บทที่ 2 เสี่ยมาเยือน 2

1605 Words
ฉันเดินโซซัดโซเซไปหาแม่ หวังให้แม่บอกว่ามันไม่จริง ไม่จริ๊ง!! “แม่ แม่จะส่งจี้ไปเป็นนางบำเรอขัดดอกจริงเหรอ” “...” “แม่” ฉันเรียกแม่สองสามครั้ง แต่แม่กำลังจิ้มไลน์คุยกับใครสักคน นิ้วรัวแป้นจนมองตามแทบไม่ทัน แหม... ติดมือถือมากกว่าลูกอีกนะคะ ฉันเรียกแล้วเรียกอีก แม่นั่งอยู่ตรงหน้าแต่ก็เหมือนมีแค่ร่างแม่ แต่จิตใจแม่ไม่อยู่ตรงนี้แล้ว ถ้าแม่ฟังอยู่ ไม่ว่าแม่อยู่ไหน ไม่ว่าแม่เป็นใคร ช่วยส่งรักกลับมา “ไอ้จี้ มาถ่ายรูป” แม่เงยหน้าขึ้น ยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปฉัน ฉันก็ไม่ปฏิเสธไง ถึงจะสภาพใกล้ละสังขารแค่ไหนก็สวมจิตวิญญาณนางแบบโพสท่าเซ็กซี่ไม่หยุด แอ่นนมกระเด้งๆ แต่แม่ถ่ายแค่รูปแรกแล้วจิ้มส่งไปตั้งนานแล้ว ปล่อยให้ลูกสาวมันบิดเอวกระดกก้นบ้าบออยู่คนเดียว แม่นะแม่ ฉันเกาเผ้าผม วันนี้เห็นทีจะคุยกันไม่รู้เรื่องแน่ ฉันจึงเดินงงๆ จะกลับห้องแต่แม่เรียกเสียก่อน “จะไปไหน” “เล่นเกม เนี่ยเพื่อนตามให้ไปช่วยแล้ว” “เดี๋ยวจะมีลูกค้าใหม่มา ไปอาบน้ำเตรียมตัวซะ แกต้องเป็นคนดูแลเขาให้ดี อย่าให้ขาดตกบกพร่อง” “ใครอ่ะแม่ เจ้าสัวตกงานมาจากไหนอีก” คนสติดีที่ไหนจะมาอาบอบนวดจีจี้เลิฟ เลิฟ ตั้งแต่หัววัน อ่อ ลูกค้าฉันก็มารอตั้งแต่ยังไม่เปิดร้านทั้งนั้นนี่เนอะ อ่ะ อยากมาก็มา ปกตินังจีจี้ก็รับบทนางประชาสัมพันธ์ แคชเชียร์ ช่างดูแลระบบท่อน้ำ คนดูคนแก่และแม่บ้านทำความสะอาดอยู่แล้วนี่ จะรับบทนางพาทัวร์ก็ไม่เกี่ยงหรอกค่ะ ………………. หลังจากวิ่งผ่านน้ำ ฉันก็พร้อมอีกครั้งในชุดเสื้อกางเกงเจเจตัวเก่ง เปิดระบบออนเซ็น ปัดกวาดเช็ดถูห้องสตรีมอบไอน้ำ เตรียมเกลือใส่ในห้องสปาเกลือและเตรียมห้องอบซาวน่าให้พร้อม เสร็จแล้วก็ไปเอาผ้าขนหนูกับกางเกงที่ให้ลูกค้าใส่เวลาเข้าใช้บริการโยนเข้าเครื่องซักผ้าขนาดใหญ่ พออบแห้งเสร็จแล้วก็พับวางเรียงๆ กันเป็นตั้ง ช่วงสายพวกป้าที่ทำงานนวดแผนโบราณจะทยอยเข้ามาเบิกอุปกรณ์และลงชื่อเข้างาน ขณะที่ฉันกำลังทำงานก็จะมีอาแปะอากงขาประจำทยอยมาเรื่อยๆ บางคนลูกหลานห่อข้าวมาให้กินมื้อเที่ยงมื้อเย็นด้วย ทุกวันนี้ก็เลยชักจะกลายเป็นโฮมเดย์แคร์รับฝากผู้สูงอายุเข้าไปทุกที โฮก เหนื่อย! เมื่อเสร็จงานแล้ว ก็ได้เวลากินและเล่นเกมจ้า อา... นี่แหละสวรรค์ กินข้าวคำเล่นเกมคำ ฉันรัวนิ้วยิกๆ แก้มเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ พอกำลังจะเก็บแต้มสำคัญ ดันมีสายโทรเข้ามา น้ำตาอีจี้ไหลเป็นสายเลือดเลยค่ะ ฉันข่มความบัดซบ จำใจกดรับสายทั้งน้ำตา “ว่าไงคะอีพี่” “แก ยัยจีจี้ แกอย่าปล่อยให้แม่ส่งเราสองคนไปขัดดอกเสี่ยอะไรนั่นเด็ดขาดนะ” พี่อ้อแอ้ แฝดผู้พี่โทรมาโวยวายหลังจากรู้ข่าว คงจะเป็นพ่อที่โทรไปบอกพี่ ฉันจึงได้แต่พนมมือสาธุเพราะดูจากท่าทีของแม่แล้ว แม่ทำท่าว่าจะสนใจส่งพี่อ้อแอ้ไปเสนอมากกว่า อา... ฟิลลิ่งของลูกหมาลูกแมวรอขายในตลาดจตุจักรเป็นแบบนี้นี่เอง “ท่านพี่โปรดวางใจ อีจี้จะจัดการให้เอง” “ยังไง” “เผยธาตุแท้ไง แบไต๋ให้เห็นๆ เลยว่าบ้านเราพร้อมเกาะเป็นปลิง คนสติดีที่ไหนจะเอาเราสองคน ตีหม้อยังถูกกว่า จริงป่ะ” “ฮืออ... ทำไมฟังแล้วไม่ภูมิใจเลยอ่ะ” “พี่อ้อแอ้ไม่สนใจเหรอ ถึงจะอายุเยอะกว่าเกือบสองรอบ แต่แม่การันตีว่าเขารวยนะ” “แล้วทำไมแกไม่สนอ่ะ” “นิสัยอย่างจี้อย่าไปมีเลยผัว สร้างเวรสร้างกรรมให้ผู้ชายเปล่าๆ” “เออ จริง” “มีลูกค้าโทรเข้าเครื่องร้าน เท่านี้ก่อนนะพี่ เย็นนี้ค่อยคุยกัน” ฉันกดวางสายพี่สาวแล้วคว้ามือถือของร้านมาดูเบอร์ ปกติจะมีคนติดต่อถามรายละเอียดเข้ามาเรื่อยๆ แต่ส่วนใหญ่ลูกค้าจะมาที่นี่กันแบบปากต่อปากมากกว่า แม่ตะโกนมาบอกว่าคนที่โทรมาเป็นลูกค้าคนสำคัญ วันนี้ให้ฉันดูแลให้ดี รับรองให้ทิปหนัก “สวัสดีค่ะ” ฉันกดรับสาย ริมฝีปากยิ้มโค้งสวยงามตามมาตรฐาน น้ำเสียงเราจะได้เป็นมิตรฟังแล้วรื่นหู เป๊ะตามที่เรียนมาเลยค่ะ “จี จี้เลิฟ เลิฟ ยินดีให้บริการค่ะคุณลูกค้า” “ร้านอยู่ตรงไหน” เสียงทุ้มนุ่มที่ตอบกลับมาฟังคุ้นๆ ฉันก็เจื้อยแจ้วบอกทางเสียงใสต่อไป แต่เหนื่อยฉิบหาย คุยเกือบสิบนาทีก็ยังไม่รู้เรื่อง “ฉันเข้ามาในซอยตามที่เธอบอกแล้ว ยังไม่เจอเซเว่นเลย” “เอางี้ คุณลูกค้าอยู่แถวไหนแล้วคะ” “อยู่ใกล้ตึกหลังใหญ่ๆ” “มันใหญ่หลายหลังค่ะ!” “มีป้ายใหญ่ๆ” ป้ายโฆษณาก็มีเยอะ! ตอนแรกฉันสงสารลูกค้าเพราะอาบอบนวดของครอบครัวเราอยู่ในซอยลึกลับไปหน่อย แต่ตอนนี้ฉันชักจะสงสารตัวเองมากกว่า ฮือ... กูอยากเล่นเกม!! “คุณลูกค้าขับรถตรงมาเรื่อยๆ นะคะ จะเจอเซเว่นอยู่ปากซอยซ้ายมือ เลี้ยวเข้ามาสองร้อยเมตรจะเจอร้านค่ะ” “โอเค อย่าวางเพิ่งสายล่ะ ฉันจะได้อุ่นใจ” “จ้า” เสียงคุณลูกค้าก็ฟังดูหนุ่มนะ นานๆ ทีจะมีผู้ชายอายุต่ำกว่าห้าสิบหลงมา กระทิงสาวเช่นฉันจึงออกไปยืนรอที่ปากทางเข้า อยากส่องผู้ชายไวๆ และแล้วฉันก็ได้เห็นรถสปอร์ตบีเอ็มดับบลิว หรูระยับตับกระจายเลี้ยวเข้ามาในซอยข้างเซเว่น โอว... เห็นแค่ล้อรถก็รู้แล้วว่ารวย ทั้งๆ ที่ฉันก็บอกเขาแล้วว่ายืนรอต้อนรับอยู่หน้าทางเข้าแล้ว แต่รถสปอร์ตคันงามแล่นผ่านหน้าฉันไปซะงั้น “คุณลูกค้าขับเลยแล้วค่ะ ถอยกลับมาๆ” “เอ้า ไหนเธอล่ะ” “หนูใส่เสื้อยืดสีขาว หน้าตาสวยๆ น่ารักๆ อ่ะ” “โอเค สวยๆ น่ารักๆ” รถสปอร์ตเงาวับติดไฟถอย หมุนล้อเลื่อนกลับมาจอดเทียบ กระจกรถค่อยๆ เลื่อนลง และคำแรกที่ฉันได้ยินผ่านมือถือก็คือ “ไม่เห็นสวยเลย” ไอ้คุณลูกค้านิสัยไม่ดี ฉันฉีกยิ้มและกำหมัด คันเท้าอยากถีบคนยิกๆ นี่คุณหนูจิราภรณ์ สวยสุดในซอยเลยนะเว้ย ฉันผู้รับบทเด็กโบกรถวิ่งดุ๊กๆ โบกรถให้ถอยจอดเข้าซอง เอ้า ถอยพี่ถอย... จากนั้นก็วิ่งจู๊ดไปนั่งหลังเคาท์เตอร์หินอ่อน รับบทนางต้อนรับฝ่ายลูกค้าประชาสัมพันธ์ ฉันเหงื่อออกท่วมตัวและยังมีอาการเมาค้างหลงเหลืออยู่จึงตาลอยๆ อยากละสังขารเร็วๆ นี้ เมื่อร่างสูงสง่าเปิดประตูก้าวเข้ามา ถอดแว่นกันแดดฉาบปรอทมาเสียบที่กระเป๋าเสื้อสูท เผยใบหน้าคมเข้มได้สัดส่วนสมบูรณ์แบบ นัยน์ตาสีเข้มผสานกับรอยยิ้มที่ผู้ชายเห็นเป็นต้องหนาวเยือกจับใจ หากเป็นเสน่ห์ชวนหลงใหลสำหรับผู้หญิงได้อย่างน่าประหลาด แต่ฉันกลับรู้สึกว่าดวงตาของเขาดุเหมือนเสือ สิ่งแรกที่ปะทะสายตาของเขาคือศาลเจ้าตี่จู่เอี๊ยะข้างเคาท์เตอร์ไม้สักสไตล์โบราณ มีโปสเตอร์นักเล่นกล้ามสมัยปู่ยังหนุ่มแปะข้างฝา พร้อมด้วยรูปถ่ายหมอนวดมือฉมังเรียงรายให้เลือก ใกล้กันนั้นมีตู้ขายเครื่องดื่มส่งเสียงครางหึ่งๆ และนังจีจี้นั่งฉีกเหงือกรอต้อนรับอยู่ “สวัสดีค่ะคุณลูกค้า ไม่ทราบว่าสนใจรับบริการไหนดีคะ” “มีอะไรให้เลือกบ้างล่ะ” เขาเท้าแขนเคาท์เตอร์ นิ้วของเขาเรียวยาว ดูแข็งแรง บุคลิกองอาจสง่างาม คนอะไรยืนเฉยๆ ก็หล่อล่ำตำใจ ออร่าเปล่งประกายออกมาเลยว่ารวย แต่สิ่งแรกที่ปะทะสายตาฉันไม่ใช่ใบหน้าอันหล่อเหลา เพราะตรงเป้าตุงๆ นั่นเตะลูกตามากค่ะ กางเกงรัดไข่ติ้วแบบนั้นไม่อึดอัดบ้างรึไงนะ ฉันกะขนาดแล้วน่าจะสูสีพอๆ กับชาวคองโก เอ๊ะ หรือมันพองๆ เพราะฟองน้ำยัดไว้ บ้าจริง ฉันหยุดคิดไม่ได้เลย แต่เอ... คุ้นๆ เหมือนเคยเจอมนุษย์หล่อล่ำผู้นี้ที่ไหนมาก่อน ปกติจำผู้ชายแม่นไม่ใช่เหรอเรา รอยยิ้มสบายๆ ของเขาสะดุดใจฉันไม่น้อย คนรูปร่างหน้าตาดีเช่นนั้นไม่มีทางเดินไปไหนแล้วไม่มีคนมอง ใบหน้าของเขาดูคมขึ้นกว่าตอนสวมแว่นกันแดด ฉันนึกชมแพขนตาหนาสวยจนผู้หญิงยังอิจฉา สันจมูกของเขาโด่งได้รูปรับกับคิ้วเรียว จะใช้คำว่าหล่อเพื่ออธิบายตัวตนของเขาก็เกรงว่าจะเป็นการดูถูกเสียด้วยซ้ำ อีกอย่างตัวของเขาหอมกลิ่นนุ่มนวลเจือจาง ไม่มากเกินไปไม่น้อยเกินไปแต่หลงเหลือกลิ่นหอมนี้ตามหลังทุกย่างก้าว ฉันว่าฉันชอบนะ หอมดี พอเขารู้ว่าฉันมอง เขาก็ยิ่งฉีกยิ้มกว้างเพิ่มระดับความหล่อเหลาขึ้นอีกหลายเท่า ฉันจึงขมวดคิ้วคิดๆ หน้ายู่หน้าย่นอยู่ครู่หนึ่ง สมองประมวลภาพเหตุการณ์ทั้งหลายก่อนจะปิ๊ง! เสี่ยฤทธิ์ชาติ!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD