“อาตุลย์อย่าแกล้งยิหวาสิคะ เอาคืนมาเลย” สาวน้อยวัยสิบหกยื้อแย่งสูตรตำราทำอาหาร จากคุณอาหนุ่มร่างสูงเกือบหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร
“ไหนบอกว่าทำเป็น แล้วทำไมถึงยังต้องดูหนังสือไปด้วยอีก” เขาไม่ยอมคืนให้ง่ายๆ หนำซ้ำยังเดินมานั่งลงบนโซฟาอย่างสบาย
“ยิหวาไม่ดูก็ได้ค่ะ อาตุลย์รอกินได้เลย” มณฑิตาอมยิ้ม แต่แล้วก็ทนมองหน้าหล่อๆของตฤณณภพไม่ไหว เพราะในหัวใจของสาวน้อย มันมีแต่คุณอาหนุ่มผู้แสนใจดีมานานแล้ว
“สงสัยวันนี้อาจะหายเหนื่อย ได้กินขนมจีบซาลาเปาฝีมือของหลานสาว” ทุกๆวันเขาต้องทำงานหนัก เป็นวิศวะกรในบริษัทของปรีดี ซึ่งเป็นบิดาของมณฑิตา
“คุณพ่อใช้งานอาตุลย์หนักเหรอคะ ถึงได้เหนื่อยกลับบ้านมาทุกวันเลย” บ้านเธอกับเขาใกล้กัน เพราะอยู่ในละแวกเดียวกัน เธอรู้จักตฤณณภพตั้งแต่อยู่ชั้นประถมสอง ตอนนั้นเขาเพิ่งจบมหาวิทยาลัยมาใหม่ บิดาเธอจึงชักชวนให้เข้าทำงานที่บริษัท
“แล้วถ้าคุณพ่อใช้งานอาหนักจริง ยิหวาจะช่วยอายังไงคะ” ตฤณณภพถามอย่างอารมณ์ดี
“ยิหวาก็จะไปดุคุณพ่อเลย ตีตูดคุณพ่อด้วย”
“เก่งนักนะเรา ตั้งใจเรียนไปเถอะ ไอ้เด็กดื้อ”
คุณอาหนุ่มมักจะเรียกเธอแบบนี้ประจำ ทุกๆเย็นหลังเลิกเรียนเธอจะชอบมาขลุกอยู่ที่บ้านเขา แล้วคอยทำโน่นทำนี่ให้กิน อร่อยบ้าง ไม่อร่อยบ้าง ตามประสาของเด็กวัยรุ่น
“ยิหวาทำเผื่อเยอะๆหน่อยนะ เดี๋ยวจะมีคนมา อาจะให้ช่วยชิมฝีมือ แล้วคืนนี้อยู่ดึกไม่ได้นะ”
สาวน้อยเงยหน้าขึ้น ก่อนจะถามด้วยความอยากรู้
“ใครมาเหรอคะ”
“คืนนี้อาดาวจะมานอนค้างที่บ้านอา” ทัดดาวเป็นคนรักของเขา คบหากันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย
“งั้นเหรอคะ” สีหน้ามณฑิตาสลดลงอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้ว่าทัดดาวจะไม่ได้มาหาเขาบ่อย แต่เธอก็พอจะรู้ว่าทั้งสองคนทำอะไรกันในยามค่ำคืน ยิ่งคิดน้ำตาก็พาลจะไหลออกมา เธอจึงตัดสินใจไปจากที่นี่ตอนนี้เลยดีกว่า
“เดี๋ยวยิหวาเอากลับไปทำต่อที่บ้านก็ได้ค่ะ เสร็จแล้วจะเอามาให้”
“ยิหวา” ตฤณณภพรีบลุกขึ้นจากโซฟา แต่ก็ช้ากว่าคนตัวเล็ก ไม่รู้ว่ามณฑิตางอนเรื่องอะไร หรือเพราะเกรงใจ แต่เธอก็ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน
พอมาถึงบ้านตัวเอง เธอก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากห้องชั้นบน พ่อกับแม่คงทะเลาะกันอีกแล้ว
มณฑิตาเดินไปถึงหน้าห้องก็เคาะประตูเรียกมารดา พร้อมกับวางของในมือลงบนพื้น
นารินออกมาก็รีบดึงแขนบุตรสาวไว้ทันที
“ไปเถอะลูก เราจะไปอยู่อังกฤษกัน”
“อะไรนะคะ” มณฑิตาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นหญิงสาวยืดกอดร่างของบิดาอยู่ในห้องนอน
“แม่กับพ่อเลิกกันแล้ว ลูกต้องอยู่กับแม่ เข้าใจไหมยิหวา”
“จะไปก็ไปเลย ไปให้หมดบ้านเลยยิ่งดี” ปรีดีออกปากไล่ภรรยา เพราะมัวแต่หลงงมงายเมียน้อยที่สดใหม่กว่า
“นี่มันอะไรกันคะพ่อ” เธอมองบิดาด้วยสายตาผิดหวัง ก่อนจะร้องไห้ออกมา
“ยิหวา ไปอยู่กับแม่เขาเถอะลูก พ่อมันไม่ดีเอง” ความเจ้าชู้ของปรีดีที่ไม่สามารถหยุดได้ เขาจึงยินยอมให้มณฑิตาไปอยู่กับแม่
“พ่อ...” น้ำเสียงที่เปล่งออกไป เจือปนด้วยความเสียใจและตัดพ้อ ซ้ำยังผิดหวังในตัวของบิดาอีกด้วย
“ไปกับแม่” นารินทร์ดึงตัวบุตรสาวมา เพราะกลัวว่าสามีจะยื้อแย่งเอาไป
ด้วยความสับสน กับสิ่งที่เห็นและรับรู้ ในสมองของเธอตอนนี้ ประมวลผลแทบไม่ทัน ได้แต่มองหน้าบิดาด้วยน้ำตา แล้วเดินจากมา ถึงแม้ว่าทั้งสองคนจะทะเลาะกันหนักแค่ไหน แต่ก็ไม่เคยเห็นพ่อพาผู้หญิงคนอื่นมานอนค้างที่บ้านอย่างวันนี้ ผู้ชายจะเป็นเหมือนกันทุกคนไหม ไม่รู้จักพอ แล้วคุณอาหนุ่มจะเป็นเหมือนกับพ่อไหม
“เดี๋ยวค่ะแม่ ยิหวาขอไปลาอาตุลย์ก่อน” พอกำลังจะขึ้นแท็กซี่ เธอก็หันไปมองบ้านของตฤณณภพที่ไฟยังเปิดอยู่
“ทำเวลาหน่อยนะ เดี๋ยวจะไม่ทันเครื่อง” นารินหันไปบอกกับลูก ในขณะที่ตัวเองกำลังยกกระเป๋าเดินทางขึ้นใส่ท้ายรถแท็กซี่
“ค่ะแม่” ร่างบางรีบวิ่งลัดเลาะข้างบ้านด้วยความว่องไว
กระทั่งมาถึงบ้านเดี่ยวสองชั้นหลังเก่า เธอจึงรีบผลักประตูเข้าไป แต่ยังไม่ทันจะเรียกหาตฤณณภพ เธอก็เห็นเขากับทัดดาวแฟนสาว กำลังจูบปากนัวเนียอยู่กลางโซฟาตัวกว้าง ที่เขาชอบนั่งมองเธอเวลาทำอาหาร
สองมือเล็กจึงรีบยกขึ้นปิดปากตัวเองไว้แน่น เพื่อไม่ให้เสียงสะอื้นไห้ดังออกมารบกวน
เขากำลังมีความสุข และเธอก็ควรไปจากที่ตรงนี้ได้แล้ว
พอบอกตัวเองดังนั้น ขาอันไร้เรี่ยวแรงก็ก้าวออกมาจากบ้านของคุณอาหนุ่ม ผู้เป็นรักแรก และคงเป็นรักเดียวของเธอ