“ถึงขั้นส่องกระโปกได้โดยไม่สะทกสะท้านแล้ว มึงยังกล้าพูดคำว่าไม่งามออกจากปากอีกหรอกอีวอก” นังหม่อมอูมมี่ด่าเก่ง ด่าไม่หยุดจนฉันต้องพนมมือขอขมา “แกอ่ะ พอไม่มีผู้ก็โอดครวญ พอมีผู้หลงมาก็ดัดจริตตะพึดตะพือ ไหนบอกสิ แกชอบเขาเพราะอะไร”
“เอิ่มม... นึกแพพ”
“เสี่ยฤทธิ์ชาติขึ้นชื่อเรื่องนิสัยดุ เข้าถึงยาก ใครๆ ก็บอกว่าเขาเข้มงวด แค่สายตาก็ทำให้คนกลัวได้แล้ว อย่างแกไม่น่าจะชอบเขาได้นี่หว่า”
“เขาดุเหรอ? ไม่นะ เขาใจดีออก”
“ยังไง”
“อืมม... เขายิ้ม แล้วเขาก็นั่งเล่นเกมกับฉันด้วยนะ”
“เล่นเกม?”
“ตอนที่เขานั่งเล่นเกมกับฉันอ่ะ ฉันก็คิดว่า เออ ฉันก็ต้องการแค่นี้อ่ะ คนที่เข้าใจว่าฉันชอบอะไรและรู้จักว่าฉันเป็นคนยังไง”
“แกเลี้ยงยากอ่ะดิ”
“ก็พื้นฐานป่ะวะ ถ้าผู้ชายสักคนจะเป็นของฉัน เขาก็แค่ดูแลฉันด้วยการหลีกเลี่ยงแสงแดด เก็บไว้ที่เย็น แต่ไม่ต้องเก็บมาก ให้พาออกงานบ้างอะไรบ้าง ให้เงินใช้ไม่ขาดมือ อันนี้สำคัญค่ะ แค่นี้ก็พอแล้วไม่ใช่เหรอวะ”
“แสดงว่าแกอ่ะชอบเขาแล้วจริงๆ”
“แต่เขาอายุเยอะกว่าเกือบสองรอบเลยนะ”
“ถ้ามึงถูกใจใคร จะอายุห่างกันหนึ่งปีหรือสามสิบปี ชอบก็คือชอบป่าววะ เพราะงั้นทำไมแกไม่เสนอตัวแต่งเองล่ะ”
“เขาไม่สนใจฉันหรอก ที่ผ่านมาก็มีแต่คนเข้าหาฉันเพราะอยากจีบพี่อ้อแอ้ทั้งนั้น... เอาเป็นว่าพี่อ้อแอ้ดีกว่าจริงๆ นั่นแหละ รายนั้นเรื่องไม่เยอะ เป็นผู้เป็นคน มีงานการทำไม่เหมือนฉัน ยังไงเสี่ยก็ต้องชอบพี่อ้อแอ้อยู่แล้ว” ฉันกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ที่ข้างตึก หลบๆ มุมคุย เด็ดใบไม้ดอกไม้เล่นแก้มือว่างไปเรื่อย ก่อนจะรู้สึกถึงเงาใครบางคนที่เดินเข้ามาด้านหลังฉันเงียบๆ แต่ฉันไม่สนใจและยังพูดไปเรื่อยๆ
“ฉันว่าฉันก็อ่านนิยายมาเยอะ การ์ตูนตาหวานก็อ่านหมดทุกเรื่อง ทุกเรื่องพระเอกจะ crazy นางเอกโคตรๆ ถ้าเกิดสมมติฉันเจอแบบนั้นนะ ฉันดีใจตายห่าเลย”
“ยังไงวะ”
“แบบเขารวยโคตรๆ แล้วก็ crazy อยาก fuck ฉัน ในหัวมีแต่เรื่อง fuck นางสาวจิราภรณ์ทั้งวันทั้งคืน ถึงฉันอยากจะหนีแค่ไหนเขาก็ใช้อำนาจล้นฟ้าสั่งให้คนจับฉันไปขัง แล้วก็ fuck ต่อจนฟ้าเหลือง และสุดท้ายเขาก็บอกฉันว่าพี่รู้พี่มันเลว แล้วเขาก็ตั้งหน้าตั้งตา fuck ฉันต่อไปตราบสิ้นอายุขัย เนี่ย... เก็ทยัง”
“คาร์แลกเตอร์คุ้นๆ นะมึง กูกลัว แล้วมึงเป็นห่าอะไร ไอ้พล็อตข่มขืนแล้วรักกันเนี่ย กูจะอ้วก”
“ฉันแค่ดิ้นพอเป็นพิธีแล้วก็ให้เขา fuck ค่ะ”
“เออ กูลืม คนที่จะ fuck มึงได้ต้องศีลเสมอกัน แล้วมึงแม่งศีลธรรมโคตรต่ำตม คนจะเหี้ย เหี้ยที่ใจใช่ใบหน้า คงจะมีสักวันที่มึงจะเจอคู่แท้”
“เฮ้อ ยากวะ เอาเป็นว่าฉันจะต้องชะลองานแต่งของพี่อ้อแอ้ออกไปก่อนให้ได้ ให้พวกเขาสองคนมาเจอหน้าทำความรู้จักกันสักนิด สักปีสองปี... ฉันจะคอยชงให้เอง พี่อ้อแอ้ต้องชอบเขาแน่นอน แบบนี้ไม่ดีกว่าเหรอ ดีกว่าไปเสี่ยงลุ้นว่าจะชอบกันหลังแต่งมั้ย ถ้าเกิดเข้ากันไม่ได้ขึ้นมา พวกเขาก็น่าสงสารแย่”
“โถ แม่พระมาโปรด น้ำตากะเทยจะไหล ยอมแขวนหลีเพื่อพี่น้อง”
“ฉันทำใจนานแล้ว ติดป้าย welcome ที่หลีก็แล้วยังไม่มีใครสนใจเลย เกิดมาไม่มีใครเอา”
“ฉันเอา” เสียงทุ้มนุ่มดังที่ข้างหู ฉันตกใจหันขวับไปก็เห็นเขายืนเท้าแขนกับต้นไม้และโน้มใบหน้าลงมา ฉันต้องบังคับตัวเองแทบแย่ไม่ให้หลุดอุทาน เขาเปลี่ยนเครื่องแต่งกายภูมิฐาน กลายร่างคืนเป็นคุณชายผู้หล่อเหลาสง่างามตามเดิมแล้ว นี่ฉันเม้าส์มอยกับหม่อมนานเป็นชั่วโมงแล้วเหรอเนี่ย แล้วประเด็นคือเรื่องที่เม้าส์แม่งก็อุดมไปด้วยความจัญไรบั่นทอนปัญญา ตายๆๆๆ
ฉันก้าวถอย เขาก้าวตาม ก้าวต่อก้าว น่ากลัวอ่า...
“ถ้าเธอแต่งกับฉัน” เขาพูดต่อ สายตาคู่นั้นสบตาฉัน เขาตัวสูงกว่าฉันมาก สายตาตื่นตระหนกของฉันจึงจับนิ่งอยู่ที่แผงอกตึงแน่นเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงเชยคางฉันขึ้นให้สบตากัน “การที่มีฉันอยู่ในชีวิตของเธอ เธอจะมีความสุขมากๆ นะ”
“เสี่ยรู้เหรอว่าความสุขของจี้คืออะไร”
“ฉันจะเติมเกมให้ครั้งละสามล้าน และโควตา F ของออนไลน์ไม่อั้น”
“...”
“พ่อกับแม่ของฉันอยู่ต่างประเทศ เพราะฉะนั้นหมดปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้ จะไม่มีใครอยู่เหนือเธอในบ้าน เธอคือคุณผู้หญิงของฉัน”
นี่เป็นคำขอแต่งงาน? ไม่มีกุหลาบ ไม่มีแหวน ไม่มีอะไรทั้งนั้น สถานที่ก็ซอกตึกอาบอบนวด หม่อมอูมมี่ได้ยินที่เสี่ยฤทธิ์ชาติพูดก็กลั้นเสียงกรี๊ดเอาไว้ กลั้นหายใจและเปิดหูรอฟังฉันตอบ ฉันสบตาเขา คิดอย่างถี่ถ้วนว่าจะวางใจฝากชีวิตไว้ที่คนที่เพิ่งรู้จักกันได้หรือไม่
“บ้านฉันเนตแรงด้วยนะ”
ข้อเสนอเด็ดถูกปล่อยออกมา ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จนเต็มปอด ก่อนจะหันหน้าหนีไปคุยโทรศัพท์กับเพื่อนกะเทยที่ถือสายค้างอยู่
“มึงๆ มีคิวแต่งหน้าเจ้าสาวให้กูมั้ย”
“มึง.. อี...” นังหม่อมมันมันหัวเราะไปด่าไปจนหายใจไม่ทัน พอมันจะพูด มันก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่งต่อเป็นชุดดังโหยหวนออกมาอีก มันเอาแต่พูดซ้ำไปซ้ำมาว่าอีสลิดดกทง ผีเปรตยังต้องหลบมึง “เออ กูเคลียร์คิวให้ วันไหนบอกมา”
เสี่ยฤทธิ์ชาติเป็นคนตอบ
“วันนี้ครับ”