบแก้มเป็นทางยาว "ทำไมคะท่าน... ทำไมต้องเป็นท่าน?" "หนูเชื่อใจท่าน... หนูรักท่านเหมือนพ่อ..." อดุลย์ถอนหายใจยาว เขาวางปืนลงแล้วนั่งลงบนเก้าอี้โยก รอยยิ้มที่ดูใจดีแบบเดิมปรากฏขึ้น... แต่มันไปไม่ถึงดวงตา "มีนาเอ๋ย... โลกนี้มันไม่ได้สวยงามเหมือนในตำราเรียนนายร้อยหรอกนะ" "อำนาจและเงินตรา... คือสิ่งที่ขับเคลื่อนความยุติธรรม" "ถ้าไม่มีเงินจากพวกเจ้าสัว... ฉันจะดูแลลูกน้องทั้งกรมได้ยังไง?" "ดูแล?" มีนาตะคอกกลับเสียงสั่น "ท่านเรียกว่าการสั่งฆ่าลูกน้องตัวเองว่าการดูแลเหรอคะ!" "จ่าสมชาย... พี่สันติ... พวกเขาตายเพราะความโลภของท่าน!" "มันจำเป็น..." อดุลย์ตอบเสียงเรียบ สีหน้าไร้ความรู้สึกผิด "พวกนั้นมันรู้มากเกินไป... รวมถึงเธอด้วย" "พ่อของเธอก็เหมือนกัน... ไอ้อดีตจ่าที่ตงฉินจนน่ารำคาญ" มีนาชะงักกึก "ท่านหมายความว่ายังไง... พ่อของหนู..." "พ่อเธอไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุหรอกมีนา" อดุลย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ฉันเป็นคนสั่งตัดสายเบรกรถมันเอง" "เพราะมันกำลังจะเอาหลักฐานการรับส่วยของฉันไปแฉ" "ฉันอุตส่าห์เลี้ยงลูกมันขึ้นมาแทนคุณ... เธอก็น่าจะสำนึกบุญคุณบ้างนะ" ปัง! เสียงปืนนัดแรกดังขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน กระสุนเจาะเข้าที่หัวไหล่ของอดุลย์จนเลือดสาดกระจาย ชายชราร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด เอามือกุมแผล ไม่ใช่ฝีมือของมีนา... แต่เป็น เคนจิ ที่เดินออกมาจากเงามืด พร้อมปืนเก็บเสียงในมือ "พูดมากน่ารำคาญ..." เคนจิเดินเข้ามาโอบเอวมีนาที่ยืนตัวสั่นเทาด้วยความช็อก ความจริงเรื่องพ่อแท้ๆ ของเธอ... เป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดสะบั้น "ได้ยินชัดแล้วใช่ไหมมีนา?" "มันไม่ได้เป็นพ่อพระ... มันคือคนที่ฆ่าพ่อเธอ" "และเลี้ยงเธอไว้เป็นหมาเฝ้าบ้านโง่ๆ เท่านั้น" มีนามองชายตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความรัก ความเคารพ ความกตัญญู... มอดไหม้ไปกับกองไฟในเตาผิง เหลือเพียงความเกลียดชังที่ดำมืดที่สุด "ฆ่ามันซะ..." เคนจิกะซิบ "ปิดบัญชีเลือดของตระกูลเธอด้วยมือเธอเอง" อดุลย์พยายามตะเกียกตะกายไปหยิบปืนของตัวเอง "อย่า... มีนา... อย่าทำพ่อ..." "มึงไม่ใช่พ่อกู!" มีนากรีดร้องสุดเสียง เธอกระหน่ำยิงใส่ร่างของอดุลย์อย่างบ้าคลั่ง ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! กระสุนทุกนัดเจาะเข้าร่างกายของอธิบดีกรมตำรวจ จนเขานิ่งสนิทไปพร้อมกับดวงตาที่เบิกโพลง เลือดสีแดงฉานไหลนองเต็มพื้นพรมราคาแพง เสียงปืนเงียบลง... เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของหญิงสาวที่แตกสลาย ปืนในมือร่วงหล่นลงพื้น มีนาทรุดตัวลงนั่งร้องไห้โฮอย่างไม่อายใคร ทุกอย่างจบสิ้นแล้ว... ชีวิตตำรวจของเธอ... ความแค้นของเธอ... อดีตของเธอ... ตายไปพร้อมกับชายคนนี้ ... "พอแล้ว..." เคนจิย่อตัวลงมากอดเธอไว้ เขาไม่ได้พูดปลอบโยนว่า 'ไม่เป็นไร' เพราะเขารู้ดีว่ามัน 'เป็นไร' มากมายมหาศาล "ร้องออกมาให้หมด..." "แล้วจงรู้ไว้ว่า... ตั้งแต่วินาทีนี้ไป" "เธอไม่มีพันธะใดๆ กับโลกภายนอกอีกแล้ว" "วิญญาณที่ว่างเปล่าของเธอ... ฉันจะยึดมันไว้เป็นของฉันคนเดียว" เขาช้อนร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของเธอขึ้นมา อุ้มเดินข้ามศพของอดุลย์ออกไปจากบ้าน เปลวไฟในเตาผิงเริ่มลามเลียผ้าม่าน... เป็นการเผาทำลายอดีตที่โสมมให้มอดไหม้ไปตลอดกาล ... ภายในรถลีมูซีน มีนานั่งเหม่อลอยซบหน้ากับอกของเคนจิ เธอกลายเป็นตุ๊กตาที่ไร้ชีวิตจิตใจ เคนจิมองดูเธอด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่าเดิม ตอนนี้เธอสะอาดหมดจดแล้ว... ไม่มีพ่อ ไม่มีอุดมการณ์ ไม่มีสังกัด มีเพียงเขา... เขาเชยคางเธอขึ้นมา บดจูบลงไปอย่างหนักหน่วงเพื่อดึงสติเธอกลับมา ลิ้นร้อนกวาดต้อนความขมขื่นในปากเธอ "มีนา... มองฉัน" "ตอนนี้เธอยังมีชีวิตอยู่... เพราะฉัน" "และเธอก็ต้องอยู่เพื่อฉัน" มือหนาเลื่อนลงไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออก เขาต้องการยืนยันการมีตัวตนของเธอด้วยสัมผัสทางกาย ต้องการให้เธอรู้ว่า เธอยังมีความรู้สึก ยังมีความเจ็บปวด และยังมีความสุข "อื้อ... เคนจิ..." มีนาครางแผ่วเบา เธอโอบกอดเขาแน่น ในโลกที่มืดมิดนี้... เขาคือแสงสว่างเดียวที่เธอเหลืออยู่ แม้จะเป็นแสงสีดำก็ตาม บทสรุปของการล้างแค้นได้จบลงแล้ว แต่บทเริ่มต้นของชีวิตใหม่ในฐานะ 'ราชินีแห่งริวโอ' เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น ชีวิตที่จะไม่มีวันหันหลังกลับไปมองแสงสว่างอีกตลอดกาล
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD