บทที่ 4 คำขอของเสี่ย
ฉันจะทำอย่างไรดี... แม่กำลังจะบังคับพี่อ้อแอ้แต่งงาน ฉันพยายามจะช่วยไกล่เกลี่ย พยายามจะบอกแม่ให้ค่อยเป็นค่อยไปและพยายามบอกพี่ว่าเสี่ยเป็นคนดีใช้ได้ กลายเป็นถูกรำคาญเสียนี่
ฉันวิ่งไปหาพ่อให้ช่วยเบรกแม่ที แต่พ่อส่ายหน้า บอกทางเดียวที่จะหยุดแม่ได้ก็คือเสี่ยฤทธิ์ชาติต้องเป็นฝ่ายปฏิเสธเอง
ฉันปาดน้ำตาโทรหาหม่อมอูม นางคือกะเทยเพื่อนซี้ตั้งแต่สมัยคอซองของฉันเอง เป็นท่านชายราชสกุลสูงส่งดีๆ ไม่ชอบ ชอบเป็นกะเทย ฉายาของนางคือหม่อมตาหวาน เพราะวีรกรรมที่ทำให้โลกจดจำนางก็คือตอนสมัยเรียนมหาลัย นางซื้อข้าวหลามมากิน ขณะกำลังเอาปากประกบบ้องหวังเลียชิมกะทิข้าวหลามมันๆ ตำรวจสายตรวจก็เข้ามาขอตรวจฉี่มันเพราะคิดว่าพี้กัญชา ดังนั้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นางจึงได้รับการสถาปนาจากเพื่อนๆ ให้เป็นหม่อมก***าตาหวาน และทุกคนพร้อมใจกันล้อมันยันลูกบวช
ถึงแม้ว่าโหงวเฮ้งนางเหมือนกะเทยเล่นยา แต่ขอโทษทีเถอะนางคือเมคอัพอาร์ตติสมือหนึ่งของวงการ อยู่ในทีมช่างแต่งหน้าประจำตัวของกองประกวดมิสกาแล็คซี่ นางเป็นกะเทยมีนามสกุลขลังแถมบ้านรวย ชีวิตนางจึงไม่เคยขาดของ มีผู้ชายมาให้เลือกกินไม่หวาดไม่ไหว จะฝรั่ง คองโก เอเชีย ผมสีทองผมดำ ตาสีฟ้าสีเขียว ทุกชาติพันธุ์นางฟาดฟันมาครบหมดแล้ว ชาบูๆ
“ไหน คนไหนผัวแก ส่งรูปมาให้พิจารณาหน่อย ฉันฝันอยากดูดผัวเพื่อนมานานแล้ว”
“อีห่า ยังไม่ใช่ผัว”
“กูก็ว่างั้น ชาติที่แล้วมึงคงทำบาปทำกรรมไว้กับกะเทย ชาตินี้มึงเลยมีผีกะเทยเข้าสิง จริตกะเทยกลายเป็นหินปูนปิดถ้ำหอยมึงให้แห้งผากไปตลอดกาล”
“อีหม่อม มึงจะซ้ำเติมกูใช่มั้ย”
หม่อมอูมเป็นเพื่อน ซึ่งเราคบกันเพื่อผลประโยชน์ล้วนๆ ค่ะ นั่นคือผลประโยชน์ของผู้ชาย ถือเป็นช่องทางเอาไว้บ่นเรื่องผัวเรื่องผู้ชายโดยเฉพาะ ถ้าโทรหาเป็นอันรู้กันว่ามีแต่เรื่องใต้สะดือ ฉันถอนหายใจเฮือกๆ จนนังหม่อมต้องถามว่าเป็นอะไร
“อยากเป็นฝุ่น”
“หล่อนก็เป็นฝุ่นใต้ตีนอยู่แล้ว ไม่รู้ตัวรึไง”
“กูจะเล่นมุก เกิดเป็นฝุ่น จะได้เข้าตาใครสักคนว้อย” ฉันชักจะกลุ้มจึงเริ่มคุยด้วยน้ำเสียงจริงจัง เปิดลำโพงคุยเพราะหัวเริ่มร้อน “แก ฉันว่าแย่แน่ๆ แล้วว่ะ แม่จะให้พี่อ้อแอ้แต่งงานขัดดอก”
“นั่นยุคไหนแล้ววะ ทำไมแม่แกไม่ไปศรีสวัสดิ์เงินติดล้อ”
“หนี้เกือบๆ ห้าสิบล้าน ศรีไหนจะให้กู้วะ”
“งั้นก็ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย”
“ลูกปืนจะทะลุฝาบ้านมั้ยอ่ะ”
“ก็เลยคิดว่าจะใช้หอยเบรกกระสุน โถ นังจีจี้ หาผัวไม่ได้ยังต้องแบกหลีหนีกระสุนอีก” สกิลปากของนังหม่อมแหกโค้งนรกมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ฉันก็ได้แต่ด่ามันกลับไปเบาๆ ว่าดกทง แล้วเล่าโปรไฟล์เสี่ยฤทธิ์ชาติเท่าที่รู้ให้นังหม่อมฟัง นังหม่อมก็เบรกฉันหัวทิ่มว่าไม่มีใครไม่รู้จักเสี่ยฤทธิ์ชาติค่ะ มีแต่ฉันเนี่ยแหละที่มัวแต่เล่นเกมบ้าดารา ไม่สนผู้ชายในโลกจริง “แล้วตกลงเสี่ยเขาตอบตกลงแล้วเหรอ แม่แกถึงรีบร้อนรวบรัด แต่ก็นะ รวยล้นฟ้าขนาดนั้น แม่แกรีบก็ไม่แปลก”
“เอ่อ... คงจะคุยกันแล้ว...”
“แล้วแกจะกระวนกระวายทำไมล่ะ ก็เป็นเรื่องของพี่สาวแกกับเสี่ยเขาแล้ว แกก็เป็นแค่คนวงนอก ถูกป่ะ”
“ก็ใช่...”
“งงๆ งวยๆ แบบนี้แสดงว่ามีประเด็น แกชอบเสี่ยเขาใช่มั้ย”
พอโดนยิงถามตรงๆ ฉันก็อึกอัก... หน้าจ๋อย ถ้าจับฉันสแกนสมอง ผลคือไม่มีสมองค่ะ “แล้วไงล่ะ ไม่ได้หมายความว่าเขาจะชอบฉันสักหน่อย”
“ก็ถามสิวะ กุลสตรีมีหอย”
“จะดีเหรอวะ มันจะดูไม่งามป่ะ ฉันเพิ่งเจอเขาวันสองวันเองนะ อยู่ๆ ไปถาม เขาก็หาว่าฉันแรดป่ะ”
“ถึงขั้นส่องกระโปกได้โดยไม่สะทกสะท้านแล้ว มึงยังกล้าพูดคำว่าไม่งามออกจากปากอีกหรอกอีวอก”